แคลิฟอร์เนีย 'บานสะพรั่ง' หลังฤดูหนาวที่เปียกชื้น

ท้องทุ่งอร่ามไปด้วยสีส้ม สีเหลือง สีม่วง และสีขาว ปกคลุมทั่วไหล่เขาของรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่ดอกไม้บานสุดลูกหูลูกตาเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยาก หลังสิ้นสุดฤดูหนาวอันเปียกชื้น

พื้นที่ท้องทุ่งในชนบทอันกว้างใหญ่ ใช้เวลาหลายเดือนในการเปลี่ยนตัวเองจากสีน้ำตาลแห้งๆ หม่นๆ เป็นพรมดอกไม้หลากสีที่ผลิบานอย่างมีชีวิตชีวา จนแทบจะสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ

ชาวแคลิฟอร์เนียใช้ช่วงเวลาหลบพายุฝนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แต่ในบ้านตลอดช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่มากเป็นประวัติการณ์ ยิ่งทำให้ผู้คนแปลกใจอย่างมากเมื่อเปิดประตูออกจากบ้านแล้วพบกับดอกป๊อปปี้, ดอกลูปิน และพุ่มดอกเอนเซเลีย บานสะพรั่งต่อหน้าต่อตาดั่งภาพวาดในสวนหลังบ้าน

ตั้งแต่ยุคมิชชันนารีชาวสเปนในช่วงแรกๆ ดำเนินมาจนถึงยุคอุตสาหกรรมของอเมริกา การบานสะพรั่งของดอกไม้ได้ดึงดูดผู้คนที่ปรารถนาจะได้เห็นมาเป็นเวลานาน และบูชาความงามของธรรมชาติดุจดั่งสิ่งมหัศจรรย์

แต่ในยุคของอินสตาแกรมและติ๊กต็อก ดอกไม้ที่บอบบางเหล่านี้สามารถตกเป็นเหยื่อของรสนิยมทางสังคมของโลกออนไลน์

ย้อนไปในปี 2562 รัฐที่มีประชากรมากที่สุดของสหรัฐอเมริกาได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า "วันสิ้นโลกดอกป๊อปปี้" ในช่วงที่ดอกไม้บานสุดขีดครั้งสุดท้าย เมื่อนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนเดินทางมาท่องเที่ยวยังพื้นที่ชนบทและสร้างปัญหาการจราจรติดขัดที่ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นอัมพาต

เหล่าอินฟลูเอนเซอร์และนักท่องเที่ยวที่แสวงหาการเซลฟี่ ทิ้งรถของพวกเขาไว้ตามทางหลวงและเดินขบวนไปตามพื้นที่ทุ่งดอกไม้ป่า และบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าขณะที่พวกเขาหามุมถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบ

ดุจดั่งฝันร้าย ผู้คนเหล่านั้นเหยียบย่ำทุกสิ่งและทำลายดอกไม้จำนวนมาก จนไม่มีอะไรงอกกลับมาได้แม้แต่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จนมาในปีนี้ที่ทุกอย่างกลับคืนมาเพราะอิทธิพลของพายุและน้ำท่วมที่ทำให้ดินฟื้นฟู

เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ซ้ำรอย ชาวบ้านในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างป้องกันการรุกล้ำของนักท่องเที่ยว ด้วยการเติมไอเดียให้การชมทุ่งดอกไม้ กลายเป็นรูปแบบการผจญภัยในทุ่งกว้าง

มีการนำเสนอโปรแกรมทัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวลอยตัวอยู่เหนือหมู่มวลดอกไม้ด้วยการโหนซิปไลน์ ซึ่งพวกเขาสามารถสนุกไปกับมันได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเหยียบย่ำหรือสัมผัสจนก่อความเสียหายให้ธรรมชาติ  ซึ่งถือเป็นวิธีจัดการการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบจากการดื่มด่ำกับปรากฏการณ์นี้โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนภูมิประเทศ

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่า การบานสะพรั่งของดอกไม้ในแต่ละครั้งนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนสามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และเพิ่มความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพของแคลิฟอร์เนียได้เป็นอย่างดี และสามารถส่งต่อไปจนถึงคนรุ่นหลังได้อย่างยั่งยืน.

# สนับสนุนภาพประกอบและวีดีโอโดย AFP #

-------------------------------------------------

กด Subscribe & กดกระดิ่ง ได้ที่ / https://www.youtube.com/@ThaipostTV

-------------------------------------------------

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของไทยโพสต์ได้ทุกช่องทางที่

Website : https://www.thaipost.net/

Youtube : https://www.youtube.com/c/ThaipostTV

TikTok : https://www.tiktok.com/@thaiposttk

Facebook : https://www.facebook.com/thaipost

Twitter : https://twitter.com/thaipost

Instagram : https://www.instagram.com/thaipost_ig/

Line : https://lin.ee/ukteb32

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ขัดใจ’ ทำให้ ‘รอด’

ร้อน....! ทำให้คนหงุดหงิดง่าย อะไรๆ มันก็ขวางตา-ขวางตีนไปหมด ฉะนั้น วันนี้.... เริ่มด้วยเรื่องดีๆ เผื่อจะช่วยให้จิตใจสงบได้บ้าง ไม่ต้องมาก แค่ “ช้างกระดิกหู-งูแลบลิ้น” บุญกุศลก็เหลือล้นแล้ว

🔴 LIVE ‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้จุดจบ THE LAST WAR อิหร่านขยี้อิสราเอล!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

🔴 LIVE ‘ดร.รุสตั้ม’ ชี้จุดจบ THE LAST WAR อิหร่านขยี้อิสราเอล!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2569

'สัญญาณอันตราย'

ผมว่า..... ถึงตอนนี้ “เลิกคิดไปได้เลย” ว่าสงคราม “สหรัฐฯ-อิหร่าน” จะยุติ นอกจากไม่ยุติแล้ว ยังขยายวงกว้าง จากยุทธการทางอากาศ ไปสู่ยุทธการทางภาคพื้นดิน ชนิดเปิดหน้าดวลกันระหว่าง “สหรัฐฯ กับอิหร่าน”

รัฐบาล ‘มีไว้ให้ด่า’

รัฐบาลอนุทิน “ทำถูกแล้ว”! ที่ยอมเป็น “นางทาส” ให้การเมืองฝ่ายค้าน...ประชาชน...สื่อ “จิกหนังหัว” ด่า โดยไม่ขัดขืนและมีปฏิกิริยาโต้แย้งใดๆ