'บวรศักดิ์' แนะอว.รีบถอดบทเรียนญี่ปุ่นรับมือน้ำท่วม

ในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2568เมื่อวันที่  1ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม และยังมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองประธาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ในฐานะเลขานุการสภานโยบาย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  โดยที่ประชุมสภานโยบายฯ ได้มีมติในนโยบายที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ  รวมทั้ง  มีมติและข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญหลายประการ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการอุทกภัย การพัฒนากำลังคน การยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

นายสุรศักดิ์ รมว.อว. ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้และอีกหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนการเรียนสอนของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ รวมถึงการสอบ TGAT/TPAT ระหว่างวันที่ 13 – 15 ธันวาคมนี้เนื่องจากสนามสอบในหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดย อว. ได้มีการหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อพิจารณาให้มีการเลื่อนสอบในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การเยียวยานักศึกษาผู้ประสบอุทกภัยโดยการคืนค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนซึ่งจำเป็นต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดเพดาน ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือแรงงานในพื้นที่ด้วยการหาตำแหน่งงานและ Upskill Reskill

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ กล่าวสนับสนุน โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยยังขาดระบบบริหารจัดการอุทกภัยที่เป็นเอกภาพ และชี้ตัวอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ซึ่งสะท้อนความไม่พร้อม พร้อมสั่งการให้กระทรวง อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นแกนหลักในการทำงานแบบเร่งด่วน โดยเน้นการถอดบทเรียนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โดยอาจเชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศดังกล่าวมาให้ความเห็น พร้อมจัดทำคู่มือเตรียมพร้อมสำหรับภาครัฐและประชาชน รวมถึงการบูรณาการการทำงานและเชื่อมโยงข้อมูลภัยพิบัติผ่าน Data Exchange โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาสาภาคประชาชนตามที่มีการเสนอในที่ประชุมด้วย

“การถอดบทเรียนเพื่อทำข้อเสนอในครั้งนี้ควรแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน นอกจากนี้สิ่งที่น่าห่วงคือ หากกรุงเทพมหานครเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ความเสียหายจะสูงระดับ “ล้านล้านบาท” ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้าอย่างจริงจัง” รองนายกรัฐมนตรีย้ำ

ด้านเครือข่ายมหาวิทยาลัย 3 จังหวัดชายแดนใต้ เปิดชุดความรู้สู้ภัยพิบัติน้ำท่วม จัดระบบระเบียบทีมอาสาสู้ภัย 8 ชุดรับมือ เชื่อมโยงกลไกรัฐ   ผศ.ดร.อรุณีวรรณ  บัวเนี่ยว รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) กล่าวว่า  แผนเผชิญเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส  มีสถาบันอุดมศึกษา ที่ร่วมมือกับ มอ.ปัตตานี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรภ.ยะลา) และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) ได้หลอมรวมข้อมูลความรู้จากงานวิจัยเข้าด้วยกัน พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มบูรณาการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงอว. และเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และสถานการณ์ภัยพิบัติทุกรูปแบบ

“ภายใต้แพลตฟอร์มบูรณาการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เรามีกำลังคนทั้งคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลาการของ 3 มหาวิทยาลัย ในการทำงานร่วมกันถึง 30,000 คน โดยที่เกือบทุกคนเป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ รู้จักพื้นที่ ตลอดจนวิถีชีวิตคนพื้นที่อย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งของความสำเร็จในการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม”

มรภ.ยะลา

ผศ.ดร.อรุณีวรรณ เปิดเผยด้วยว่า ปัจจัยความสำเร็จอีกส่วนหนึ่งของการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมคือการทุ่มเททำงานกันแบบจิตอาสา สืบสานพระราชปณิธาน “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ”ของในหลวงรัชกาลปัจจุบัน และมีการจัดระบบระเบียบการทำงานออกเป็น 8 ทีมทำหน้าที่รับผิดชอบแต่ละด้าน ประกอบด้วย1).ทีมข้อมูลสถานการณ์น้ำ 2).ทีมข้อมูลสถานการณ์พื้นที่ 3).ทีมรับบริจาค 4).ทีมปฏิบัติการพื้นที่ 5).ทีมครัวเฉพาะกิจ 6).ทีมสื่อสารและประสานงาน 7).ทีมเทคโนโลยีภัยพิบัติ และ 8).ทีมวิเคราะห์ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ ซึ่งจะทำงานเชื่อมโยงกับกลไกราชการ และชุมชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญยิ่งของการรับมือภัยพิบัติ

“ในการรับมือภัยพิบัติ   น้ำท่วมปี 2568 ของจังหวัดปัตตานี ได้มีการประสานความร่วมมือระหว่าง มอ.ปัตตานี กับ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นางพาตีเมาะ สะดียามู เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ อีกทั้งบอกกล่าวเครือข่ายนักจัดการงานพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ให้ยกระดับการรับมือภัยพิบัติอุทกภัย”ผศ.ดร.อรุณีกล่าว

 รศ.ดร.วสันต์ พลาศัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวเสริมว่า การขับเคลื่อนงานรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมด้วยชุดความรู้จากการวิจัย ที่ถูกออกแบบไว้ดี และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกเทศมนตรีเป็นกลไกหลัก ทำให้การรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมทั้งที่ปัตตานี-ยะลา และนราธิวาส เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมความเสียหายให้อยู่ในวงจำกัด

  “ผมหวังว่าทั้งปัตตานีโมเดล-ยะลาโมเดล หรือ นราธิวาสโมเดล ที่ถูกพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ในการรับมือภัยพิบัติน้ำท่วม น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้หน่วยงานระดับนโยบาย ผลักดันให้งานป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมทั้งความรู้ วัสดุอุปกรณ์ และกำลังบุคลากร”     

มอ.ปัตตานี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุตุฯ เตือนอากาศเย็นถึงหนาว ลมแรง อุณหภูมิลดอีก 1-2 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1 - 2 องศาเซลเซียส

อาเซียนพาราเกมส์ที่ไทยเข้มข้น 4จาก19กีฬาใช้ควอลิฟาย ไปแข่งเอเชียนฯที่ญี่ปุ่น

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. มั่นใจมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 วันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ชิงชัยกันเข้มข้นแน่นอน เมื่อ 4 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก และจักรยาน จากทั้งหมดที่จัดแข่งขัน 19 ชนิดกีฬา จะใช้เป็นเวทีคัดเลือกหรือควอลิฟายไปเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 วันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 ที่ประเทศญี่ปุ่น