ขยะหน้ากากอนามัยโควิดใหม่พุ่ง ย้ำ ปชช. คัดแยก-ทิ้งให้มิดชิดในถังติดเชื้อ


เพิ่มเพื่อน    

 

   

     

     วันที่ 12 เม.ย - นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศไทย ทำให้ประชาชนต้องมีการปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัดกันมากยิ่งขึ้น คาดว่า ในช่วงนี้จะมีปริมาณของขยะหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งเพิ่มสูงมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่ง ขยะหน้ากากอนามัย จัดว่าเป็นขยะติดเชื้อ เนื่องจากผ่านการใช้งานที่ทำให้มีการปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสปะปนมาด้วย การกำจัดขยะประเภทนี้ต้องมีการคัดแยกขยะหน้ากากอนามัยทิ้งในภาชนะที่ปิดมิดชิด และรวบรวมไว้ในถังขยะที่ระบุว่าเป็น “ถังขยะติดเชื้อ” อย่างชัดเจน เพื่อส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป ห้ามทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปโดยเด็ดขาด อีกทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ขยะหน้ากากอนามัยเหล่านี้ตกค้างปนเปื้อนออกสู่สภาพแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาได้

     “ เพื่อให้เกิดการจัดการขยะหน้ากากอนามัยที่คาดว่า จะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างถูกต้อง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระทรวงฯ ขอความร่วมมือจากประชาชน เมื่อใช้หน้ากากอนามัยแล้ว ขอให้แยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี โดยการตัดทำลายหรือม้วนพับด้านที่สัมผัสกับใบหน้าเข้าด้านใน แล้วใส่ในถุงที่ปิดมิดชิด รัดปากถุงให้แน่น พร้อมกับเขียนติดหน้าถุงว่าเป็น “ขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว” เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานทางด้านสาธารณสุข สามารถแยกเก็บรวบรวมขยะหน้ากากอนามัยที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง และนำไปกำจัดได้อย่างถูกวิธีต่อไป เพื่อไม่ให้ขยะหน้ากากอนามัยเหล่านี้กลายเป็นขยะตกค้างปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพวกเราได้” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร บุรุษพัฒน์

 

       ปลัด ทส. กล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย กระทรวงฯ จึงได้กำชับให้แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของกระทรวงฯ อาทิ อุทยานแห่งชาติ ทั้งทางบก ทางทะเล พิพิธภัณฑ์ทางธรณี สวนพฤกษศาสตร์ และสวนสัตว์ทั่วประเทศ เตรียมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อรองรับพี่น้องประชาชนในช่วงวันหยุดยาวนี้ได้อย่างปลอดภัย

    นายจตุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันหยุดยาวที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงขอให้ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของกระทรวงฯ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด ทั้งการผ่านระบบการคัดกรอง การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากากอนามัย และการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงการเข้าใช้บริการอุทยานแห่งชาติโดยการจองล่วงหน้าผ่านระบบแอปพลิเคชัน “คิวคิว” (QueQ) เพื่อลดความแออัดของนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับการรองรับของพื้นที่ ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่อีกด้วย


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน