สาดน้ำการเมืองชุ่มฉ่ำ เพื่อไทยไม่เอายุบสภา


เพิ่มเพื่อน    

 

"ไพบูลย์" ตอกเลขาฯ พรรคก้าวไกล ไปถาม ส.ส.พรรคแล้วหรือยังอยากให้ยุบสภาหรือเปล่า เหน็บคนไม่ได้เป็นผู้แทน อยากให้มีเลือกตั้ง ขณะที่เพื่อไทยก็ไม่เอาด้วย "สมคิด" ยันยังไม่มีสัญญาณ เพราะประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยไม่มีทีท่าจะถอนตัว แนะปรับ ครม.ดีกว่า

    เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หลังนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ออกมาระบุว่าจากปัญหาต่างๆ จะทำให้รัฐบาลต้องยุบสภาว่า นายชัยธวัชไม่ได้เป็น ส.ส. และได้ไปถามความเห็นของ ส.ส.พรรคก้าวไกลแล้วหรือยังว่าอยากจะให้ยุบสภาหรือไม่ และอยากจะเลือกตั้งใหม่หรือไม่
    เขายังกล่าวว่า เรื่องยุบสภาเป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนี้ทุกพรรคร่วมรัฐบาลก็พร้อมใจกันทำงานภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุอะไรให้ไปยุบสภา ส่วนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นความเห็นของสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส.และส.ว. จำนวน 750 คนในฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องพิจารณา ซึ่งก็เห็นไม่ตรงกันอยู่แล้ว และไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการยุบสภาตรงไหน แต่หากใครอยากจะให้มีการยุบสภาจริงๆ
    "ก็อย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดเอาไว้ว่า ก็ให้ ส.ส.ทั้งสภาเข้าชื่อขอให้มีการยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนผมในฐานะที่เป็น ส.ส. ก็อยากปฏิบัติหน้าที่ให้ครบวาระ ซึ่งเชื่อว่า ส.ส.ทุกพรรคทุกคนอยากจะปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ ไม่มีใครอยากยุบสภา"
    นายไพบูลย์กล่าวว่า คนที่อยู่นอกสภา คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็พูดไป เพราะอยากจะให้มีการยุบสภาและตัวเองจะได้มาเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะ ส.ส.สอบตกคราวที่แล้ว ไม่ได้เป็น ส.ส. ก็คงอยากจะรีบกลับเข้ามาสภา จึงไปปลุกกระแสและบิดเบือนว่าจะมีการยุบสภาต่างๆ นานา    แต่สำหรับคนที่เป็น ส.ส.อยู่ปัจจุบันไม่มีใครกลัวการยุบสภา ดังนั้นการที่เลขาธิการพรรคก้าวไกลที่ไม่ได้เป็น ส.ส. ออกมาพูดนั้นจึงไม่มีน้ำหนักที่ฟังได้ เป็นการพูดไปแบบปลุกปั่นทางการเมือง สร้างการปลุกปั่นทางการเมืองที่ไม่ได้ผลอะไรทั้งสิ้น
    ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เท่าที่ประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่ายังไม่มีเหตุให้รัฐบาลต้องยุบสภาในช่วงเวลาอันใกล้นี้ หากจะยุบสภาช่วงนี้ จะมาจาก 2 ปัจจัยคือ 1.กฎหมายสำคัญ อาทิ พ.ร.บ.งบประมาณ หรือกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการเงินไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา 2.พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว ทำให้รัฐบาลทำงานต่อไม่ได้
    "ขณะนี้ 2 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีทีท่าจะถอนตัว การพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพรรคเพื่อไทยเกรงกลัวการยุบสภา พรรคไม่ได้กลัว และพร้อมจะเลือกตั้งตลอด แต่สภายังไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่มีปัจจัยอะไรเป็นเหตุชี้นำให้ยุบสภาได้ ส่วนสถานการณ์วิกฤติโควิดยังไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ ต้องยุบสภา"
         นายสมคิดกล่าวว่า ทางออกในขณะนี้ไม่จำเป็นต้องยุบสภา แต่อาจแก้โดยการปรับ ครม.ก่อน เพราะคนในรัฐบาลทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงมีส่วนทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดโควิดมีความรุนแรง ส่วนจะปรับใครบ้าง ให้เป็นดุลยพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะวันนี้สังคมตัดสินแล้วว่ามีรัฐมนตรีในรัฐบาลสร้างปัญหา ทำความผิด มีส่วนต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องคิดให้หนักถึงความรู้สึกของคนในสังคม อย่าให้ประชาชนผิดหวังว่า รัฐบาลไม่คิดแก้ปัญหา หรือรับผิดชอบอะไรเลยกับปัญหาที่เกิดขึ้น
        นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า พรรคได้จัดเตรียมไว้เสร็จแล้วตั้งแต่ช่วงเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ ส.ส.ทั้งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีความเสี่ยงต้องกักตัวเพื่อป้องกันไว้ก่อน ช่วงประชุมรัฐสภาจึงเป็นเหตุยังไม่ได้หารือร่วมกัน แต่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปของพรรคซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน ก็ได้มีการพูดคุยแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตลอดเวลาอยู่แล้ว ในส่วนร่างของพรรคประชาธิปัตย์มีทั้งหมด 6 ร่าง ก็จำต้องมีการนำไปประกอบการพูดคุยเพื่อหาข้อยุติที่ตรงกัน คาดว่าทันเปิดสมัยประชุมหน้า
    โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีการตั้งคำถามจากคนบางกลุ่มว่าแก้แล้วประชาชนได้อะไร ในส่วนนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน เพราะร่างแรกของพรรคคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เช่น มาตรา 29 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม, มาตรา 43 สิทธิชุมชน, มาตรา 46 สิทธิผู้บริโภค และมาตรา 72 สิทธิในการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน
    "ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นคือร่างแรกที่อยากนำเสนอว่า พรรคคิดถึงประโยชน์ของประชาชน การตั้งต้นคิดเช่นนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ จะไม่ขอพูดถึงใครที่พยายามพูดให้พรรคเสียหายว่าพรรคไม่มีความจริงใจ ให้คนพูดกลับไปดูความตั้งใจที่ผ่านมาจะเป็นคำตอบ ส่วนในเรื่องร่วมรัฐบาลอย่านำมาโยงกับเรื่องนี้ เพราะจุดหมายคือมุ่งผลสำเร็จในการแก้รัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ ถ้าคิดเพื่อให้ทุกอย่างเดินไม่ได้คิดง่ายเกินไป ส่วนวันนี้เป็นอย่างไรใครทำอะไร จริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญแค่ไหน วันข้างหน้าคนเหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบในการกระทำของตนอยู่แล้ว ในพรุ่งนี้จะเปิดรายละเอียดร่างที่สองเพื่อได้บอกกล่าวแลกเปลี่ยนความเห็นกันที่เกิดประโยชน์" นายราเมศกล่าว
    นายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลว่า รัฐบาลชุดนี้อาจอยู่ไม่นาน เพราะกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการคว่ำร่างแก้ไขมาตรา 256 ในวาระสามทิ้งไป แล้วมาแก้รายมาตรา แค่ในพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกันยัง ใช้ร่างญัตติต่างกันคือ สามพรรคร่วมรัฐบาลจับขั้วหนึ่ง แก้อำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ แต่พรรคหลักรัฐบาลคือพลังประชารัฐไม่ร่วมด้วย ฝ่ายการเมืองยังมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยไม่คิดทำให้ประชาชน กินอิ่ม นอนอุ่น อยู่ดี มีสุข มีงานทำ หรือแก้ไขราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำสวนทางต้นทุนการผลิต ซ้ำยังปล่อยให้นายทุนเข้ามาผูกขาดธุรกิจอยู่ไม่กี่ครอบครัว รวยกระจุก จนกระจาย  ชาวบ้านไม่มีกำลังซื้อ ร้านค้า กิจการของชาวบ้านล้มพับ เจ๊ง กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมไปไม่รอดเพราะรัฐบาลไม่มีกึ๋น แม้แต่วัคซีนโควิด-19 ก็ต้องเร่งหา แถมทำล่าช้า และยังปิดกั้นภาคเอกชนไม่ให้นำเข้าอีก พอเกิดแพร่ระบาดรอบ 3 เพิ่งคิดออก ให้เอกชนหาเองได้ เมื่อรัฐบาลไม่มีปัญญาก็ต้องปล่อยให้เอกชนนำเข้า เป็นบทเรียนที่น่าเจ็บปวดที่บริหารแบบรัฐข้าราชการ เชื่องช้า ไม่ทันการณ์
    “แม้แต่เรื่องการปราบการทุจริต คอร์รัปชันของรัฐบาล ก็ทำแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่เป็นข่าวก็ไม่ดำเนินการ ยังมีอยู่ในคนบางกลุ่มบางพวก เหมือนเป็นมะเร็งร้ายของประเทศชาติ ทั้งที่รัฐบาลนี้ประกาศว่าจะปราบโกงอย่างเด็ดขาด แต่ยังปล่อยให้มีระบบหัวคิว ไม่ทำจริง เมื่อพี่น้องประชาชนเขาสิ้นหวังกับการตั้งความหวังไว้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แล้ว เพราะบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ก็ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะต้องยุบสภาเหมือนที่ชาวบ้านร้านตลาดเขาว่ากัน รัฐบาลล้มเหลวก็หมดความชอบธรรมที่จะอยู่บริหารประเทศต่อ ที่ผ่านมาบอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน นี่ก็ผ่านมา 7 ปีกว่าแล้ว ยังยื้อเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2 ปี ไม่มีอะไรคืบหน้า รัฐบาลนี้ก็ควรจะไปได้แล้ว” นายประมวลกล่าว.

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว