ทำลายระเบียบโลก! ‘สี จิ้นผิง’จวกสหรัฐ‘ทรัมป์’ขู่บุกโคลอมเบียผนวกกรีนแลนด์

“ทรัมป์” สวมบทตำรวจโลกต่อเนื่อง เตือน “โรดริเกซ” รักษาการ ปธน.เวเนซุเอลา หากไม่ร่วมมืออาจเจอหนักกว่ามาดูโร พร้อมบอกเป้าหมายต่อไปอาจเป็นโคลอมเบีย อ้างลอยๆ พวกเขาฆ่าคนจำนวนมาก ผู้นำโคลอมเบียสวนทันควันเลิกใส่ร้าย “สี จิ้นผิง” ชี้เป็นการทำลายระเบียบโลกอย่างเลวร้ายที่สุด ผู้นำมะกันยังตอกย้ำ ความเถื่อน หวังผนวกกรีนแลนด์เข้าผืนธงอเมริกา อ้างเพื่อป้องกันประเทศ นายกฯ เดนมาร์กซัดเรื่องไร้สาระ

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องจากปฏิบัติการของประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้รหัส Operation Absolute Resolve ที่หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ได้บุกเข้าจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร และซีเลีย ฟลอเรส ภริยา กลางกรุงการากัส เมืองหลวงประเทศเวเนซุเอลามาดำเนินคดีในสหรัฐฯ

โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเวเนซุเอลาได้ให้การรับรองเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี ขึ้นเป็นรักษาการประธานาธิบดีของประเทศ โดยวลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหม แสดงท่าทีให้การสนับสนุนโรดริเกซ ซึ่งทรัมป์เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า เป็นบุคคลที่รัฐบาลวอชิงตันสามารถร่วมมือด้วยได้

ปาดริโนอ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์รับรองคำตัดสินของศาลสูง ที่แต่งตั้งโรดริเกซเป็นรักษาการประธานาธิบดีเป็นเวลา 90 วัน และเรียกร้องให้ชาวเวเนซุเอลากลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ หลังสิ้นสุดการโจมตีของสหรัฐฯ  โดยได้ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็น "การลักพาตัวที่ขี้ขลาด" และกล่าวว่าบอดี้การ์ดของมาดูโรบางคนถูกสังหารอย่างเลือดเย็น เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนฝั่งเวเนซุเอลา

แต่ทางการเวเนซุเอลายังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากปฏิบัติการของสหรัฐ ฯ ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ถนนในกรุงการากัสเงียบเหงาไปถนัดตา ธุรกิจร้านรวงหลายแห่งปิดทำการ และมีผู้คนต่อแถวไม่มากนักที่ตลาดและร้านขายยาบางแห่ง

“ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนชาวเวเนซุเอลาทุกคนกลับมาดำเนินกิจกรรมทุกประเภท ทั้งด้านเศรษฐกิจ, การทำงาน และการศึกษาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพราะประเทศชาติต้องดำเนินต่อไปตามแนวทางรัฐธรรมนูญที่ยังคงมีอยู่”ปาดริโนกล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้นำหญิงคนใหม่ของเวเนซุเอลาประกาศไม่ยอมรับการกระทำของสหรัฐฯ และยืนยันจะปกป้องประเทศจากการเข้าควบคุมตามอำเภอใจของทรัมป์ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวมาดูโร ที่เธอยืนยันว่าเป็นประธานาธิบดีตัวจริงเพียงหนึ่งเดียว

ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เธอกลับว่า ผู้นำรักษาการของเวเนซุเอลาจะต้องจ่ายแพงมากหากไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา

“ถ้าเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอจะต้องจ่ายในราคาที่สูงมาก อาจจะสูงกว่ามาดูโรเสียอีก” ทรัมป์ขู่ผ่านสื่อสหรัฐฯ ในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

"ชาวเวเนซุเอลาและภูมิภาคนี้ควรค่าต่อการมีสันติภาพและการเจรจา ไม่ใช่การทำสงคราม เวเนซุเอลามีสิทธิ์ที่จะมีสันติภาพ การพัฒนา อธิปไตยและอนาคต"

โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวยื่นไมตรีทันทีหลังทรัมป์ขู่ต้องชดใช้อย่างหนัก เนื่องจากเธอได้ประกาศในวันที่มาดูโรถูกจับว่า เขายังคงเป็นประธานาธิบดีคนเดียวของเวเนซุเอลา

ฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวว่า ยินดีที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลของมาดูโร ตราบที่เป้าหมายของรัฐบาลวอชิงตัน  รวมถึงการเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในแหล่งน้ำมันดิบสำรองขนาดใหญ่ของเวเนซุเอลาบรรลุผลสำเร็จ

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า สหรัฐฯ จะเข้าไปบริหารเวเนซุเอลาอย่างไม่มีกำหนดและจะใช้ทรัพยากรน้ำมันของที่นั่นอย่างเต็มที่ การฟื้นฟูและการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่นั่น ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม มันดีกว่าสิ่งที่คุณมีอยู่ในตอนนี้

“การฟื้นฟูไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ในกรณีของเวเนซุเอลา ประเทศนี้ตกต่ำถึงขีดสุดแล้ว มันเป็นประเทศที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง มันเป็นประเทศที่หายนะในทุกด้าน” ทรัมป์กล่าว

เช่นเดียวกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำในทิศทางเดียวกันว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่ได้มองหาการปฏิรูปครั้งใหญ่ หรือแม้แต่การกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยในเร็วๆ นี้ แทนที่จะพยายามโค่นล้มรัฐบาลมาดูโรทั้งหมด เราจะประเมินจากสิ่งที่พวกเขาทำ

ส่วนชะตากรรมของมาดูโรนั้น ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในศูนย์กักกันนักโทษในย่านบรูคลินของนครนิวยอร์ก  พร้อมด้วยซีเลีย ฟลอเรส ภริยา โดยทั้งคู่จะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเวลาเที่ยงวันของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเที่ยงคืนวันนี้ตามเวลาในไทย เพื่อส่งฟ้องดำเนินคดีหลายข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อการร้าย และสมคบคิดเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีกำหนดประชุมฉุกเฉินในวันนี้ตามคำร้องขอของโคลอมเบีย ด้านเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำยูเอ็นกล่าวต่อ UNSC ว่า ปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาคือสงครามล่าอาณานิคมที่มุ่งทำลายระบอบสาธารณรัฐ การเลือกตั้งเสรีของประชาชน และกำหนดรัฐบาลหุ่นเชิดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำมัน ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้รัฐสมาชิกงดเว้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐอื่น

ส่วนรัฐบาลคิวบาได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นว่า จะจัดการไว้อาลัยในวันที่ 5-6 ม.ค. และจะมีการประกอบพิธีศพในภายหลัง เพื่อเชิดชูเจ้าหน้าที่คิวบา 32 คน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกกองทัพและหน่วยข่าวกรองของคิวบา ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติและเยี่ยงวีรบุรุษในฐานะหน่วยอารักขา ทั้งหมดถูกสังหารในการต่อสู้แบบเผชิญหน้าอย่างดุเดือดกับกลุ่มผู้โจมตี  หรือจากการทิ้งระเบิดในเวเนซุเอลา

ประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล ของคิวบากล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่า เป็นปฏิบัติการก่อการร้ายต่อชาวเวเนซุเอลา และทำร้ายภูมิภาคลาตินอเมริกาที่เป็นเขตแดนแห่งสันติภาพ

ทำลายระเบียบโลก

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์พาดพิงถึงสหรัฐฯ ว่า มหาอำนาจหลักของโลกควรที่จะทำตัวให้น่าเคารพนับถือ โดยเป็นผู้นำนานาชาติสู่เส้นทางการพัฒนา โลกกำลังเปลี่ยนแปลงและเผชิญความวุ่นวายใหญ่อย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบร้อยปีมานี้ เนื่องจากการกระทำแต่ฝ่ายเดียว ซึ่งได้ทำลายระเบียบโลกอย่างเลวร้ายมาก

“ทุกประเทศควรเคารพแนวทางการพัฒนาที่ประชาชนของแต่ละประเทศได้เลือกด้วยตนเอง ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาอำนาจควรเป็นผู้นำหน้าในการปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้”

หวัง อี้ รมว.การต่างประเทศของจีน/กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า จีนไม่เคยเชื่อว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถสวมบทบาทตำรวจโลกได้ และไม่เคยเห็นด้วยกับการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งอ้างตนเป็นผู้พิพากษาระหว่างประเทศ โดยอธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่

ทรัมป์ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน โดยขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับโคลอมเบียเช่นเดียวกับเวเนซุเอลา เพราะประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้ป่วยหนักมาก และถูกปกครองโดยคนป่วยที่ชอบผลิตโคเคนและขายให้สหรัฐอเมริกา

 “เขามีโรงงานผลิตโคเคน และจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้นาน”

เมื่อถูกถามว่า การแทรกแซงทางทหารที่คล้ายกับเวเนซุเอลาจะเกิดขึ้นกับโคลอมเบียหรือไม่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่า “ฟังดูดีสำหรับผม คุณรู้ไหมว่าทำไม เพราะพวกเขาฆ่าคนจำนวนมาก”

ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบีย ปฏิเสธคำกล่าวหาของทรัมป์ โดยกล่าวว่า ชื่อของเขาไม่ปรากฏในบันทึกของศาลใดๆ เลย

“หยุดใส่ร้ายผมเถอะครับ คุณทรัมป์! นั่นไม่ควรเป็นการข่มขู่ประธานาธิบดีที่ก้าวขึ้นมาจากการต่อสู้ด้วยอาวุธ และจากการต่อสู้เพื่อสันติภาพของประชาชนโคลอมเบีย” เปโตรกล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X

เปโตรได้วิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลทรัมป์ในภูมิภาคนี้อย่างรุนแรง และกล่าวหาว่ารัฐบาลวอชิงตันลักพาตัวมาดูโรโดยไม่ได้อ้างอิงพื้นฐานทางกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศโคลอมเบียเรียกการข่มขู่ของสหรัฐฯ ว่าเป็นการแทรกแซงที่ยอมรับไม่ได้ และเรียกร้องความเคารพ เพราะโคลอมเบียและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางทหารและเศรษฐกิจที่สำคัญในภูมิภาค แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตึงเครียดในระยะหลังนับตั้งแต่เริ่มต้นวาระที่สองของทรัมป์ ผู้นำทั้งสองได้ปะทะกันเป็นประจำในประเด็นต่างๆ เช่น ภาษีศุลกากรและนโยบายการย้ายถิ่นฐาน

ย้ำผนวกกรีนแลนด์

 นอกจากนี้ ทรัมป์ยังย้ำข้อเรียกร้องของเขาบ่อยครั้งว่า กรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กที่เป็นพันธมิตรนาโต ควรเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา

เมื่อถูกถามว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับกรีนแลนด์บ้าง ทรัมป์ตอบว่า พวกเขาจะต้องพิจารณาด้วยตัวเอง ตนไม่รู้จริงๆ แต่เราต้องการกรีนแลนด์อย่างแน่นอน เราต้องการมันเพื่อการป้องกันประเทศ

ในการตอบสนองท่าทีดังกล่าวของทรัมป์ นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ดิฉันต้องบอกสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจนว่า การที่สหรัฐฯ ต้องการจะเข้าควบคุมกรีนแลนด์นั้นเป็นเรื่องไร้สาระอย่างยิ่ง"

เธอยังเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันหยุดคุกคามพันธมิตรทางประวัติศาสตร์ของตน

ก่อนหน้านี้ เคที มิลเลอร์ ภรรยาของสตีเฟน มิลเลอร์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าคณะทำงานของทรัมป์ โพสต์ภาพบน X เป็นแผนที่ของกรีนแลนด์ในสีธงชาติสหรัฐอเมริกา ด้านบนมีข้อความว่า “อีกไม่ช้า” เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด

ทำให้นายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน  ของกรีนแลนด์ วิพากษ์วิจารณ์ว่า “ไร้ความเคารพ” ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและประชาชนของพวกเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่บนท่าทีเชิงสัญลักษณ์ที่ละเลยสถานะและสิทธิของเรา พร้อมย้ำว่าไม่มีเหตุผลให้ต้องตื่นตระหนกหรือกังวล ประเทศของเราไม่ได้มีไว้ขาย และอนาคตของเราจะไม่ถูกตัดสินโดยโพสต์ในโซเชียลมีเดียด้วย

ก่อนหน้านี้ เยสเปอร์ มอลเลอร์ ซอเรนเซน-เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐอเมริกา เคยเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพในบูรณภาพแห่งดินแดนของเดนมาร์กอย่างไม่มีเงื่อนไข

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์มักขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะผนวกกรีนแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตน โดยถึงขั้นกล่าวว่าจะใช้กำลังทหาร ล่าสุดการแต่งตั้งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์ของเขาก็ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมาก ทั้งบนเกาะกรีนแลนด์เอง รวมถึงกรุงโคเปนเฮเกนและสหภาพยุโรป

ทั้งนี้ กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและมหาสมุทรอาร์กติก ระหว่างทวีปอเมริกาเหนือกับยุโรป นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ตรงเส้นทางปล่อยขีปนาวุธที่เป็นไปได้ระหว่างรัสเซียและสหรัฐ  ที่สำคัญใต้ผืนดินของกรีนแลนด์ยังมีวัตถุดิบล้ำค่าที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เส้นทางเดินเรือที่เปิดใหม่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้สหรัฐฯ จีน และรัสเซียให้ความสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ในแถบอาร์กติกมากขึ้นอย่างมาก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ มธ. เจาะลึก สหรัฐบุกจับ ‘มาดูโร’ ผลกระทบไทย-โลก

นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์สหรัฐฯ บุกจับ “นิโคลัส มาดูโร” อาจไม่ทำให้ “เวเนซุเอลา” มีอนาคตสดใสอย่างที่คิด ชี้มะกันอาจเสียต้นทุนหลากหลาย สะท้อนจากบทเรียน “อิรัก-อัฟกานิสถาน” ระบุ “PDVSA” จัดสรรน้ำมันให้