
“ไตรรงค์” แจงชัดสอบ “ภาคภูมิ” ฐานะผู้กล่าวหา ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติ เตรียมงัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย ย้ำปฏิบัติตาม กม.ทุกขั้นตอน “ทนายบิ๊กโจ๊ก” บุก ป.ป.ช. ร่าย 4 เหตุผล ค้านส่งสำนวนกลับพนักงานสอบสวน ยัน "อดีตรอง ผบ.ตร." ยังอยู่ไทยลุยต่อสู้คดีให้ถึงที่สุดไม่หนีแน่ "ป.ป.ช." ยื้อ! ยังไม่ถกคดีสินบนทอง อ้างต้องเช็กข้อมูลเพิ่ม คาดสัปดาห์หน้าชัดเจน “สนธิญา” จี้ ปปง.สอบพร้อมยึดทรัพย์
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 7 มกราคม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้กล่าวหา โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นการใช้ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนตามกรอบกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ชัดเจน ซึ่ง พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้ที่นำพยานหลักฐานเข้ามามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ชั้นสืบสวน จนนำไปสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยพยานหลักฐานทั้งหมดเริ่มต้นจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยาน ที่ระบุถึงการกระทำความผิดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวก
รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีติดสินบนเจ้าพนักงานเป็นคดีที่หาพยานหลักฐานได้ยาก ศาลฎีกามีแนวคำพิพากษาวางหลักไว้แล้วว่า บุคคลใดที่นำพยานหลักฐานสำคัญมาให้ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ต้องรับฟัง เพราะหากไม่มีพยานหลักฐานไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด ต้องมีพยานหลักฐานตามสมควร ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิมอบให้พบว่ามีความสอดคล้องกันทั้งพยานบุคคล พยานสถานที่ และพยานอิเล็กทรอนิกส์ สามารถรับฟังได้อย่างแน่นหนา จึงเป็นเหตุให้สอบปากคำในฐานะผู้กล่าวหา ถือเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้องตามแนวปฏิบัติของตำรวจ อัยการ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดยขณะนี้คดีดังกล่าวได้ส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.แล้ว การจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และพนักงานสอบสวนที่ทำคดีสินบนทองคำถูกแจ้งความดำเนินคดี ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อสมาธิการทำงาน พร้อมชี้ว่าเป็นเทคนิคการต่อสู้คดีที่มักใช้กันทั่วไป คือเมื่อถูกดำเนินคดี ก็แจ้งความแก้เกี้ยวทันที เพื่อนำไปใช้เป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวถึงกรณีที่ระบุว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็น 1 ใน 7 บุคคลที่อาจเข้าข่ายผู้ต้องหา แต่ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้นว่า การพิจารณาจะต้องดูทั้งพยานหลักฐานและเจตนา ซึ่งการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนา โดยจากการสอบสวน พ.ต.อ.ภาคภูมิให้การว่าไม่ทราบตั้งแต่ต้นว่าจะมีการติดสินบนทองคำ และเป็นผู้ที่นำพยานหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวน ซึ่งการจะเป็นผู้กล่าวหาหรือผู้ต้องหา เป็นดุลยพินิจที่ผ่านการพิจารณาของพนักงานสอบสวนแล้ว และท้ายที่สุดศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย โดยกระบวนการได้เดินมาถึง ป.ป.ช. ก่อนเข้าสู่อัยการและศาลตามลำดับ
ส่วนกรณีมีคำถามว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิเป็นผู้มีบุญคุณกับพนักงานสอบสวนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องบุญคุณ แต่เป็นสิทธิที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและกลับใจ นำพยานหลักฐานสำคัญมาให้ ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและระเบียบของ ป.ป.ช.รองรับ สามารถกันไว้เป็นพยานได้ พร้อมเปรียบเทียบว่าเป็นหลักการให้โอกาสผู้กลับตัวกลับใจ และในประเด็นที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อ้าง พ.ร.บ.อุ้มหาย กรณีตำรวจภาค 8 เชิญตัวนายสุรสิทธิ์ แพเกิด อดีตคนสวนบ้านกรรมการ ป.ป.ช. หนึ่งในผู้ต้องหาคดีสินบนทองคำนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมาย มีหมายค้นถูกต้อง และมีการบันทึกวิดีโอทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจค้นจนถึงการเชิญตัวมาซักถามในฐานะพยาน
งัดคลิปสู้ข้อหาอุ้มหาย
รองโฆษก ตร.ยืนยันว่า ไม่มีการข่มขู่หรือบังคับกักตัวตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยมีบุคคลใกล้ชิดของนายสุรสิทธิ์อยู่ในเหตุการณ์ตลอด พร้อมยืนยันว่าจะนำคลิปภาพและเสียงมาแถลงข่าวให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับชม เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนในวันที่ 8 ม.ค. ส่วนคำถามว่าจะดำเนินคดีกลับกับนายสุรสิทธิ์ในข้อหาแจ้งความเท็จหรือไม่นั้น ขอให้ยึดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก่อน หากมีข้อสงสัย ตำรวจพร้อมชี้แจงทุกประเด็นอย่างโปร่งใส
ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการส่งสำนวนคดีติดสินบนทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท กลับไปที่คณะพนักงานสอบสวนตำรวจ และให้ ป.ป.ช.ทำคดีนี้ต่อไป
โดยระบุเหตุผลในการคัดค้านการส่งสำนวนกลับไปยังคณะพนักงานสอบสวนของตำรวจใน 4 ประเด็น คือ 1.เนื่องจากที่มาของพยานหลักฐานในคดีนี้ อาจมีข้อโต้แย้ง หรือมีที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย 2.พยานบุคคลในคดีนี้อาจถูกจูงใจด้วยสัญญาหรือผลประโยชน์อื่นใด รวมทั้งอาจถูกขู่เข็ญบังคับเพื่อให้ถ้อยคำเป็นการปรักปรำให้ร้ายผู้ถูกกล่าวหา 3.เนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนไม่พิจารณาดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ที่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ให้ทองกับกรรมการ ป.ป.ช. และ 4.เรื่องความชอบธรรมของคณะพนักงานสอบสวนที่นายตำรวจบางนายเป็นคู่กรณีขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะพนักงานสอบสวนแถลงและเปิดพยานหลักฐานในคดีนี้เมื่อวานนี้นั้น อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช.ต่อสื่อมวลชน จึงเข้าข่ายว่าอาจเป็นการเปิดเผยความลับทางราชการ อันขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ
นายสัญญาภัชระกล่าวว่า คดีนี้เมื่อคณะพนักงานสอบสวนเลือกที่จะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งล่วงหน้าก่อนที่จะครบกำหนดให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อคณะพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้ กระบวนการสอบสวนต้องเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน จึงควรให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนตามต่อไปถึงชั้นพนักงานอัยการและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การส่งสำนวนกลับไปยังตำรวจนั้น ถือว่าเป็นการถอยหลังทางคดี และเกรงว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
เมื่อถามว่า จะเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยหรือไม่ หากคดีดังกล่าวยังอยู่ในมือ ป.ป.ช.ต่อไป เพราะหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. นายสัญญาภัชระกล่าวว่า ตนเองเป็นทนายความมากว่า 32 ปี และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย มั่นใจว่า ป.ป.ช.คงไม่เสียหลักการด้วยเรื่องเพียงแค่นี้ ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์นั้น เมื่อเช้านี้เพิ่งเข้าพบพูดคุยเพื่อเซ็นเอกสาร ไม่ได้มีความกังวลอะไร โดยยังยืนยันในความบริสุทธิ์และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีนี้ถึงที่สุด จะไม่หนีไปไหนแน่นอน
ขณะที่ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้มีการหารือกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ติดสินบนเป็นทองคำหนัก 246 บาท แก่นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ถูกกล่าวหารับผลประโยชน์คดีพนันออนไลน์ไว้พิจารณา หรือจะส่งสำนวนกลับไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ โดยยังไม่ได้มีการบรรจุวาระนี้เข้าที่ประชุม เนื่องจากเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบก่อน
"การที่ยังไม่ได้บรรจุเรื่องนี้เข้าวาระการประชุม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพราะความกดดัน เพราะผมและกรรมการ ป.ป.ช.ทำเรื่องลักษณะนี้มานาน ผ่านกันมาเยอะ แต่เราดูหน้างานเห็นว่ามีลักษณะที่ต่างจากทั่วไป เหตุแห่งคดีมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย อย่างน้อยก็ 3 ฝ่าย จึงต้องดูข้อกฎหมายเยอะ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะมีความคืบหน้าเรื่องนี้" รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุ
ปปช.ยื้อคดีสินบน
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงมีการสั่งลูกน้องซึ่งเป็นนายตำรวจเช่นเดียวกัน นำทองคำแท่งไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 246 บาท โดยมีมูลค่าในช่วงเวลานั้นประมาณ 10 ล้านบาท จริงเท็จหรือไม่อย่างไร และเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดมูลฐานกฎหมาย ปปง.หรือไม่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ยึดและอายัดทรัพย์ของกลุ่มคู่กรณีทั้งหมด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ระบบราชการ ประเทศชาติและประชาชน โดยมีนายวิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนทางการเงิน และในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ปปง. เป็นตัวแทนรับเรื่อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.รับรองปาร์ตี้ลิสต์ ‘อนุทิน’ปัดทิ้งเก้าอี้กห.
"กกต." ประกาศรับรอง สส.ปาร์ตี้ลิสต์วันพุธ ไม่กังวลคนยื่นฟ้อง
ไทยเฟิสต์!อพยพ300ชีวิต
นายกฯ ถกด่วนติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
ถก‘พลังงาน-พณ.’ตรึงราคา
นายกฯ ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต วันพุธนี้เรียก “พลังงาน-พาณิชย์”
สหรัฐลุยชิงฮอร์มุซ ถล่มกองทัพเรืออิหร่าน ยิวชี้สู้รบยืดเยื้อไม่ถึงปี
“IRGC-ทัพเรืออิหร่าน" ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่เรือฝ่าฝืนน่านน้ำโดนถล่ม
ออกหมายจับ! เบนสมิธ-เมีย ฟอกเงินพันล.
ตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ "เบน สมิธ-ภรรยา" พบหลักฐานหลอกลงทุนข้ามชาติ
เมินควบกห.-มท. ‘กกต.’ลุยเอาผิด กปน.สุพรรณบุรี
"อนุทิน" ยันไม่ตอบควบ รมว.กลาโหม หรือ รมว.มหาดไทย

