กกต.ตั้งศูนย์วอร์รูมเตรียมพร้อมเลือก สว. เปิดช่องผู้สนใจยื่นขอคำปรึกษา-แนะนำ ก่อนลงสนามชิงเก้าอี้ "สรวงศ์" เผย “เพื่อไทย” จ่อเปิดผู้สมัคร อบจ.กลางมี.ค.นี้ นำร่อง 4-5 จว. ลั่นคำว่าบ้านใหญ่ล้าสมัยแล้ว
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยจัดตั้งศูนย์เตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภาประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นศูนย์ประสานงานเตรียมการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอและระดับจังหวัด รวมทั้งเตรียมความพร้อมในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
โดยก่อนวันที่อายุของวุฒิสภาจะสิ้นสุดลงไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เพื่อเตรียมการแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะกรรมการระดับอำเภอและคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน แนะนำ อำนวยความสะดวก รายงานปัญหาหรืออุปสรรคเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และดำเนินการที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจและประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา สามารถขอรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือปรึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงกลุ่มสาขาอาชีพที่จะสมัคร ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567
ที่รัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการเลือกตั้ง อบจ.ของพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้มีการเตรียมในจังหวัดที่พร้อม โดยเป็นจังหวัดที่มีเอกภาพที่ สส.และผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตามคงไม่ได้ส่งลงทั้งหมดแน่นอน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองท้องถิ่นเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยผลักดันการเมืองระดับชาติ เพราะเมื่อกระจายงบประมาณลงไปก็ต้องพึ่งพาท้องถิ่นพอสมควร
นายสรวงศ์กล่าวว่า ในส่วนจังหวัดที่มีความพร้อมจะทำการเปิดตัวผู้สมัครในช่วงกลางเดือน มี.ค. หรือช่วงประมาณหลัง 20 มี.ค. แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความพร้อมของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่มีการวางแผนไว้เบื้องต้นแล้วว่าจะเปิดตัว 4-5 จังหวัดก่อน และจะทยอยเปิดไปเรื่อยๆ
เมื่อถามถึงขณะนี้กระแสบ้านใหญ่เริ่มไหลไปที่พรรคก้าวไกลมากขึ้น นายสรวงศ์กล่าวว่า มองว่าคำว่าบ้านใหญ่ ล้าสมัยแล้ว อุดมการณ์และการทำพรรคก็อาจมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่คำว่าบ้านใหญ่หมายถึงครอบครัวที่มีพื้นฐานทางการเมืองในจังหวัดต่างๆ ดังนั้นมองว่าประชาชนเข้าใจอยู่แล้วว่าใครทำอะไรในพื้นที่ ต้องยอมรับว่าการทำการเมืองท้องถิ่นต้องอยู่กับประชาชนจริงๆ แต่ก็มีความสำคัญ
นายสรวงศ์ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดการที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาในวันที่ 18-19 มี.ค.จะมีวาระหารืออะไรบ้างว่า การไปเยือนครั้งนี้เป็นการเชิญภายในระหว่างพรรคการเมืองด้วยกัน อาจมีการถกเรื่องการทำพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยเพิ่งจะมีการเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ และสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน หรือสมเด็จฮุน เซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชา อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้คุยกับ น.ส.แพทองธารว่าต้องการแลกเปลี่ยนเรื่องการทำพรรค โดยใช้คนรุ่นใหม่ เพราะประเทศกัมพูชาต้องการการเปลี่ยนแปลงให้ตามยุคสมัย
นอกจากนี้ น.ส.แพทองธารยังเล่าให้ฟังว่า สมเด็จฮุน เซน ได้ระบุว่านอกจากนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ส่วนมากก็มีแต่คนรุ่นเก่า จึงอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพรรคเพื่อไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชายแดนสงบจนเลือกตั้ง วางกรอบบูรณะปราสาท
“อนุทิน” ย้ำ ปชช.ไม่ต้องกังวล สถานการณ์ชายแดนยังเรียบร้อย
เปิดทางจับมือทุกพรรค
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “กกต.” ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วออกหาข่าวซื้อเสียง
สธ.ปัดใบสั่งกางข้อหาสุภัทร
สธ.แถลงปมมติ อ.ก.พ.สั่งปลด "นพ.สุภัทร" ออกจากราชการ ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง
พิรุธ!ถอน450ล้าน ธปท.ลุยสอบแตกแบงก์ม่วงส่อพันซื้อเสียงชงกกต.เชือด
"ผู้ว่าฯ ธปท." ฮึ่ม! จ่อประกาศคุมเพดาน ถอนเงินสด บี้ธนาคารโดดร่วมตรวจสอบ
เลขาฯ กกต. ไม่หวั่นโดนรุมสับจัดเลือกตั้ง เหน็บพวกหิวแสงช่วยพีอาร์งานไปในตัว
"แสวง" ไม่หวั่นไหวกระแสวิจารณ์ กกต. ล้มเหลวจัดเลือกตั้ง-ประชามติ ยันพร้อมรับฟังหากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มองคนด่า -ตำหนิ พวกหิวแสง ช่วยประชาสัมพันธ์งานไปในตัว เป็นการขอกันกิน
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน

