โซนแดงพุ่ง8จังหวัด ลาม74จ.ติดเชื้อแตะพันรายวัน/คู่รักโควิดทำป่วน


เพิ่มเพื่อน    

 

สธ.แจงตัวเลขติดเชื้อใหม่ยังพุ่ง 965 ราย  ยอดสะสมใกล้ 3.5 หมื่น ลามแล้ว 74 จังหวัด ปรับโซนสีแดงใหม่เพิ่มจาก 5 เป็น 8 จว. ทั้ง "กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-ชลบุรี-สมุทรปราการ-นราธิวาส-ประจวบคีรีขันธ์-สมุทรสาคร-สระแก้ว" จับตาที่ "กรุงเทพฯ-เชียงใหม่" ตัวเลขสูงน่าห่วง แต่ยังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์เก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย "บิ๊กตู่" สั่งเวิร์กฟรอมโฮมยาวถึงสิ้น เม.ย. ไร้สำนึก! คู่รักติดโควิดหนีจาก กทม.กลับเมืองคอน จ่อดำเนินคดีฐานปกปิดข้อมูล     

    เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19  ว่ามีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 965 ราย ติดเชื้อในประเทศ 956 ราย โดยมาจากผู้ป่วยใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 654 ราย และค้นหาเชิงรุกในชุมชน 302  ราย มาจากต่างประเทศ 9 ราย รวมพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 31,363 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 3,212 ราย สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 2,583 ราย สำหรับผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 34,575 ราย รักษาหายเพิ่ม 40 ราย ผู้ป่วยรักษาหายแล้วรวม 28,288 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 6,190 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ผู้เสียชีวิตสะสม 97 ราย      
    "ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-12 เม.ย.มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด 578,532 ราย โดยในวันที่ 12 เม.ย.มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 6,424 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 2,056 ราย  ถือว่าฉีดได้เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้"
    นพ.โอภาสกล่าวว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อทั่วประเทศรวม 74  จังหวัด โดยจังหวัดเชียงใหม่ติดเชื้อมากที่สุด 251 ราย ตามด้วยกรุงเทพฯ 194 ราย และชลบุรี 97 ราย จึงต้องจับตาเชียงใหม่และกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิดเพราะติดเชื้อวันละหลักร้อยราย ส่วนการกำหนดแบ่งเป็น 5 ระดับสีและใช้เฉพาะในเดือน เม.ย. โดยพื้นที่สีแดงคือ พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนมากกว่า 50 รายในพื้นที่ โดยเพิ่มขึ้นเป็น 8 จังหวัด ได้แก่  กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี, สมุทรปราการ, นราธิวาส,  ประจวบคีรีขันธ์, สมุทรสาคร และสระแก้ว เพิ่มจากเมื่อวันที่  12 เม.ย.ที่มี 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี,  ประจวบคีรีขันธ์ และสระแก้ว
    "การแพร่ระบาดในครั้งนี้เกิดกับคนในประเทศที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง และกิจกรรมที่มีการรวมตัวหมู่มากและเดินทางไปยังพื้นที่อื่น จึงขอเน้นย้ำให้งดกิจกรรมรวมตัว โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอัตราการติดเชื้อสูงในขณะนี้"
    นพ.โอภาสกล่าวและว่า คาดการณ์ในอีก 1 เดือนหน้า หากไม่ดำเนินมาตรการใดๆ ไทยจะมีผู้ติดเชื้อวันละประมาณ  9,000 ราย แต่ปัจจุบันนี้มีการปิดสถานบันเทิงและมีมาตรการอื่นๆ ทำให้ยอดผู้ป่วยเฉลี่ย 900 รายต่อวัน และหากทุกคนช่วยกันลดกิจกรรมการรวมตัวกัน อาทิ ชกมวยและวิ่ง ก็จะลดได้เหลือ 500-600 คนต่อวัน และหากมีการทำเวิร์กฟรอมโฮมมากขึ้นจะลดได้เฉลี่ยวันละไม่ถึง 400 คน หากมีการล็อกดาวน์เฉพาะจุดก็จะติดเชื้อวันละ 100 คนต่อวัน ทั้งนี้มีคนถามจะล็อกดาวน์หรือไม่ ต้องขอเรียนว่าล็อกดาวน์เฉพาะจุดจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งเป็นมาตรการที่เราจะไล่ระดับไป    นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดมาตรการให้ภาครัฐและขอความร่วมมือภาคเอกชนนำมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมมาใช้เต็มรูปแบบจนถึงสิ้นเดือนเมษายน
หมอโอภาสอบรมเน็ตไอดอล
    นพ.โอภาสกล่าวถึงกรณีที่เน็ตไอดอลระบุว่าหากป่วยโควิดไม่มีอาการ ให้รักษาตัวที่บ้านเหมือนที่ต่างประเทศว่า ยืนยันว่าผู้ป่วยต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ที่ไทยมีเตียง ยา และทีมแพทย์รองรับเพียงพอ ไม่เหมือนที่ต่างประเทศที่ระบบบริการไม่เพียงพอ อีกทั้งผู้ป่วยที่รักษาที่บ้านอาจมีอาการรุนแรงขึ้นได้ตลอดเวลา รวมทั้งการอยู่บ้านยังไม่สามารถป้องกันผู้ป่วยแพร่ระบาดแก่บุคคลอื่นๆ ได้ ดังนั้นจึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ห้ามอยู่บ้านเด็ดขาด ไม่นับความผิดทางกฎหมายอีก จึงขอให้ผู้เชิญชวนหยุดการกระทำดังกล่าว    ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยไม่ต้องการเข้ารักษาโรงพยาบาลสนาม แต่ขอย้ายข้ามจังหวัดไปรักษาใน รพ.เอกชนที่มีเตียงนั้น ในภาพรวมไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยข้ามจังหวัด เพราะอาจไปติดในจังหวัดนั้นๆ และทำให้เกิดความยากลำบาก เว้นแต่มีเหตุเฉพาะที่จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
    ขณะที่ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคแห่งชาติ กล่าวถึงข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคที่มีต่อไวรัสโควิด-19 ในประเทศบราซิล พบว่าสามารถป้องกันอาการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงได้ 50.4% อาการรุนแรงปานกลางได้ 83.7%  และป้องกันอาการรุนแรงได้ 100% ซึ่งวัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนตัวเดียวที่ได้รับการทดสอบในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนวัคซีนแอสตราเซเนกาซึ่งเป็นวัคซีนหลักของไทย จำนวน 61 ล้านโดส จะส่งมอบเดือน มิ.ย. มีข้อมูลตีพิมพ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลว่ามีผลต่อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 ป้องกันอาการป่วยได้ 70% ส่วนไวรัสอื่นๆ ที่ยังไม่มีการกลายพันธุ์นั้นการป้องกันอยู่ที่ 85% ดังนั้นวัคซีนทั้ง 2 ตัวมีผลในการป้องกันอาการป่วยได้
    นพ.นครกล่าวว่า ขอฝากว่าการพิจารณาเรื่องวัคซีนนั้น  ข้อสำคัญคือ ไม่สามารถมาเปรียบเทียบเฉพาะตัวเลขประสิทธิผลของวัคซีนเพียงลำพังเท่านั้น ต้องใช้ข้อมูลอื่นประกอบด้วย เช่น ผลการศึกษาระยะ 3 ที่แสดงผลของวัคซีนนั้นทำในกลุ่มประชากรใด หากเป็นกลุ่มประชากรที่เสี่ยงในการติดเชื้อจำนวนมาก พื้นที่มีการติดเชื้อมาก เจอเชื้อได้บ่อย ขณะที่วัคซีนบางตัวทำในกลุ่มประชากรในชุมชนทั่วไป จะเอาตัวเลขเปอร์เซ็นต์มาเทียบกันไม่ได้ ต้องเอาทุกอย่างมาประกอบกัน
    "ผู้ที่ออกวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิผลของวัคซีนตัวนี้ ขอให้ใช้ข้อมูลความจริงทางด้านวิชาการตรงนี้ให้ครบถ้วน และพิจารณาเปรียบเทียบหลายๆ ส่วนกับวัคซีนตัวอื่นที่มีการตีพิมพ์ผลงานของวัคซีนออกมาแล้ว ดังนั้นจะเห็นความต่าง ความเหมือน ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าวัคซีนซิโนแวคที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีประสิทธิผลพอสมควร และมีประสิทธิผลมากในการป้องกันอาการรุนแรง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ และต้องฉีดให้ครอบคลุมอย่างมากและรวดเร็ว เราติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช้ความเชื่อหรืออคติ  แต่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในประเทศ รวมทั้งองค์การอนามัยโลก" นพ.นครกล่าว
    นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.กล่าวว่า รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายเปิดประเทศให้เร็วที่สุดอย่างปลอดภัย หมายถึงคนในประเทศต้องได้รับวัคซีน 50-60% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเราได้วางแผนทั้งเป้าหมายในเชิงพื้นที่ ด้วยการระบุพื้นที่หลักให้เกิดภูมิคุ้มกันในระดับพื้นที่ ประมาณการแต่ละ 1 รพ.จะให้วัคซีนได้ 500 รายต่อวัน หรือเดือนละไม่เกิน 10 ล้านโดส แต่หากเราเพิ่ม รพ.สนามจะฉีดได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลต้องมีการลงทะเบียน มีระบบนัดหมายการฉีดวัคซีน การติดตามผลข้างเคียงจากวัคซีน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีการลงทะเบียนผ่านไลน์ LINE official Account "หมอพร้อม"  หรือประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคก็ยังมีช่องทางสามหมอ มาคอยติดตามได้ จึงขอให้ประชาชนใช้ LINE official หมอพร้อม  โดยจะใช้อย่างครอบคลุมในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาพอดี และเมื่อวัคซีนมาแล้วจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองเพื่อเข้ารับวัคซีนผ่านไลน์และแอปฯ  หมอพร้อม ปลายเดือน พ.ค.64 เป็นต้นไป
บิ๊กตู่สั่ง WFH ยาวถึง 30 เม.ย.
    นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ยืนยันว่า เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 มีหนังสือเวียนถึงหัวหน้าส่วนราชการ ถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์อนุมัติให้เพิ่มจำนวนข้าราชการผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือ Work  From Home อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยให้มีผลถึง 30  เม.ย.นี้
ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคาดหวังให้สงกรานต์ปี 2564 มีความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 จึงขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง  ป้องกันตนเอง พร้อมแนะนำให้ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ควรหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มของคนหมู่มาก โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มดื่มสุรา
น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ และที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ได้แจ้งในไลน์กลุ่มสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า  ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในทำเนียบรัฐบาลนำแนวทางของ ศบค.เป็นหลัก ดังนี้ 1.มาตรการ Work From Home อย่างเข้มข้น จนถึง 30 เม.ย.  จึงขอให้สื่อจำกัดการเข้ามาปฏิบัติงาน ดังนี้ สื่อทีวีอนุญาต 1  ทีม สื่ออื่นๆ สังกัดละ 1 คน โดยขอให้แต่ละสังกัดส่งรายชื่อสื่อที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในรอบสัปดาห์ล่วงหน้า โดยเริ่มวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.นี้ 2.เคร่งครัดการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตรวจอุณหภูมิซึ่งจัดไว้ที่ตึกบัญชาการ และรับสติกเกอร์รายวันจากสำนักโฆษกฯ เว้นระยะห่างทุกกรณี และหมั่นล้างมือทำความสะอาด 3.งดรุมสัมภาษณ์ทุกกรณี 4.ในกรณีสั่งของหรืออาหารมาจากภายนอก ไม่ให้เข้ามาส่งภายในตึกหรือพื้นที่ด้านในของทำเนียบฯ และ 5.ผู้ที่เคยเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ขอให้แจ้งต้นสังกัด และงดเข้ามาปฏิบัติงานในทำเนียบฯ อย่างเคร่งครัด
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ได้เปิดบ้านที่ จ.ตรังให้ประชาชนเข้าอวยพรปีใหม่ไทยตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยนายชวนขอให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคติดต่อนี้และโรคอื่นๆ โดยต้องไม่ประมาท อย่าปิดประเทศ อย่าปิดเมือง เพราะจะทำให้เศรษฐกิจมีปัญหา ส่วนการฉีดวัคซีนให้ ส.ส.จะเริ่มฉีดในวันที่  16-30 เม.ย.นี้ ที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งมี ส.ส.แสดงความจำนงแล้วกว่า 200 คน  
     พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19  ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 12 เม.ย.มีข้าราชการตำรวจติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 26 ราย รวมสะสมในการระบาดระลอกใหม่แล้ว  231 นาย รักษาหาย 78 นาย อยู่ระหว่างรักษาตัว 153 นาย  รักษาตัวใน รพ.ตำรวจ 58 นาย และรักษาตัวใน รพ.อื่นๆ 95  นาย มีกลุ่มเสี่ยงอยู่ระหว่างกักตัว 1,334 นาย
ผุด รพ.สนาม 6,591 เตียง
ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามว่า จะจัดเพิ่มอีกแห่ง ณ อาคารบางกอกอารีนา เขตหนองจอก โดยใช้ชื่อว่าโรงพยาบาลเอราวัณ 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานที่ หากปรับปรุงเสร็จจะรองรับผู้ป่วยได้ 350 เตียง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในวันที่ 19 เม.ย. ทั้งนี้ กทม.จัดตั้ง  รพ.สนามสำเร็จแล้ว 4 แห่ง ประกอบด้วย 1.รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน รองรับได้ 500 เตียง 2.รพ.ราชพิพัฒน์ เขตทวีวัฒนา รองรับได้ 200 เตียง 3.สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน รองรับได้ 200 เตียง  และ 4.ศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา เขตหนองจอก (โรงพยาบาลเอราวัณ 2) รองรับได้ 350 เตียง รวมเตียงที่รองรับผู้ป่วยได้ 1,250 เตียง
    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหมและปลัด กห. ได้ประชุมร่วมกับหน่วยขึ้นตรง เหล่าทัพ กอ.รมน.และตำรวจผ่านระบบประชุมทางไกลเพื่อติดตามความพร้อมของ รพ.สนาม ซึ่งขณะนี้มี 24 แห่ง 5,341 เตียง
    ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ ได้ชี้แจงถึงข่าวนายทหารเรือติดเชื้อโควิดจากการท่องเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ และเดินทางไปทอดผ้าป่าที่นครพนมโดยไม่มีการป้องกันว่า จากการสอบสวนสรุปได้ว่า  2 นายทหารของกรมอุทกศาสตร์ ชั้นยศนาวาเอกและนาวาตรี ไปเที่ยวแต่ไม่ใช่ผับหรูในย่านทองหล่อดังที่ปรากฏตามข่าว  และเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยยืนยันติดโควิด ก็ได้รีบเข้ารักษาตัว ณ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนกรณีนายทหารกรมอุทกศาสตร์ ชั้นยศนาวาเอก เดินทางไปร่วมงานทอดผ้าป่าที่  จ.นครพนมนั้น เป็นการติดเชื้อจากผู้ป่วยที่เป็นมาก่อน ทั้งนี้  ทร.ยังเผยไทม์ไลน์ของนายทหารทั้ง 3 อย่างละเอียด
    ส่วนกรณีโลกออนไลน์มีการเผยแพร่กรณีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังเดินทางผ่านสนามบินได้นั้น ร.ท.สัมพันธ์  ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมืองระบุว่า  มาตรการคัดกรองผู้โดยสารของสนามบินมีความเข้มงวดตามมาตรการของ สธ. ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้โดยสารรายดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการครบถ้วน และอุณหภูมิร่างกายไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด จึงเดินทางได้ตามปกติ ทำให้ไม่รู้ว่าผู้โดยสารเป็นผู้ติดเชื้อโควิดหรือไม่ เนื่องจากผู้ติดเชื้อบางรายไม่แสดงอาการ
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ว่า สามารถเรียกค่าเสียหายได้ เพราะเป็นการจงใจ และยังมีโทษจำคุกและปรับด้วย ขอให้ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ สธ.และตำรวจต้องช่วยกันแจ้งความดำเนินคดี
ส่วนสถานการณ์ในต่างจังหวัดนั้น ที่ จ.นนทบุรี พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ยังคงพุ่งสูง โดยในวันที่ 13 เม.ย.มีเพิ่มถึง 70 ราย ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง เช่นเดียวกับที่ จ.เชียงใหม่ ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 260  คน ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อระลอกนี้มากถึง 1,191 คน
    ส่วนที่ จ.กาญจนบุรี พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก  6 ราย สะสมรวม 31 ราย ซึ่งมีบางรายที่ยังไม่พบไทม์ไลน์  อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนโรค ส่วน จ.พิษณุโลก ข้อมูลสรุปการตรวจแล็บ ณ วันที่ 12 เม.ย.พบยอดผู้ป่วยรายใหม่ 9  ราย รวมยอดสะสม 47 ราย
    นายสมบูรณ์ ศิริเวช ผวจ.ชัยนาท เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดชัยนาท (ศปก.จ.ชัยนาท) ก่อนมีมติให้ปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะในพื้นที่เป็นเวลา 6 วัน ระหว่างวันที่ 13-18 เม.ย. ในขณะที่สาธารณสุขจังหวัดชัยนาทได้ออกประกาศให้บุคคลที่มาจากจังหวัดเสี่ยง 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ปทุมธานี, นนทบุรี,  นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, เชียงใหม่ และชลบุรี หากจะเดินทางเข้าออกจังหวัดชัยนาทต้องทำบันทึกขออนุญาตอย่างเคร่งครัด  
    สำหรับสถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ที่  จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 9 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 123  ราย และหลังจากที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาเปิดไทม์ไลน์พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายหนึ่งไปนั่งรับประทานอาหารในร้านหมูกระทะชื่อร้านน้ำหวาน ที่บริเวณซอย 30 กันยา หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ล่าสุดผลการตรวจพนักงานในร้าน ปรากฏว่าพนักงานในร้านติดเชื้อทั้งหมด 13 คน และอยู่ระหว่างรอผลตรวจอีกบางส่วน ดังนั้นร้านจึงได้แจ้งให้ผู้ที่ไปกินหมูกระทะระหว่างวันที่ 5-9 เม.ย.ไปตรวจหาเชื้อเป็นการเร่งด่วน
    ที่ จ.นครพนม พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย ทำให้มียอดสะสมรวม 6 ราย ซึ่งเป็นผลจากหญิงสาวที่ทำงานอยู่ในคริสตัลคลับทองหล่อกลับมาบ้านที่ อ.ท่าอุเทน แล้วเรียกญาติพี่น้องมาสังสรรค์ ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้แม่  บุตรสาววัย 5 ขวบ และเพื่อนติดเชื้อไปด้วย
    ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย  สะสมเป็นผู้ป่วยรายที่ 17 ของจังหวัด ซึ่งเป็นชาย วัย 21 ปี  ที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ
คู่รักติดโควิดหนีจาก กทม.
    ที่ จ.นครศรีธรรมราช สาธารณสุขจังหวัดพบผู้ป่วยโควิด  2 คนเป็นคู่รักกัน มีพฤติกรรมปกปิดข้อมูล โดยชายคนดังกล่าว อายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาใน อ.เมืองนครศรีธรรมราช เดินทางจาก กทม.ถึงนครศรีธรรมราชในช่วงเช้าของวันที่ 11  เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานกลับไปยังบ้านย่านชานเมือง ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์ไปเข้ารับการตรวจเชื้อที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช  ผลปรากฏว่าพบเชื้อและเข้าแอดมิตในทันที ส่วนฝ่ายหญิงคู่รักอายุ 26 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้แยกเดินทางมาในเที่ยวบินช่วงค่ำของวันเดียวกัน ซึ่งฝ่ายหญิงรู้ผลตรวจว่าตัวเองติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 10  เม.ย.แต่ยังคงเดินทางกลับนครศรีธรรมราชร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ และเมื่อมาถึงหญิงคนดังกล่าวได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มารับตัวที่ท่าอากาศยาน เพื่อเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
นพ.จรัสพงศ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าสอบสวนโรคผู้ป่วยรายที่ 7 และ 8 ซึ่งเป็นกรณีหญิงชายที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ว่า ฝ่ายหญิงเป็นผู้ตรวจพบเชื้อในวันที่ 10  เม.ย. ส่วนฝ่ายชายนั้นสงสัยว่าจะติดเชื้อ ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับนครศรีธรรมราช โดยได้ข้อสรุปว่าการปกปิดข้อมูลที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความไม่รู้ของผู้ป่วยหญิง ที่ไม่รู้ว่าสามารถเข้ารักษายังสถานพยาบาลใดก็ได้ในพื้นที่เกิดอาการ โดยโครงการ UCEP ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และประการต่อมานั้นเกรงว่าค่าใช้จ่ายจะไม่เพียงพอ หากต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน จึงตัดสินใจเดินทางกลับนครศรีธรรมราช
ส่วนการเดินทางมาถึงนครศรีธรรมราชนั้น ถือว่าผู้ป่วยได้ปฏิบัติตามกฎหมาย กล่าวคือเมื่อเดินทางมาถึงได้แจ้งเจ้าพนักงานทันที และให้ข้อมูลการตรวจพบการติดเชื้อจนเข้าสู่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตามการกระทำความผิดนั้นได้เกิดขึ้นแล้วที่กรุงเทพฯ คือการตรวจพบเชื้อที่ถูกกำหนดให้เป็นโรคอันตรายร้ายแรง แต่ได้ปกปิดข้อมูลไม่แจ้งเจ้าพนักงาน หรือเข้ารักษาตัวในสถานพยาบาล เช่นเดียวกันแล็บเอกชนที่ตรวจพบเชื้อซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่ได้มีการแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรค ซึ่งตามขั้นตอนแล้วจะต้องแจ้งเจ้าพนักงานทันทีที่ตรวจพบเชื้อเช่นเดียวกับความผิดที่เกิดขึ้นคือที่กรุงเทพฯ นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือท่าอากาศยานดอนเมือง ในขณะที่ผู้ป่วยเดินทางมา และผู้ที่โดยสารอากาศยานลำเดียวกันมาที่นครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้นิติกรกำลังดูข้อมูลทั้งหมดเพื่อแจ้งไปทางกรุงเทพฯ
    มีรายงานว่า ทางท่าอากาศยานและ สสจ.นครศรีธรรมราชได้เร่งประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง ขอให้ผู้โดยสารสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบิน SL1780 หมายเลขที่นั่ง  1A-3C ออกจากดอนเมืองเวลา 06.05 น. เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 64 ถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเวลา 07.20 น. และสายการบินเดียวกันนี้ ในเที่ยวบินที่ SL792 ออกจากดอนเมืองเวลา 17.10 น. ถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเวลา 18.40  น. หมายเลขที่นั่ง 7C-11F ผู้โดยสารในที่นั่งดังกล่าวนี้ให้เร่งรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านโดยด่วน
นายถาวร แสงอำไพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในส่วนของท่าอากาศยานขอบัญชีรายชื่อจากสายการบินส่งไปยังสาธารณสุขทั้งหมด ขณะเดียวกัน ได้ประสานงานผู้โดยสารผ่านหมายเลขโทรศัพท์ของผู้โดยสารกลุ่มเสี่ยง พร้อมกับได้ยกระดับมาตรการทำความสะอาดอาคารสนามบินเพื่อความมั่นใจของผู้โดยสาร
    ที่ จ.กระบี่ มีรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 1-12 เม.ย.64 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 5 ราย ใน อ.เมืองกระบี่ 4  ราย อ.เหนือคลอง 1 ราย และอยู่ระหว่างรอผลตรวจอีก 30  ราย ส่วน จ.ปัตตานีพบผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ 3 ราย ทำให้มียอดสะสม 4 ราย จังหวัดจึงงดกิจกรรมสงกรานต์ทั้งหมด ขณะที่  จ.ตรังพบผู้ป่วยโควิดเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งไทม์ไลน์รายหนึ่งพบว่าได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนที่มีประวัติไปเที่ยวคริสตัลผับทองหล่อด้วย.


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน