แจง 8 ประเด็นซัด “เขมร” ผิด กม.ระหว่างประเทศ ใช้สงครามข่าวสาร-บิดเบือน สวนทางการกระทำที่รุกล้ำ-ละเมิดอธิปไตยไทย รวมทั้งใช้โล่มนุษย์และละทิ้งร่างทหารที่เสียชีวิต ขัดหลักมนุษยธรรม ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ไร้ปะทะหนัก แต่กัมพูชายังคงเสริมที่มั่นต่อเนื่อง พร้อมส่งโดรนบินสอดแนม
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 3 ม.ค. อาทิ ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี, ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ, ชายแดนจังหวัดสุรินทร์, ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ ฯลฯ ว่ายังคงอยู่ในภาวะสงบเชิงยุทธการ แต่ตึงเชิงความมั่นคง โดยภาพรวมตลอดวันไม่พบการใช้อาวุธหนักหรือการปะทะโดยตรง สถานการณ์ยังอยู่ในห้วงหยุดยิงเชิงยุทธการ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเสริมความมั่นคงในที่ตั้ง ฝ่ายกัมพูชามุ่งซ่อมแซมบังเกอร์ เพิ่มกำลัง ลำเลียงเสบียง และเข้มงวดการรักษาความลับด้านข่าวสาร ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังภัยคุกคามแฝง ทั้งทุ่นระเบิดและการสอดแนมด้วย UAV
ทั้งนี้ การปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาสะท้อนภาพสงบในเชิงการเมือง แต่ตึงในเชิงทหาร ใช้การหยุดยิงเป็นฉากหน้า ขณะเบื้องหลังยังเดินเกมข่าวกรอง เสริมกำลัง สะสมเสบียง และปรับปรุงที่มั่น การสั่งห้ามถ่ายภาพ คุมข้อมูล และใช้โดรนตรวจการณ์ บ่งชี้ความกังวลต่อการเปิดเผยที่ตั้งและข้อกล่าวหาละเมิดข้อตกลง โดยในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะการเผชิญหน้าเชิงรับต่อไป
ขณะที่ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่อ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตรวม 8 ประเด็น คือ 1.กรณีกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยจริงหรือไม่นั้น ฝ่ายไทยยืนยันหลักฐานชัดเจนว่า กำลังติดอาวุธของกัมพูชาเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่การปกครอง และอำนาจอธิปไตยไทย เข้าข่ายละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
2.กัมพูชาใช้พื้นที่พลเรือนหรือหมู่บ้านเป็นฐานทหาร โดยการนำกำลังทหาร อาวุธ หรือคลังยุทโธปกรณ์ไปตั้งในพื้นที่พลเรือน เป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองพลเรือน (Civilian Protection) และเข้าข่าย การใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ (Human Shield) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 3.กัมพูชาใช้อาวุธยิงจากพื้นที่ชุมชนเข้ามาในฝั่งไทย โดยการโจมตีจากพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ ซึ่งไม่เพียงทำให้พลเรือนของตนเองตกอยู่ในอันตราย แต่ยังเป็นการจงใจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตอบโต้ ซึ่งขัดต่อหลักความระมัดระวัง (Precaution) อย่างร้ายแรง
4.กัมพูชาใช้อาวุธยิงต่อเป้าหมายพลเรือนไทย โดยฝ่ายไทยมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ชุมชน ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นเป้าหมายทางทหาร การโจมตีเช่นนี้เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ 5.ฝ่ายกัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะ โดยเป็นการยั่วยุทางทหารอย่างเป็นระบบ เช่น การเคลื่อนกำลังติดอาวุธ การยิงข้ามแดน หรือการละเมิดแนวหยุดยิง เข้าข่ายการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
6.ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมเก็บกู้ร่างทหารของตนเอง ซึ่งตามกฎหมายมนุษยธรรมกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องค้นหา เก็บกู้ และปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี การละเลยหน้าที่นี้ เป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน 7.ฝ่ายกัมพูชายังกล่าวหาไทยเรื่องการปฏิบัติขัดต่อหลักมนุษยธรรม ซึ่งภายใต้ความขัดแย้งสมัยใหม่นั้น การสื่อสารและสงครามข่าวสารถูกใช้ควบคู่กับการปฏิบัติทางทหาร ข้อกล่าวหาบางประการถูกนำเสนอโดยไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วน แต่ประเทศไทยยึดหลักว่าข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม และ 8.ประเทศไทยได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ พิจารณาสถานการณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่จากการบิดเบือนข้อมูล หรือการโฆษณาชวนเชื่อ
ด้านเว็บไซต์ขแมร์ไทม์สของกัมพูชา รายงานว่า ทางการกัมพูชาได้ส่งตัวคนไทย 162 คน ที่อยู่ในประเทศกัมพูชากลับประเทศไทยแล้ว ผ่านด่านถาวรบ้านแหลม จ.จันทบุรี หลังจากเมื่อวันที่ 3 มกราคม เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้นำขบวนรถบัสจำนวน 6 คัน นำตัวคนไทยกลุ่มนี้ไปยังชายแดน โดยมีทหารและเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาคอยดูแลการส่งตัว ณ จุดตรวจฝั่งกัมพูชา
รายงานระบุว่า กลุ่มคนไทยเหล่านี้เป็นคนไทยที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวและย้ายไปยังเมืองเสียมราฐ เพื่อรอคอยการประสานงาน กระทั่งไทยและกัมพูชาได้ประกาศร่วมมือกัน นำไปสู่การส่งตัวคนไทยกลับประเทศ
ขณะที่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้ทำการตรวจสอบประวัติคนไทยทั้ง 162 คนอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่ามี 6 คนที่มีหมายจับ ขณะที่ผู้ที่มีเอกสารถูกต้องได้รับการปล่อยตัวกลับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.จับป้ายสีหาเสียง
“กกต.” ถกผู้บริหารสื่อ จัดสรรเวลาออกอากาศนโยบาย 52 พรรคการเมือง “
แค่เสียใจไม่ขอโทษ เขมรอ้างอุบัติเหตุบึ้มทหารไทยเจ็บ/บี้รับผิดชอบพร้อมโต้กลับ
นายกฯ เรียกถกฝ่ายความมั่นคงหลังกระสุนปืน ค.กัมพูชาตกในฝั่งไทยพื้นที่ช่องบก
มาดูโรขึ้นศาลปัดทุกข้อหา ทรัมป์ปิดทางเลือกตั้งใหม่
“มาดูโร-ฟลอเรส” ปฏิเสธข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดและข้อหาอื่น
7วันเซ่น272ศพ พอใจสถิติลดลง หนูขอบคุณจนท.
นายกฯ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อํานวยความสะดวกประชาชนช่วงวันหยุดปีใหม่
ตร.เปิดหลักฐานมัดโจ๊ก ป.ป.ช.ริบดาบ‘เอกวิทย์’
ตำรวจเปิดหลักฐานโยง "บิ๊กโจ๊ก" ติดสินบนทองคำ 246 บาท ให้ ป.ป.ช.ล้มคดีเว็บพนันออนไลน์
ทภ.2 จี้กัมพูชาแค่เสียใจไม่พอ ต้องสอบสวนจริงจัง กำหนดมาตรการไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ทภ.2 ออกแถลงการณ์เรียกร้อง”กัมพูชา“สอบสวนเหตุกระสุนปืนค.เข้ามายังพื้นที่ “ช่องบก ” เตือนอย่าให้เกิดเหตุซ้ำอีก ย้ำไทยยึดมั่นข้อตกลงใช้ความอดกลั้นและความรับผิดชอบสูงสุด หลีกเลี่ยงการใช้กำลังเกินสมควร

