"โควิด"ระลอก 3 รัฐบาลฝีใกล้แตก?


เพิ่มเพื่อน    

          การระบาดของโควิดรอบ 3 ในประเทศอาจไม่ใช่เรื่องสุดวิสัยที่รัฐบาล โดยเฉพาะ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะอ้างได้แล้ว เนื่องจากมีบทเรียนมานับครั้งไม่ถ้วน ว่าการระบาดแต่ละครั้งมีต้นเหตุมาจากอะไร

            การระบาดใหญ่ระลอกแรก เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนยังไม่เคยเจอ ส่วนการระบาดรอบ 2 เป็นเพราะความหละหลวมของผู้เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน จนเกิดการลักลอบเข้าเมือง

            จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการหาประโยชน์จากแรงงานต่างด้าวที่ต้องการเข้ามาทำงานในไทยอย่างเป็นขบวนการหรือไม่ เมื่อชายแดนรั่ว จึงปรากฏผลการระบาดครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประเทศคือที่ จ.สมุทรสาคร ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา

            กว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ต้องใช้เวลาหลายเดือน กระทั่งเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงกลับเกิดการระบาดคลัสเตอร์สถานบันเทิงทองหล่อซ้ำขึ้นอีก โดยมีกระแสข่าวโยงถึงรัฐมนตรีของลุงตู่ไปเที่ยวหลายคน

                "โควิด" ระบาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เศรษฐกิจที่ทำท่าว่าจะดีขึ้น การท่องเที่ยวกำลังจะกลับมา ก็ต้องหยุดชะงักไปอีกระยะใหญ่ ด้วยเหตุผลว่าสายพันธุ์ที่กำลังระบาดเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ที่แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิม 1.7 เท่า สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนยิ่งกว่าสองรอบแรก

            จึงไม่ต้องแปลกใจหากตัวเลขผู้ติดเชื้อในระลอก 3 ในช่วงหลังสงกรานต์อาจจะพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และกระจายตัวไปในวงกว้างหลายจังหวัด นั่นเป็นเพราะผู้ที่มีเชื้อในตัวไม่แสดงอาการ

            ก่อนหน้านี้ "รัฐบาล" โดยเฉพาะ "พล.อ.ประยุทธ์" ถูกมองว่าได้ "โควิด" รอบแรกมาช่วยให้อยู่ในตำแหน่งได้อย่างมีเสถียรภาพ หลังจากถูกม็อบนักศึกษาทั่วประเทศลุกขึ้นมาขับไล่

            เมื่อการระบาดปะทุขึ้นอีกรอบเป็นครั้งที่ 3 ย่อมทำให้ความนิยมในตัว "รัฐบาลประยุทธ์" ลดฮวบอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นโอกาสให้ฝ่ายค้านเข้ามาตอกย้ำความผิดพลาดและเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก

            เริ่มที่ขาประจำอย่าง น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 จากคลัสเตอร์ทองหล่อ สาเหตุหนึ่งเพราะผู้มีอำนาจหละหลวม ไม่ทำตัวเป็นแบบอย่าง ผู้จัดการคลับย่านทองหล่อถูกจำคุก 2 เดือน แก้ปัญหาปลายเหตุ แต่เจ้าของผับตัวจริงและเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยยังลอยนวล

            นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ธปท.เตือนว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้หดตัวติดลบ ไตรมาส 2 ต้องเจอกับโควิดระบาดระลอก 3 คนเชื่อว่าน่าจะเกิดจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลไปใช้บริการสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ถ้าจริงผู้ใหญ่ที่ดูแลเศรษฐกิจจะหมดเครดิต นายกฯ เพิ่งยอมประกาศให้ รพ.เอกชนนำเข้าวัคซีนได้ทั้งที่ควรทำนานแล้ว แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถบริหารภาวะวิกฤติ ยิ่งบริหารต่อยิ่งเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ นายกฯ อย่าดื้อรั้นพาประเทศลงเหวต่อไปอีกเลย หลีกทางให้คนมีความรู้ความสามารถได้แล้ว

            นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่มีมวลชนนัดออกมาเคลื่อนไหวว่า หลายปัญหารุมเร้ารัฐบาลจนเหมือนฝีใกล้จะแตก ความไม่พอใจของประชาชนพุ่งสูง โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 มีคนของรัฐบาลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์ เรื่องโควิดจะชี้ขาดรัฐบาลหากบริหารจัดการไม่ได้ ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจน่าเป็นห่วงอยู่แล้ว ทั้งวิกฤติทางการคลัง เศรษฐกิจ ระดับครัวเรือน บวกกับความไม่พอใจทางการเมือง คือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มี ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

                “เมื่อหลายอย่างรุมเร้าอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาลที่เร็วขึ้นได้ แต่คิดว่าบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลหลังจากนี้เราอาจจะเริ่มเห็นการเว้นระยะห่างระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับนายกฯ กับพรรคพลังประชารัฐ เช่น เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเห็นชัดท่าทีพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา เริ่มเว้นระยะห่างออกจากท่าทีของพลังประชารัฐ เพราะรู้ดีว่าถึงจุดหนึ่งคงไม่สามารถแบกเอา พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นภาระพรรคของตน จนกระทบความนิยมทางการเมืองในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนตัวคิดว่าทั้งหมดทั้งมวล รัฐบาลไม่น่าจะอยู่ครบเทอม"

            ขณะที่ฝั่งรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พยายามเรียกร้องให้ฝ่ายตรงข้ามหยุดเล่นการเมืองบนวิกฤติของประเทศว่า ในส่วนของฝ่ายการเมืองนั้น อยากจะขอให้ลดดีกรีความขัดแย้งลงบ้าง เพราะประเทศกำลังประสบปัญหาโควิด-19 ทุกฝ่ายควรช่วยกันในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รัฐบาลยินดีรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย แต่ขอให้เป็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งในสถานการณ์นี้ไม่ควรมีการโจมตีกันไปมา หรือบิดเบือนข้อมูล ดิสเครดิสการทำงานของรัฐบาลผ่าน ศบค. เพราะจะทำให้พี่น้องประชาชนสับสนและตื่นกลัว

            รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ทุ่มเททุกอย่างเพื่อบริหารโควิด-19 อย่างเป็นระบบ และคลี่คลายสถานการณ์ ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้เร่งดำเนินการอยู่ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ควรมีใครไปวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหาย ขอให้เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทย และเชื่อมั่นในตัวท่านนายกฯ เราจะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน" เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฝากให้คิด

            อย่างไรก็ตาม ถ้าจำกันได้ หากสุดท้ายรัฐบาลไปไม่ไหวจริง แนวทางที่จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่เป็นหนึ่งทางที่ได้เปรียบ เพราะด้านหนึ่งเลือกตั้งใหม่ยังใช้กติกาเดิม เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่กลไกอำนาจรัฐและกระสุนดินดำยังอยู่ในมือครบถ้วน  

            อาจเลือกประเมินสถานการณ์ วัดเรตติ้งจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ด้วยการส่ง "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" อดีต ผบ.ตร. ลงชิงชัย และถ้าชนะสนามนี้ได้ก็อาจเห็นการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ปลายปีหรือต้นปีหน้า เนื่องจากกระแสตอบรับยังดี แต่หากแพ้อาจจะหาแนวทางยื้อหาตัวช่วย หรือแท็กติกทางกฎหมายให้อยู่ครบเทอม.

 

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว