
20 ก.พ.2566-ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวถึงพัฒนาการของการสานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดขยายผลงานวิจัยระดับพื้นที่ ไปสู่รูปธรรมของการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและขจัดความยากจนได้อย่างยั่งยืน โดยชี้แจงว่า บพท. ได้รับการตอบสนองความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในการบูรณาการการทำงาน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก และแก้ปัญหาความยากจน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และประธานกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า การที่ บพท.-อพท.-พอช.-สสว.เห็นพ้องที่จะบูรณาการทำงานร่วมกัน บนเป้าหมายร่วมคือการขจัดความยากจนและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีมาก
“ผมมั่นใจว่าการที่ 4 องค์กรมาเชื่อมโยงการทำงานเข้าด้วยกัน โดย บพท.ใช้จุดแข็งด้านการวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่ อพท.ใช้จุดแข็งด้านการท่องเที่ยว พอช.ใช้จุดแข็งด้านการพัฒนาองค์กรชุมชน และ สสว.ใช้จุดแข็งด้านเงินทุน ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการตลาด จะทำให้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำได้รับการขจัดออกไป”

ดร.กิตติ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของ บพท.-อพท.-พอช.-สสว.ว่าจะเป็นไปตามแนวทางดังต่อไปนี้
- หารือเป้าหมายร่วมในการทำงานในสองกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ (1) คนจนและครัวเรือนยากจนในพื้นที่ ตามระบบข้อมูล TPMAP ทั่วประเทศกว่า 6 ล้านคน (ตามดัชนีใหม่เรื่องเกณฑ์รายได้และชีวิตความเป็นอยู่) รวมถึงระบบข้อมูลครัวเรือนยากจน PPPCONNEXT จากงานวิจัยของ อว. ใน 20 จังหวัดยากจนกว่า 9 แสนคน และ (2) การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่าน ผู้ประกอบชุมชน (Local Business) รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน OTOP และ Local SME ที่มีลักษณะร่วม ได้แก่ เป็นธุรกิจชุมชนที่มีการจ้างงานในพื้นที่ มีการใช้ Local resources และมีโครงสร้างกระจายรายได้ รวมตัวเลขผู้ประกอบการชุมชนทั้งประเทศกว่า 2 ล้านราย
- สร้างและประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม จากฐานข้อมูลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.). เพื่อเสริมพลังแกนนำชาวบ้านที่ พอช. พัฒนาขึ้น ในการพัฒนาชุมชนโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจอาชีพ
- สร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชนพื้นที่ รวมถึงการสร้างผู้ประกอบการในชุมชน โดยเฉพาะการขยายผลการพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน (CBT) จาก อพท. เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ และสร้างให้คนรุ่นใหม่เกิดสำนึกรักษ์ท้องถิ่นและพัฒนาพื้นที่ของตนเองให้เข้มแข็ง
- สร้างผู้ประกอบการชุมชน/ธุรกิจชุมชน ให้มีศักยภาพการประกอบการ และสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่สามารถดึงคนจนให้สามารถเป็นแรงงานที่มีรายได้สม่ำเสมอได้ โดยขยายผลจากงานวิจัยของ อว. รวมถึงการขับเคลื่อนและการสนับสนุนเชิงนโยบายของ สสว.

“สำหรับกลไกขับเคลื่อนการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันในการจัดตั้งคณะทำงานร่วม ซึ่งจะได้มีการกำหนดพื้นที่ทำงานเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันใน 3 ลักษณะ ได้แก่ พื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของครัวเรือนยากจน พื้นที่ที่มีมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงกับภาคีทุกภาคส่วนในพื้นที่ และพื้นที่ที่มีระบบข้อมูลเป็นที่ยอมรับได้ ในการเชื่อมโยงความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายไปร่วมกันพัฒนาขึ้นเป็นพื้นที่ต้นแบบระดับจังหวัด ทั้งนี้คณะทำงานร่วม จะมีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันอย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง”
ดร.กิตติ กล่าวว่า ภายใต้แนวทางและกลไก กระบวนการทำงานร่วมกันของ พอช.-อพท.-สสว. และบพท.ดังกล่าว เชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบโจทย์การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำที่มุ่งผลสำเร็จต่อการยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนยากจนได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
depa สสว. ไปรษณีย์ไทย และ Google Thailand ร่วมสนับสนุน Pantip MALL แพลตฟอร์มไทย ให้เป็นทางเลือก Marketplace ไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
Pantip.com ประกาศเปิดตัว "Pantip MALL" โครงการที่ไม่ได้เป็นเพียง Marketplace น้องใหม่ แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ในการทวงคืน "อธิปไตยทางแพลตฟอร์ม" ให้กลับมาอยู่ในมือคนไทย
อพท. จัด DASTA Forum Fast Forward ดันเที่ยวไทยยั่งยืน
อพท. ชวนภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน ร่วมเวทีระดับประเทศ 15–16 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เปิดมุมมองใหม่การท่องเที่
สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร จัดเวทีดำเนินโครงการบ้านมั่นคงพลัส ระดมความคิด เดินหน้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย วางแผนขับเคลื่อนสู่อนาคต
นายจิตรกร พยัฆโส รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย จัดเวทีโครงการบ้านมั่นคงพลัส แบ่งกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกับสำนักงานเขต ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงาน

