เขาเรียกว่า 'ทางลง'


เพิ่มเพื่อน    

      รอบนี้หนักจริงๆ

            วานนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อดีดไปที่ ๑,๕๔๓ คน

            นอกจาก กทม.แล้ว พบว่าหลายจังหวัดตัวเลขยังเพิ่มอย่างน่าตกใจ!

            ที่แน่ๆ คือยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด

            รวมยอดผู้ป่วยสะสมรอบใหม่ในเดือนเมษายนนี้ปาเข้าไป ๘,๙๗๓ ราย

            แค่ครึ่งเดือนเฉียดหมื่น

            ไม่ได้เอาตัวเลขมาขู่ให้กลัว แต่ข้อเท็จจริงถ้าไม่สนใจอะไรเลย ยังใช้ชีวิตกันปกติ อย่าหวังว่ายอดผู้ติดเชื้อจะลดลง

            วันนี้ต้องจับตาการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (ศบค.) ที่นายกฯ ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะ ว่าจะเคาะมาตรการอะไรออกมาบ้าง

            หลักๆ ก็เป็นข้อเสนอจากคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19  (ศปก.ศบค.)

            มีข้อเสนออะไรบ้าง

            ปรับพื้นที่จังหวัดเป็น ๒ สี คือ พื้นที่ควบคุมสูงสุด

            จังหวัดสีแดง ๑๘ จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์  สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ภูเก็ต นครราชสีมา นนทบุรี  สงขลา ตาก อุดรธานี สุพรรณบุรี สระแก้ว ระยอง และขอนแก่น และพื้นที่ควบคุม

            จังหวัดสีส้ม ๕๙  จังหวัดที่เหลือ

            รวมแล้วก็ทั่วประเทศพอดี

            มาตรการที่สำคัญใน ๒ พื้นที่สี คือ มาตรการจำกัดเวลาให้บริการร้านอาหาร

            พื้นที่สีแดง เปิดได้ถึงเวลา ๒๑.๐๐ น.

            พื้นที่สีส้ม เปิดถึงเวลา ๒๓.๐๐ น.

            ส่วนมาตรการอื่นๆ ทั้งพื้นที่สีแดงและสีส้มต้องปฏิบัติเหมือนกันในทุกจังหวัด รวมมิตรกันไป

            ปิดสถานบริการในลักษณะผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด

            ห้ามจำหน่ายสุราและห้ามดื่มในร้านอาหารทุกจังหวัด

            งดการเรียนการสอน

            งดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมากกว่า ๕๐  คนขึ้นไป

             ยกเว้นการจัดในครอบครัว

            ส่วนยาแรง คือล็อกดาวน์ ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด ต้องรอลุ้น

            ผลจะออกมาเช่นไรรอฟัง ช่วงเย็นๆ น่าจะมีรายละเอียดออกมา

            ไปดูเรื่องของคนอดข้าวในเรือนจำกันหน่อย                

            ก็ไม่รู้ว่าเขานัดกันไว้หรือเปล่า เพราะมีจดหมาย ทำนองแนะนำให้เลิกอดอาหาร ออกมาพร้อมกันถึง ๓ ฉบับ

            ฉบับแรกของแม่เพนกวิน เขียนถึงลูก

            "....ถึงพี่พีท ลูกรักสุดหัวใจของแม่

                 แม่เข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของพี่ แม่รู้ว่าพี่ต้องการที่จะช่วยเหลือและพัฒนาประเทศนี้ที่พี่รักมากให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้

                แต่พี่อย่าลืมนะครับว่า พี่ยังมีแม่คนนี้ที่รักพี่มากขนาดไหน แม่ยอมแลกชีวิตกับพี่ได้ทุกเมื่อ แม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่

                พี่ก็รู้ เรายืนเคียงคู่กันทุกสถานที่ ทุกเวลาที่ลูกต้องการ  ถ้าพี่จำได้ที่แม่เคยเล่าให้ฟังว่าเราต่อสู้กันมายากเย็นขนาดไหนกว่าพี่จะได้มีชีวิต

                ตั้งแต่พี่เกิดพี่ก็ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ต่อ ตอนที่พี่เข้า ICU แล้วไม่ได้สติ แม่กระซิบข้างข้างหูลูกให้ลูกต่อสู้อีกครั้งเพื่อที่เราจะได้อยู่ต่อด้วยกัน

                แม่ยังทำหน้าที่แม่ไม่ได้สมบูรณ์เลยครับพี่ แม่ยังส่งพี่ไม่ถึงฝั่งฝันที่พี่ต้องการเลย

                แม่เคยบอกพี่ว่า แม่เหนื่อยมากแล้ว แม่พร้อมตายเมื่อพี่และน้องเรียนจบ แต่พี่บอกแม่ว่า อย่าเพิ่งรีบตาย ให้อยู่ดูพี่ประสบความสำเร็จก่อน

                วันนี้แม่อยู่รอดูพี่อยู่

                แล้วพี่ล่ะครับ จะอยู่ทำให้แม่เห็นวันนั้นหรือเปล่าครับ

                แม่เข้าใจในเจตนาและอุดมการณ์ของลูก แต่แม่อยากให้ลูกลองคิดทบทวนอีกครั้ง เพื่อหัวใจ + ชีวิตของผู้หญิงแก่ๆ  คนนี้ที่รักลูกมากสุดชีวิต

                ทุกวันนี้แม่ให้กำลังใจตัวเองว่า สักวันแม่จะได้ลูกกลับมา  แม่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ ถ้าแม่ไม่มีความหวังนั้นอีกต่อไป

                จากแม่ผู้ซึ่งรักลูกสุดชีวิตและหัวใจ

                แม่สุ...."

            ฉบับถัดมาเป็นของ แม่ รุ้ง ปนัสยา เขียนถึงลูกสาว

                "...ลูกรุ้งแม่อยากให้ลูกหยุดอดอาหารได้แล้วนะลูก เพราะหนูอดอาหารมาหลายวันแล้วนะลูก มันไม่ดีต่อสุขภาพและอันตรายมากนะลูก

                แม่เป็นห่วงนะ

                หนูอยู่ในเรือนจำแม่ก็ดูแลหนูไม่ได้ ที่บ้านเราทั้งพ่อแม่และพี่ๆ ทุกคนมีความกังวลเป็นห่วงหนูกันมาก 

                ลูกกลับมาดูแลสุขภาพร่างกายทานอาหารตามปกตินะ เพื่อแม่และครอบครัวของเรานะลูก

                รักลูกมากและเป็นห่วงมากที่สุด...."

            และฉบับสุดท้าย เขียนในเฟซบุ๊กของ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ผู้นำจิตวิญญาณสามนิ้วล้มเจ้า

                "....ผมคิดมาหลายวันจะเขียนดีไหม? เขียนแล้วได้ประโยชน์อะไรไหม? เขียนแล้วจะถึงหูผู้รับหรือไม่?

                อยากบอก เพนกวิ้น ว่า เลิกอดอาหารเหอะ

                ตอนนี้เข้าขีดอันตรายแล้ว บางทีอาจเกิดอาการฉับพลันได้

                ผมยังไม่มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับคุณ ในห้องเรียนเลย

                ยังไงก็รอผมหน่อย..."

            อ่านครบทั้ง ๓ ฉบับ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่าง

            "เพนกวิน-รุ้ง" เลิกอดอาหาร

            หาทางลงอย่างนั้นหรือ?

            ในแง่ความเป็นมนุษย์ก็ยินดีด้วยหากเลิกทรมานตัวเอง ด้วยการกินแต่น้ำหวานๆ ที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

            แต่อยากให้คนในขบวนการนี้มองความเป็นจริงและกฎหมาย

            ไม่มีศาลประเทศไหนให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมไปทำความผิดเดิมซ้ำๆ

            และสิ่งที่ต้องรู้คือ การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย

            ในอดีตคณะราษฎร ๒๔๗๕ พยายามล้มล้างสถาบัน ก็ไม่สำเร็จ

            การเมืองยุคปัจจุบัน สลับกันใช้ประชาชนออกมาล้มรัฐบาล เคยมีครั้งไหนสำเร็จบ้าง

            แค่ล้มรัฐบาลยังยาก จึงมองไม่ออกว่าจะล้มสถาบันซึ่งมีประชาชนเคารพนับถือจำนวนมากมายมหาศาลได้อย่างไร

            ไปถามพรรคเพื่อไทยดูว่า จะล้มสถาบันพระมหากษัตริย์หรือเปล่า

            คำตอบก็รู้กันอยู่แล้ว 

            ฉะนั้นเลิกอดข้าวถือว่าเดินถูกทางแล้ว

            จากนั้นขอให้รู้ว่าการยอมรับเงื่อนไขประกันตัวของศาล ก็คือการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่การลดทอนความเป็นนักสู้ตามเสียงเชียร์จากพวกเฒ่าหัวหงอกที่อยู่นอกเรือนจำ

            ทางลงมีเสมอสำหรับทุกคน.  

 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน