
โรคพยาธิใบไม้ตับยังคงเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพคนไทยมายาวนาน และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพบอัตราการป่วยและเสียชีวิตสูงกว่าภูมิภาคอื่น จากสถิติพบว่าประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องปีละประมาณ 15,000–20,000 ราย และเฉพาะภาคอีสานจากการสำรวจในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตราว 6,500 รายต่อปี ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลไม่น้อยกว่า 13,500 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีประชาชนติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับไม่น้อยกว่า 6 ล้านคน ซึ่งมีความเสี่ยงพัฒนาไปเป็นมะเร็งท่อน้ำดีภายใน 20–30 ปีข้างหน้า หากไม่มีมาตรการควบคุมและป้องกันอย่างจริงจัง
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงบูรณาการความร่วมมือจาก 6 องค์กร ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงนามขับเคลื่อนโครงการ “ไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ–ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” มุ่งเน้นการทำงานเชิงพื้นที่ การวิจัยและคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น ควบคู่กับการจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และการสร้างความตระหนักรู้เรื่องอาหารปลอดภัยในชุมชนพื้นที่เสี่ยง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวอย่างยั่งยืน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จากความร่วมมือของบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถรับมือกับวิกฤตสุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในการดำเนินงานครั้งนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยความเป็นเอกภาพและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทุกหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข มหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ จะช่วยขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างเป็นระบบ ดังนั้นความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงครั้งนี้จะต้องไม่เป็นเพียงเอกสารเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องนำไปสู่การดำเนินงานที่เกิดผลจริง ทั้งการลดอัตราการติดเชื้อ ลดการเจ็บป่วย และลดการสูญเสียชีวิตในระยะยาว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศไทยต่อไป

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก เช่น ปลาร้า ปลาส้ม หรืออาหารพื้นถิ่นที่ใช้ปลาดิบเป็นส่วนประกอบ พฤติกรรมดังกล่าวสืบทอดกันมายาวนาน ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อในบางพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง บางแห่งพบการติดเชื้อสูงถึงประมาณร้อยละ 50 ขณะที่บางพื้นที่อยู่ที่ร้อยละ 10–20 และเมื่อร่างกายติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด
นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ในระยะสุดท้าย จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้จะเข้ารับการผ่าตัดก็มีโอกาสมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่ปี ดังนั้นแนวทางสำคัญจึงอยู่ที่การป้องกันและการตรวจคัดกรองให้พบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะมีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นจึงเร่งผลักดันให้การแก้ไขปัญหานี้เป็นวาระสำคัญระดับประเทศ ไม่เพียงเน้นงานวิจัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งขับเคลื่อนเชิงพื้นที่โดยอาศัยความร่วมมือของผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดูแลทั้งด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ลดการบริโภคอาหารดิบ และการให้ความรู้แก่ประชาชนตั้งแต่วัยเด็ก
“ขณะเดียวกันได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพระบบคัดกรอง โดยใช้เทคโนโลยีการตรวจสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูงกว่าเดิม ซึ่งช่วยให้ตรวจพบการติดเชื้อได้ง่ายและรวดเร็ว อย่างการตรวจปัสสาวะ ที่สามารถทราบผลได้รวดเร็ว และหากผู้ที่ตรวจพบเชื้อสามารถรับประทานยาเพื่อรักษาได้ทันที ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเริ่มมีความผิดปกติจะได้รับการตรวจเพิ่มเติมด้วยอัลตราซาวด์ และหากพบก้อนผิดปกติจะเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันและรักษาอย่างเหมาะสม โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะหากตรวจพบในระยะแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้
นพ.ศุภกิจ กล่าวถึงการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลในภาคอีสานให้สามารถผ่าตัดรักษามะเร็งท่อน้ำดีได้มากขึ้น พร้อมทั้งฝึกอบรมแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง เนื่องจากการผ่าตัดตับเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อน ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง การเพิ่มขีดความสามารถดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็ว ลดการรอคอย และเพิ่มโอกาสรอดชีวิต เป้าหมายสำคัญของการดำเนินงานในช่วง 2 ปีข้างหน้าคือการลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10 ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นให้มากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างน้อยร้อยละ 30 หรือช่วยลดการสูญเสียชีวิตได้หลายพันรายต่อปี

“แม้ปัจจุบันมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีจะมีสาเหตุได้หลายปัจจัย เช่น ไขมันพอกตับ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือพันธุกรรม แต่สำหรับประเทศไทย การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่พบในสัดส่วนสูง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก จึงถือเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุด ซึ่งหากสามารถลดพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อและลดอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ” นพ.ศุภกิจ กล่าว
ทั้งนี้ความร่วมมือจาก 6 องค์กร มุ่งเป้าการทำงานร่วมกันแบบเชิงรุกในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.ยกระดับสุขาภิบาล: พัฒนาระบบจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.อาหารปลอดภัย: สนับสนุนการจัดการอาหารที่ปลอดพยาธิใบไม้ตับในระดับชุมชน 3.ปรับพฤติกรรม: สร้างความตระหนักรู้และรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันตนเองจากโรค และ4.คัดกรองโรคและเข้าถึงการรักษา: สนับสนุนกลุ่มเสี่ยงให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีระยะเริ่มต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว โดยแต่ละหน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานตามเป้าหมายสำคัญของประเทศ ภายใต้ภารกิจตามความเชี่ยวชาญ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ลั่น! ตั้งรัฐบาลฟังเสียงประชาชน เป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมกันไม่ได้ก็อยู่กันไม่ได้เท่านั้นเอง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธ
'อนุทิน' ยันภูมิใจไทยไม่คิดแตะ 'พระราชอำนาจ'
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุใ
'พุทธิพงษ์' ชมภาวะผู้นำ 'นายกฯอนุทิน' ในสถานการณ์แบบนี้ เข้มแข็งชัดเจนดีมาก
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ชื่นชมและให้กำลังใจนายกอนุทิน ภาวะผู้นำในสถานการณ์แบบนี้ ทำได้เข้มแข็ง
‘เทพไท’ อัดอนุทินตีไพ่โง่ สุดท้ายไทยเสียเปรียบเวทีโลก
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”ในหัวข้อ เกมนี้ อนุทิน ตีไพ่โง่

