
รัฐบาลอนุมัติเดินหน้าศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมรวมทั้งออกแบบกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเพื่อเตรียมการก่อสร้างโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงจังหวัดเลย โดยมอบหมายองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการร่วมภาคีภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่
โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงมีกระบวนการศึกษาถึงความเหมาะสมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องภายใต้ข้อกำหนดการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ด้วยระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร จะทำให้กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงมีความยาวที่สุดในประเทศไทย และนับเป็นกระเช้าไฟฟ้าแห่งแรกที่ปักหมุดสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า มีข้อกังวลถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ ระหว่างก่อสร้างและเมื่อกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเปิดบริการขนนักท่องเที่ยวขึ้น-ลง เส้นทางกระเช้าจะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวภูกระดึงของนักท่องเที่ยวสายผจญภัยหรือไม่ ซึ่งตามแผนงานเมกะโปรเจ็คกระเช้าภูกระดึงจะพร้อมเปิดบริการนักท่องเที่ยวปลายปี 2570

ความคืบหน้าล่าสุด นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ร่วมกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าโครงการผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง ที่อาคารศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคาร B

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเกิดขึ้นมานาน การดำเนินโครงการต้องอยู่ภายใต้กรอบระเบียบ กฎหมาย และมาตรฐานด้านการอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด ต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA โครงการจะเกิดผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอนาคต ส่วนข้อกังวลเรื่องศักยภาพการรองรับบนยอดภูนั้นจะมีการออกแบบบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เบื้องต้นโครงการเน้นนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวภูกระดึงแบบ One Day Trip หรือควบคุมจำนวนการพักค้าง เน้นการขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศยามเช้า กลางวัน และเย็น คำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับบนยอดภูกระดึงที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีศูนย์เปลี่ยนถ่ายการจราจรในพื้นที่ด้านล่าง ปัจจุบันช่วงเทศกาลท่องเที่ยวภูกระดึงจะมีนักท่องเที่ยวพักค้างแรมเฉลี่ย 300-500 คน ถ้าเทศกาลปีใหม่ตัวเลขมากถึง 3,000-5,000 คน
“ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง คาดว่า จะเป็นพื้นที่ฐานรากของกระเช้าไฟฟ้า ซึ่งต้องจัดเตรียมพื้นที่เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย แต่กระทบน้อยมาก สามารถเยียวยาให้สามารถกลับสู่สภาพธรรมชาติในระยะเวลาสั้น ไม่เกิน 1 ปี ส่วนแนวกระเช้าไม่มีการตัดต้นไม้แต่อย่างใด เราต้องการกระเช้าที่ปลอดภัย แข็งแรง ให้ความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยว และไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เป็นกระเช้าที่คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ เชื่อว่าโครงการกระเช้าจะไม่ถูกพับไป เพราะรัฐบาลมีนโยบายต่อเนื่อง รวมถึง กมธ.วุฒิสภา กมธ.สภาฯ ประชาชนมีความเห็นสอดคล้อง เชื่อรัฐบาลใหม่ก็จะให้การสนับสนุน “ นายอรรถพล กล่าว

อธิบดี อช. กล่าวว่า การจัดทำ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการการทำงานในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ยึดหลักการอนุรักษ์เป็นสำคัญ ควบคู่กับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กรมพร้อมให้การสนับสนุนด้านข้อมูล วิชาการ และการกำกับดูแลตามภารกิจ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผอ.อพท. กล่าวว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่แค่การสร้างกระเช้าไฟฟ้า แต่สร้างโอกาสใน 3 มิติ สร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งให้ชุมชน สร้างความปลอดภัยของผู้คน สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ สร้างการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โครงการนี้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนด EIA กระเช้าภูกระดึงเป็นคำตอบทิศทางการพัฒนาท่องเที่ยวแห่งอนาคตขับเคลื่อนท่องเที่ยวคู่การอนุรักษ์ภายใต้ขีดความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ที่สร้างสมดุลใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ธรรมชาติและระบบนิเวศคงไว้ ประชาชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์ รวมถึงเพิ่มความสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ

ผอ.อพท. กล่าวต่อว่า ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยในปัจจุบันของการจัดสร้างกระเช้าไฟฟ้าจะเกิดผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด เส้นทางกระเช้าจะไม่บดบังทัศนียภาพหลักของเส้นทางเดินเท้าของนักท่องเที่ยว คงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งภูกระดึง นักท่องเที่ยวจะขึ้นกระเช้าภูกระดึงผ่านระบบการจองตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ จะทำให้เกิดการหมุนเวียนนักท่องเที่ยว เพิ่มวันพัก กระจายรายได้สู่ชุมชนทั้งพื้นที่เดิมและจังหวัดใกล้เคียง นักท่องเที่ยวมาได้ตลอดปี ยกเว้นฤดูที่อุทยานฯ ปิด การท่องเที่ยวจังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียงคึกคัก นอกจากนี้ ที่ผ่านมา อพท.จัดเวทีประชุมและรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงในพื้นที่จ.เลย มากกว่า 40 ครั้ง ประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยกับโครงการร้อยละ 90
“ โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ ออกแบบรายละเอียดโครงสร้างควบคู่การจัดทำรายงาน EIA ฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอรายงาน EIA เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2569 รวมถึงภายในปีนี้จะเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติก่อสร้างและผ่อนผันการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A และตามแผนกำหนดปักหมุดเสาต้นแรกในเดือนธันวาคม 2569 การก่อสร้างใช้เวลา 1 ปีแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2570 “ นายศิริปกรณ์ย้ำไทม์ไลน์สร้างกระเช้าภูกระดึง

ด้าน ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ระหว่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ อพท. ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม มาขับเคลื่อนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่โดยรวม ไม่เฉพาะกระเช้าไฟฟ้า แต่เชื่อมต่อพื้นที่มีกระเช้ากับพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การศึกษาจะเน้นการเชื่อมต่อนำนักท่องเที่ยวไปสู่จุดบริการกระเช้าไฟฟ้าที่ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ นึกภาพหากมีกระเช้าไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจะขับรถไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะมีจำนวนรถมหาศาล ลานจอดขนาดใหญ่ MOU นี้จะศึกษาและวางแผนบริหารจัดการไม่ให้จำนวนคนมากเกินไป จนส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสร้างมลพิษ รวมถึงการมีกระเช้าจะส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจต่อพื้นที่ข้างเคียงอย่างไร ภูกระดึงไม่ได้อยู่ใจกลางจังหวัดเลย แต่ใกล้เพชรบูรณ์ ขอนแก่น จังหวัดโดยรอบจะได้อานิสงค์จากการกระจายการท่องเที่ยว หากมีการวางแผนระบบท่องเที่ยว บริหารจัดการพื้นที่ กฎระเบียบ กฎหมายท้องถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเป็นระบบ เป็นสิ่งที่มุ่งหวัง เน้นบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้วยศักยภาพของคณาจารย์และนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เตรียมจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิญทุกภาคส่วนมาเสนอแนะแนวทางหรือข้อคิดเห็นในการบริหารจัดการท่องเที่ยวภูกระดึงอย่างยั่งยืน ภายใต้การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน “ ผศ.สรายุทธ กล่าว
ในงาน DASTA Forum : อพท. Fast Forward มีการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันระหว่าง อพท. และกรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้ ฉบับที่ 1 ได้แก่ การส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป้าหมายร่วมกันศึกษาวางแผน บริหารจัดการ และพัฒนาพื้นที่พิเศษในความรับผิดชอบของ อพท. ที่เกี่ยวข้องกับโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงในพื้นที่ อช.ภูกระดึง และฉบับที่ 2 ได้แก่ การศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่พิเศษของ อพท. เป้าหมายร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวในประเทศควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงสนับสนุนข้อมูลปฏิบัติงานและการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อพท. จัด DASTA Forum Fast Forward ดันเที่ยวไทยยั่งยืน
อพท. ชวนภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน ร่วมเวทีระดับประเทศ 15–16 ม.ค. 2569 ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เปิดมุมมองใหม่การท่องเที่
สุดปัง! อพท. ส่ง “ชุมชนบ้านผาหมี” คว้ารองชนะเลิศรางวัลนานาชาติท่องเที่ยวยั่งยืน Skål International Sustainable Tourism Awards 2025
อพท. ส่งผลงาน ชุมชนบ้านผาหมี จังหวัดเชียงราย ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาข่าท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติ ภายใต้ผลงานชื่อ "จากรากเหง้าสู่อนาคต
สุดปลื้ม! อพท.ส่งสุโขทัยคว้ารางวัล Green Destinations Gold Awards หนึ่งเดียวของไทยปีนี้ พร้อม 5 แหล่งท่องเที่ยวขึ้นแท่น 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก
เมืองเก่าสุโขทัย (Mueang Kao Sukhothai) ได้รับการรับรองสถานะความยั่งยืน Green Destinations Gold Award 2025 โดย Green Destinations ถือเป็นเหรียญทองที่ 2
อพท. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนพัทยาสู่เมืองเครือข่ายสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านภาพยนตร์ ภายใต้งาน Thailand Creative Cities Network 2025
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เดินหน้าผลักดันเมืองพัทยาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)
อพท. คว้ารางวัลองค์กรผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน “Good Travel Frontrunner Awards” 1 ใน 5 ประเทศแรกของโลก
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้มอบหมายให้ ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์

