นายกฯวอนเข้มแข็งฝ่าไวรัส


เพิ่มเพื่อน    

 

นายกฯ มอบสารวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัว ปี 64 ขอบทบาทครอบครัวเข้มแข็ง ช่วยประคองไทยผ่านวิกฤติโควิด-19 "แรมโบ้" ซัดแหลก เพื่อไทย-ไทยทำลายไทย จ้องแต่จะใช้วาทะตีกินทางการเมือง อัดยับ "อนุสรณ์" พ่อยอดจอมเชลียร์ มั่นใจว่านายกฯ รัฐบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เอาโควิดอยู่

    เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบสารเนื่องในโอกาส “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” และ “วันแห่งครอบครัว” ประจำปี 2564 ว่าเนื่องในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2564 ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังผู้สูงอายุทุกท่าน รวมถึงครอบครัวพี่น้องชาวไทย และผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านกิจการผู้สูงอายุและครอบครัวทุกคนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความอบอุ่น เข้มแข็ง    
    “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” และ “วันแห่งครอบครัว” ถือเป็นวันสำคัญที่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนและสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจที่เชื่อมโยง ความรักและความผูกพันให้แก่คนในครอบครัว อีกทั้งเป็นผู้บ่มเพาะภูมิปัญญาความรู้หลากหลายประการในการดำเนินชีวิต เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองที่มีต่อสังคม ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มกันให้ครอบครัวมีความเข้มแข็ง และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณภาพ
    สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ที่ค่อยๆ คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความรักความเอาใจใส่ของคนในครอบครัวที่คอยประคับประคองช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และจากความร่วมมือของครอบครัวคนไทยทุกคน ประเทศเราจึงได้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ มาได้ รัฐบาลจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องชาวไทยทุกครอบครัวจะช่วยกันป้องกัน ดูแล และรักษาสุขภาพร่างกาย จิตใจให้แข็งแรง และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งนอกจากเป็นการป้องกันตนเองแล้ว ยังเป็นการป้องกันสมาชิกในครอบครัว ชุมชนและสังคม เพื่อให้ทุกครอบครัวไทยสามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขได้ต่อไป
    ในโอกาสนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อีกทั้งเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ผู้สูงอายุทุกท่าน และพี่น้องชาวไทยทุกครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น และความเอื้ออาทรกันในทุกโอกาสสืบไป
    ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ติดตามสถานการณ์โควิด-19 พร้อมสั่งทุกหน่วยงานให้ดำเนินทุกมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งการจัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม และเร่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ได้เพิ่มเติมมาอีกจำนวน 1,000,000 โดสในเดือนนี้
    โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชมพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตรการสาธารณสุข ลดการรวมกลุ่ม หลีกเลี่ยงการเดินทาง เน้นทำงานที่บ้าน หรือ work from home มั่นใจว่าไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว
    นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน คณะทำงานด้านนโยบายและแผน พรรคไทยสร้างไทย ข้องใจเงินกู้ 40,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลกู้มารับมือโควิด-19 หายไปไหน นำไปใช้อะไรบ้าง ปล่อยปละละเลยให้เกิดการระบาดในรอบ 3 โดยระบุว่า การกู้เงินนั้นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้วว่าเพื่อนำมาใช้ในแผนงานหรือโครงการทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งนายเทพฤทธิ์ก็เห็นแล้วว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้ว มีมาตรการอะไรออกมาบ้างเพื่อช่วยประชาชน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย จนเป็นที่พึงพอใจของประชาชนว่ารัฐเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลดีกว่าหลายประเทศที่กำลังประสบปัญหายิ่งกว่าประเทศไทย
ใช้วาทะตีกินทางการเมือง
    นายเสกสกลยังระบุว่า นายเทพฤทธิ์อาจจะไม่เห็นการทำงานของนายกฯ รัฐบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ก็ไม่ควรออกมาพูดเช่นนี้ในขณะที่ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนร่วมมือร่วมใจกันให้สถานการณ์ ระบาดคลี่คลายลง ไม่ใช่จ้องแต่จะใช้วาทะตีกินทางการเมืองไม่คำนึงผลเสียหายหรือเป็นบ่อนทำลายจิตใจคนปฏิบัติหน้าที่ ที่ทุ่มเททำงานหนัก ขอเตือนเป็นพรรคการเมืองใหม่ควรเอาเวลาไปทำประโยชน์ให้กับประชาชนจะดีกว่า ประชาชนจะได้ไว้วางใจให้มี ส.ส.ในสภาในการเลือกตั้งสมัยหน้าแต่ถ้ามีพฤติกรรมเช่นนี้ สมัยหน้าอาจจะไม่มี ส.ส.เข้าสภาแม้แต่คนเดียว
     "เพิ่งตั้งพรรคใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์อนุญาตให้ออกมาพูดหรือยัง ก่อนจะพูดช่วยเปิดหูเปิดตาศึกษาข้อมูลให้กระจ่างว่ารัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าให้ประชาชนอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะอ้าปากใส่ความรัฐบาลให้เสียหาย อย่าคิดแค่สร้างกระแสตีกินให้พรรคใหม่มีชื่อในหน้าสื่อ พรรษายังอ่อนหัดทางการเมือง ไหนบอกพรรคเป็นความหวังใหม่ของคนไทย จะไปหวังอะไรได้ นี่ไม่น่าใช้ชื่อพรรคไทยสร้างไทยหรอก เพราะไม่ช่วยคิดสร้างไทยเลยมีแต่จะทำลายไทย ผมจะขอเปลี่ยนชื่อไว้รอการเลือกตั้งใหญ่ที่จะถึงอีกปีเศษๆ ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า พรรคไทยทำลายไทย จะดีกว่าไหม ถ้าคนในพรรคมีสมองมีความคิดได้เพียงแค่นี้ พรรคคงไปไม่รอดเป็นแน่ ฝากคุณหญิงสุดารัตน์เอาตัวนายเทพฤทธิ์ไปติวไปอบรมความคิดใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์กว่านี้ด้วย ก่อนที่อนาคตพรรคจะตกต่ำไปยิ่งกว่านี้ ตนเตือนมาด้วยความหวังดีและห่วงใย"
    นายเสกสกลยังกล่าวกรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาปกป้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุตนเองลามปามและบิดเบือนข้อมูลว่า นายอนุสรณ์ได้เห็นแล้วว่าการระบาดที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อค่อยๆ ลดลง และการระบาดในครั้งนี้แม้จะมีตัวเลขที่สูง ตนเองมั่นใจว่านายกฯ รัฐบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์จะสามารถหามาตรการออกมา เช่นเดียวกับการระบาดทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ติดเชื้อให้ลดลงได้เช่นกัน เพราะมีประสบการณ์ในการดำเนินการมาแล้ว
    "นิสัยปากสากกะเบือ ประจบสอพลอ จอมเชลียร์อย่างคุณอนุสรณ์ หาราคาไม่ได้ ถ้ารักและชื่นชอบคนที่หนีคดี ว่างๆ คุณอนุสรณ์ช่วยกระซิบบอกคุณยิ่งลักษณ์ช่วยเดินทางมาเยี่ยม 2 รัฐมนตรีที่ติดคุกเพราะคดีโกงเงินชาวนา ติดคุกคดีจำนำข้าวด้วย ช่วยเสียสละเวลามีน้ำใจห่วงใยคนเหล่านี้หน่อย อย่าเอาเวลาไปเดินแต่ช็อปปิ้งตามห้างหรูๆ เลย"
พ่อยอดจอมเชลียร์
    นายเสกสกลกล่าวว่า ก่อนที่นายอนุสรณ์จะออกมาปกป้องเอาใจเจ้านาย ช่วยถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์หน่อยว่า ไหนบอกจะยืนหยัดต่อสู้คดีถึงที่สุด ไม่หนีไปไหน ทำไมต้องแอบทิ้งรัฐมนตรีเหล่านี้ให้รับชะตากรรมโดยไม่เหลียวแลห่วงใยกันเลย นายอนุสรณ์เป็นคนสนิทใกล้ชิดมากใช่ไหม เห็นออกมาปกป้องทุกครั้ง ช่วยกระซิบให้มาเยี่ยมรัฐมนตรีและพี่น้องเสื้อแดงที่ติดคุกติดตะรางเพราะสู้ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนะ
    "อย่าลืมบอกด้วยละพ่อยอดจอมเชลียร์ ว่าคนที่ติดคุกถามถึงทุกวัน คิดถึงอดีตนายกฯ คนที่หลบหนีคดีและทอดทิ้งพวกเขาไปอยู่แดนไกลอย่างสุขสบายใจ เคยคิดถึงคนที่อยู่ในคุกบ้างไหม มีเวลาก็แวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้างอย่าเอาเวลาไปเดินช็อปปิ้งห้างหรูๆ ถือกระเป๋าแบรนด์เนมแพงๆ โปรดสงสารเห็นใจในความทุกข์ของคนเหล่านี้บ้าง" นายเสกสกลกล่าว
    ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การที่นายเสกสกลออกมาปกป้องรัฐบาลเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะตำแหน่งที่ถูกแต่งตั้งมาก็เพื่อคอยงับคนที่กล่าวถึงนายกรัฐมนตรี แต่การปกป้องโดยไม่ดูดาวดูตะวันเช่นนี้ช่างน่าเวทนา การปกป้องนายโดยการใส่ร้ายคนอื่น แทนที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงหรือมองสภาพการณ์ของรัฐบาลด้วยความเป็นจริงบ้าง น่าจะช่วยยกระดับการทำงานของนายเสกสกลได้บ้าง และการกล่าวหาผู้อื่นว่าก้าวล่วงสถาบันซ้ำๆ เหมือนตลกไร้มุก กล่าวหาไม่จบสิ้น  ทั้งที่พรรคก้าวไกลเองก็มีการชี้แจงออกมาเป็นร้อยครั้งพันครั้งว่า เราไม่มีความคิดจะก้าวล่วงหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ดูเหมือนข่าวสารส่วนนี้จะไม่เข้าหูซึมสู่สมองนายเสกสกลเลย หรือสมองกลวงไปแล้ว หูอื้อไม่สนใจข้อเท็จจริงใดๆ ทำแต้มปกป้องนายไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ
    "ผมอยากสื่อสารไปยังนายเสกสกล ชื่อเดิมนายสุภรณ์ หรือแรมโบ้อีสาน?ยอดกตัญญู ว่าคุณก็อยู่แวดวงการเมืองมานาน แม้จะไม่เคยไปถึงฝั่งฝัน แต่ก็น่าจะเข้าใจและเรียนรู้บ้างว่าปลายทางของการเป็นผู้แทนต้องมาจากการยอมรับจากประชาชน ไม่ใช่แค่ชื่อมงคล และหากคิดจะสง่างามบนเส้นทางการเมือง นายเสกสกลควรมีเหตุผล ข้อเท็จจริงในการปกป้องนายมากกว่านี้ หรือคิดจะเติบโตเยี่ยงสุนัขรับใช้ตลอดไปก็ตามสะดวก สุดท้ายไม่ต้องห่วงว่ามะเร็งร้ายในสมองของแกนนำคณะก้าวหน้าหรือคนในพรรคก้าวไกลว่าจะรักษาไม่หาย สิ่งที่ไม่มีทางรักษาหายและน่าเป็นห่วงที่สุดคือกมลสันดานของนายเสกสกลเองต่างหาก" นายณัฐชากล่าว.

 

 

 


อันที่จริง อะไรที่เป็น ๒ ถือว่าปกติ อย่างโลก ก็มี ขั้วเหนือ-ขั้วใต้, มีกลางวัน-มีกลางคืน มนุษย์-สัตว์ มี เพศผู้-เพศเมีย

เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"
เมื่อ"เสือโทนี่"เป็น"อีแร้ง"
อยากย้ายประเทศใช่มั้ย?
ไฟลามทุ่ง 'ลามถึงศาล'