มาดูโรขึ้นศาลปัดทุกข้อหา ทรัมป์ปิดทางเลือกตั้งใหม่

“มาดูโร-ฟลอเรส” ปฏิเสธข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดและข้อหาอื่นๆ ยันสถานะยังเป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลา “ทรัมป์” ลั่นไม่มีการเลือกตั้งใหม่ใน 30 วันแน่ ยูเอ็นหมดท่าไม่กล้าหือมะกัน แค่แสดงความห่วงใย อึ้ง! ตัวแทนสหรัฐบอกเป็นการป้องกันตนเอง ไม่ได้ทำสงครามและยึดครองประเทศ

เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ถูกนำตัวขึ้นสู่ศาลนิวยอร์ก เพื่อไต่สวนในข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดและอาวุธ รวมทั้งข้อหาอื่นๆ หลังจากถูกกองกำลังสหรัฐอเมริกาจับกุมตัวมาจากบ้านของเขาพร้อมซิเลีย  ฟลอเรส ภริยา ในกรุงการากัสเมื่อสองวันก่อน

มาดูโร วัย 63 ปี กล่าวต่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันว่า “ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ผิด” มาดูโรยิ้มแย้มขณะเดินเข้าห้องพิจารณาคดี สวมเสื้อสีส้มและกางเกงขายาวสีเบจ เขาพูดเสียงเบา

“ผมเป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเวเนซุเอลา และผมถูกลักพาตัวมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 มกราคม ผมถูกจับตัวมาจากบ้านของผมในกรุงการากัส” มาดูโรกล่าวต่อศาล โดยพูดเป็นภาษาสเปนผ่านล่าม แต่ผู้พิพากษาบอกให้เขาพูดเพียงแค่ชื่อของตนเอง

ฟลอเรสภริยามาดูโรก็ให้การปฏิเสธความผิดเช่นกัน โดยผู้พิพากษาสั่งให้ทั้งคู่ถูกคุมขังต่อไป และกำหนดวันพิจารณาคดีใหม่ในวันที่ 17 มีนาคม 2569

ส่วนในเวเนซุเอลา สภาผู้แทนราษฎรเวเนซุเอลาจัดพิธีสาบานตน ให้นางเดลซี โรดริเกซ ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของศาลฎีกา โดยโรดริเกซยืนยันว่า มาดูโรยังคงเป็นประธานาธิบดีของประเทศ ทั้งนี้ สภาเวเนซุเอลามีมติเชิงสัญลักษณ์ ประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ ซึ่งเป็นการลักพาตัวมาดูโรและนางฟลอเรส ขณะที่บรรยากาศภายนอกสภามีประชาชนจำนวนมากชุมนุมเรียกร้องให้สหรัฐปล่อยตัวมาดูโรและภริยา

ขณะที่ นายฆอร์เฆ โรดริเกซ ประธานสภาเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพี่ชายของรักษาการประธานาธิบดี แถลงว่า จะดำเนินการผ่านทุกขั้นตอน ทุกเวที และทุกหนทางเพื่อนำตัวมาดูโรและภริยากลับประเทศ

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ  ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์เมื่อวันจันทร์ว่า เวเนซุเอลาจะไม่มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันข้างหน้า เราต้องซ่อมแซมประเทศนี้ให้เรียบร้อยก่อน คุณยังไม่สามารถจัดเลือกตั้ง ไม่มีทางที่ประชาชนจะไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ด้วยซ้ำในตอนนี้”

ทรัมป์ยังได้ระบุชื่อสมาชิกในทีมงานหลายคนของเขา ทั้งมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว และเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ซึ่งจะเป็นผู้ช่วยดูแลการแทรกแซงของสหรัฐในเวเนซุเอลา พร้อมระบุว่า รัฐบาลสหรัฐอาจให้เงินอุดหนุนแก่บริษัทน้ำมันของสหรัฐในการเข้าไปลงทุนและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเวเนซุเอลา โดยประมาณการว่า กระบวนการดังกล่าวอาจเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 18 เดือน

“ผมคิดว่าเราสามารถทำได้ในเวลาที่สั้นกว่านั้น แต่มันต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และบริษัทน้ำมันจะสำรองจ่ายไปก่อน จากนั้นพวกเขาจะได้รับเงินคืนจากเราหรือผ่านทางรายได้ที่เกิดขึ้น”

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ทรัมป์ปฏิเสธมุมมองที่ว่าสหรัฐกำลังทำสงครามกับเวเนซุเอลา โดยเขากล่าวว่า เรากำลังทำสงครามกับพวกค้ายาเสพติด เรากำลังทำสงครามกับคนที่ปล่อยนักโทษจากคุกเข้าสู่ประเทศของเรา และปล่อยคนติดยาเสพติดออกมา รวมถึงปล่อยคนจากสถาบันจิตเวชเข้ามาในประเทศของเรา

ขณะเดียวกัน สมาชิก 15 ชาติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี จัดการประชุมด่วนที่สำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์กในวันจันทร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่มาดูโรจะขึ้นศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในนครนิวยอร์กเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่างๆ

โดยอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงต่อคณะมนตรีฯ ผ่านนางโรสแมรี ดิคาโล หัวหน้าฝ่ายการเมืองของสหประชาชาติว่า มีความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อแนวโน้มความไร้เสถียรภาพที่อาจรุนแรงขึ้นภายในประเทศเวเนซุเอลา ผลกระทบในระดับภูมิภาค  รวมถึงบรรทัดฐานใหม่ที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ

กูเตอร์เรสยังเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในเวเนซุเอลาหันมาใช้กระบวนการเจรจาที่เป็นประชาธิปไตยและครอบคลุมทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่า เขาพร้อมให้การสนับสนุนทุกความพยายามในการช่วยให้ชาวเวเนซุเอลาหาทางออกด้วยสันติวิธี

เลขาธิการยูเอ็นได้แสดงความกังวลว่า ปฏิบัติการบุกจับกุมนายมาดูโรที่กรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น อาจไม่เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอ้างถึงกฎบัตรสหประชาชาติที่ระบุให้สมาชิกละเว้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ

ด้านไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ชี้แจงต่อคณะมนตรีฯ โดยอ้างมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิในการป้องกันตนเอง โดยระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบังคับใช้กฎหมายแบบจำเพาะเจาะจง ต่อผู้ร้ายข้ามชาติที่ถูกออกหมายจับโดยกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ ซึ่งหมายถึงมาดูโรและฟลอเรส ภริยา

วอลต์ซย้ำว่า สหรัฐไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลาหรือประชาชน และไม่ใช่การเข้ายึดครองประเทศ แต่สหรัฐจะไม่ยอมให้ซีกโลกตะวันตกถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของศัตรู และไม่สามารถปล่อยให้แหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้นำที่ไม่ชอบธรรมและไม่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน

ส่วนซามูเอล มอนคาดา เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำสหประชาชาติ ตอบโต้ว่า  ปฏิบัติการของสหรัฐคือการโจมตีด้วยอาวุธที่ผิดกฎหมายและปราศจากความชอบธรรมทางกฎหมายมารองรับ พร้อมยืนยันว่าสถาบันต่างๆ   ในประเทศยังคงดำเนินการตามปกติ

ขณะที่ รัสเซีย จีน และโคลอมเบีย ได้ร่วมประณามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนสมาชิกส่วนใหญ่ในคณะมนตรีฯ ไม่ได้วิจารณ์สหรัฐโดยตรง แต่ย้ำถึงความสำคัญของการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติเป็นสำคัญ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘น้ำเงิน’เช็กบิล‘ส้ม’ ปั่นเฟกนิวส์ผิดกม.เลือกตั้ง ‘ชวน’ปลุกคนใต้สั่งสอนภท.

“กกต.” ประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียง มอบ "แสวง" เป็นประธาน “นายกฯ หนู”

ปปช.ยื้อคดีสินบน/โจ๊กไม่หนี

“ไตรรงค์” แจงชัดสอบ “ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติ เตรียมงัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย ย้ำปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน “ทนายบิ๊กโจ๊ก” บุก ป.ป.ช.

ศก.ปีนี้โตแผ่ว คาดจีดีพี1.5% ต่าสุดรอบ30ปี

"เอกนิติ" มั่นใจมาตรการ "คนละครึ่งพลัส-เที่ยวดีมีคืน-เติมเงินบัตรคนจน-เร่งรัดเบิกจ่าย" ช่วยบูมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 โตทะลุ 1% ดันภาพรวมทั้งปีบวกเพิ่มอีก 0.2%

ไทยทำสมุดปกขาวแจงโลก

ประจานโลก เขมรละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หลังปล่อยกระสุนปืน ค.ว่อนข้ามฝั่ง ขีดเส้นต้องมี “คำชี้แจง-ขอโทษ” ขึงพืดเล่ห์เขมรสายตาชาวโลก ลุยทำสมุดปกขาวเผยแพร่ข้อเท็จจริง