บัญชีดำอิตาเลียนไทย พระราม2เครนถล่มซ้ำดับ2 สั่งยกเลิกสัญญาดำเนินคดี

"ในหลวง-พระราชินี" ทรงเสียพระราชหฤทัยเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว ทรงรับผู้บาดเจ็บ-ผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์  พระราชทานเงินช่วยเหลือจัดการศพรายละ 2   หมื่นบาท "พระราม 2" เครนถล่มซ้ำอีก ทับรถสัญจรดับ 2 ศพ "อนุทิน" ควันออกหู ถกด่วน!  หลังพบ 2 เคสบริษัทก่อสร้างเดียวกัน สั่ง "คมนาคม" ยกเลิก 2 สัญญา "อิตาเลียนไทย"  พร้อมขึ้นบัญชีดำ "พิพัฒน์” ตั้ง คกก. 2 ชุดสอบทั้ง "สีคิ้ว-พระราม 2" ขีดเส้น 7 วันรู้สาเหตุ เบรก 13 โครงการอิตาเลียนไทยเช็กความปลอดภัยก่อน "กฤษฎีกา" หาช่องเอาผิด กม.อาญา-แพ่ง "รฟท." เคาะเยียวยาเบื้องต้นรายละ 3.4 แสน

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์เหตุเครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ขณะกำลังแล่นผ่านช่วง กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้เกิดไฟลุกไหม้และรถไฟตกราง ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัย ด้วยทรงทราบว่ามีประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งพระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพ รายละจำนวน 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ขณะกำลังแล่นผ่านที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. จนมีผู้เสียชีวิต 32   ราย และบาดเจ็บจำนวนมากนั้น ถัดมาเพียง 1 วัน ได้เกิดเหตุเครนของทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงมาอีกครั้ง

โดยเวลาประมาณ 09.15 น. วันที่ 15 ม.ค. ร.ต.ท.ศตพล อธิภัคกุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งมีเหตุเครนของทางยกระดับถนนพระราม 2 ช่วง กม.ที่ 30+300 ถึง กม.ที่ 30+400 บริเวณปากทางเข้าขนส่งสมุทรสาคร เกิดถล่มลงมาบนช่องทางหลักฝั่งขาออกกรุงเทพฯ หน้าโรงแรมปารีส ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จนเป็นเหตุให้มีรถของประชาชนที่สัญจรอยู่บนถนนถูกเครนทับ 2 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 คนติดอยู่ในซากรถ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาชัย 1 กับโรงพยาบาลเจษฎาเวชการ สมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบตัวคานเหล็ก (LG) หักโค่นมาพร้อมกับแท่งปูนที่ใช้เป็นคานสำหรับการสร้างพื้นถนน โดยรถกระบะที่ถูกทับเป็นรถส่งของทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบของระบบขนส่งมวลชน รถคันดังกล่าวมีนายสมพงษ์ ศรีสุข ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นคนขับ ซึ่งบริเวณหน้ารถถูกทับจึงยังไม่สามารถนำผู้เสียชีวิตออกมาได้ ส่วนอีกคันถูกท่อนปูนทับไว้ทั้งหมด จึงยังไม่ทราบทะเบียนรถคันดังกล่าว แต่เป็นรถตู้ทึบขนส่งของเช่นเดียวกัน

นายอำนาจ เจริญศรี  ผู้ว่าฯ จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ สั่งการให้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนออกจากที่เกิดเหตุให้ได้เร็วที่สุด และนำรถเครนขนาด 550 ตันมาบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการยกแท่งปูนและท่อนเหล็กออกก่อน

นายอำนาจกล่าวว่า ตอนที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ไม่มีการทำงานก่อสร้างทางยกระดับแต่อย่างใด  เพราะการก่อสร้างนั้นจะดำเนินการในช่วงกลางคืน เวลาประมาณ 19.00-04.00 น.เท่านั้น และช่วงที่ดำเนินการก็จะปิดช่องทางหลักตลอดสายไม่ให้มีรถผ่าน พอช่วงเช้าเมื่อหยุดทำงานก่อสร้างแล้วจึงจะเปิดเส้นทางให้รถวิ่งได้ในช่องทางปกติ

"เหตุที่เกิดเบื้องต้นเป็นผลมาจากการทำงานเมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุจากการทำงานเฉพาะหน้า แต่จะมาจากสาเหตุใดต้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำงานด้านการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน" ผู้ว่าฯ จังหวัดสมุทรสาครกล่าว 

ยกเลิก 2 สัญญาอิตาเลียนไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมจากกรณีเครนก่อสร้างถล่มโครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และกรณีเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ถล่มลงมาที่ จ.สมุทรสาคร มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงคมนาคม, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,อธิบดีกรมบัญชีกลาง, รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย, อัยการสูงสุด, ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย และตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วม

นายอนุทินแถลงผลการประชุมว่า ได้ประชุมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเรื่องนี้สะเทือนขวัญและมีความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน  ที่ประชุมจึงได้ข้อสรุปว่า ให้กระทรวงคมนาคมไปบอกเลิกสัญญายกเลิกผู้รับจ้างและดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมด โดยให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการเตรียมเหตุสำหรับยกเลิกสัญญา ซึ่งมีข้อกำหนดอยู่ในกฎหมายอยู่แล้ว  โดยรายละเอียดกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อ และเหตุที่ยกเลิกสัญญา เพราะไม่ต้องการให้ 2 โครงการนี้เป็นอันตรายต่อไป

"ส่วนการขึ้นบัญชีดำ ซึ่งจะเป็นการสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา ทางอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้คำแนะนำมาเพื่อสร้างความมั่นใจต่อภาพลักษณ์ของประเทศ" นายอนุทินกล่าว

ถามว่า จะยกเลิกสัญญาไปถึงโครงการอื่นที่บริษัทนี้รับจ้างอยู่ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เอาวันนี้ก่อน ถ้าจะไปดูเรื่องของอนาคตที่ประชุมวันนี้ก็จะไม่ได้ผลออกมา ยิ่งไปบอกให้แก้กฎหมายยิ่งไม่ต้อง เพราะวันนี้ไม่มีสภา ต้องรอรัฐบาลหน้า

ซักว่า 2 กรณีที่เกิดขึ้นจะหมายรวมถึงการก่อสร้างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมาด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กรณีก่อสร้างตึก สตง. ผู้บริหารเขารับโทษไปแล้ว และที่ตนพูดถึงเรื่องตึก สตง.ในที่ประชุม เพราะเห็นว่าวันนี้ตึกหายไปแล้ว ทำไมยังไม่ยกเลิกสัญญา จะไปส่งงวดงานที่ไหน ปรับแล้วหรือยัง เพราะสัญญาหมดไปตั้งแต่เดือน ส.ค.68 ตรงนี้หากจะปรับ ปรับกี่วัน ในเมื่อไม่มีตึกแล้วตรงนี้ก็ต้องดำเนินการต่อ จะปล่อยลอยๆ ไปไม่ได้ เชื่อว่าตรงนี้ทาง สตง.ต้องดำเนินการให้มันเป็นไปตามระเบียบ และกรณีที่เกิดขึ้น 3-4 ครั้งโดยผู้รับเหมารายเดียว รัฐคงต้องดำเนินการ เพราะไม่สบายใจให้ผู้รับเหมาแบบนี้ทำงานให้กับรัฐต่อไป

เมื่อถามถึงกรณียกเลิกสัญญาโครงการที่เหลือ ต้องประมูลงานหาคนมาทำงานต่อในส่วนที่เหลือใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า สมมุติงานนี้เสร็จไปแล้ว 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% ก็ต้องหาคนทำงานต่อ หากมีความเสียหายเพิ่มมากขึ้นก็ต้องไปยึดจากประกันโครงการที่ทำไว้ และยังมีความรับผิดชอบ หากรัฐต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมก็สามารถสงวนสิทธิ์ไปเรียกร้องจากผู้ทิ้งงานหรือผู้รับจ้างรายเดิมได้

ถามอีกว่า มีการพูดถึงการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยึดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนกรณีสมุดพกผู้รับเหมาที่เพิ่งมีการบังคับใช้นั้น อธิบดีกรมบัญชีกลางได้รายงานว่ากำลังออกเป็นระเบียบบังคับใช้อยู่ น่าจะเสร็จราวสิ้นเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.นี้ แต่อันนั้นเป็นเรื่องของโครงการในอนาคต ไม่ได้บังคับใช้ย้อนหลัง โดยเรื่องสมุดพกนี้เริ่มโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ถือเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่มีขั้นตอนดำเนินการตราออกมาเป็นกฎกระทรวง และต้องมีระเบียบตามมา ซึ่งกรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการ

ตั้ง 2 คกก.สอบเคสเครนถล่ม

ส่วนนายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 16 ม.ค. จะมีการประชุมตามข้อสั่งการของนายกฯ และในการประชุมวันนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2-3 ชุด ในแต่ละชุดเป็นเรื่องของเหตุการณ์ที่ อ. สีคิ้วและพระราม 2 แยกชุดกัน เพราะเป็นเคสที่ไม่เหมือนกัน เป็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหาข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ต้องหาข้อสรุป  และหลังจากนั้นต้องหาวิธีเลิกสัญญา ส่วนของโครงการที่เหลืออีก 12-13 สัญญา ขอให้หยุดการดำเนินการในช่วงนี้ และขอเอาวิศวกรรมสถานและกระทรวงคมนาคมเข้าไปตรวจสอบ จนกว่าจะมีความปลอดภัยที่แท้จริง

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เพื่อไปกำกับดูแลในการทำงานอีกชั้นหนึ่ง และในส่วนของค่าใช้จ่ายจะไปหารืออีกครั้งว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ กรณีของเราเป็นการเสริมเพื่อความมั่นใจของสาธารณะ เพราะ 2 เคสที่เกิดขึ้นภายใน 2 วัน ตนเชื่อว่าไม่มีอะไรบังเอิญขนาดนี้ จะมีประเทศไทยนี่แหละที่เกิดในลักษณะเดียวกัน  และที่สำคัญผู้รับเหมารายเดียวกัน

ถามว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงการตรวจสอบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความสะเพร่าหรืออะไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริง และความผิดเกิดจากส่วนไหน เพราะในที่ประชุมจะรู้ได้อย่างไร ซึ่งทางวิศวกรรมสถานที่เราเชิญมายังไม่ได้ลงพื้นที่พระราม 2 แต่เมื่อคืนเขาลงพื้นที่ อ. สีคิ้วแล้ว

"เรื่องการดำเนินคดีต้องดูว่าตรงนี้จะเกี่ยวข้องถึงกี่หน่วยงาน เราก็ต้องดำเนินคดีเป็นทอดๆ  ไป ซึ่งผมเชื่อว่ามีองค์ประกอบหลายส่วน ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเราจะดำเนินคดีในกี่เคสหรือกี่คดี แต่อย่างไรเราต้องดำเนินคดีในส่วนนี้ให้ถึงที่สุด" นายพิพัฒน์กล่าว

เมื่อถามว่าจะยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อยากจะยกเลิกก็ยกเลิกได้ ส่วนหนึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมในฐานะเจ้าของงาน แต่การที่จะยกเลิกผู้ที่เป็นคู่สัญญาจริงๆ คือกรมบัญชีกลาง ในส่วนนี้กระทรวงคมนาคมจะทำในหน้าที่ที่ทำได้ แต่แน่นอนยกเลิกใน 2 โครงการนี้ ส่วนกรมบัญชีกลางขึ้นบัญชีดำเป็นส่วนที่ต้องต่อเนื่องทันที โดยอาจจะถูกลดชั้น ไม่สามารถประมูลงานใหม่ได้อีกนานเท่าไหร่ เดี๋ยวจะมีการหารือกับกรมบัญชีกลางอีกครั้งหนึ่ง

พอถามว่าการขึ้นบัญชีดำจะถึงขั้นไม่สามารถรับงานในอนาคตได้อีกหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมกล่าวว่า เราต้องดู ไม่ใช่ว่าผิดโครงการนี้จะไปพาลโครงการอื่น สมมุติอีกกว่า 10 โครงการเขาดำเนินการแล้วเขาไม่ได้ผิด เพราะบริษัทนี้ไม่ได้มีงานชนิดเดียวหรือลักษณะเดียว งานก่อสร้างของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก็ส่วนหนึ่ง ที่ทางยกระดับของกรมทางหลวงก็ส่วนหนึ่ง และเขาอาจจะมีงานเช่นรถไฟใต้ดินอะไรพวกนี้ก็อาจจะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป แต่ยืนยันว่าโดนแบล็กลิสต์ ยืนยันแน่

"คณะกรรมการชุดนี้ในเรื่องของคำว่าอิตาเลียนไทย เราคงจะต้องคุยกับเขา โดยเฉพาะในอนาคตต้องเชิญผู้บริหารระดับสูงมาหารือว่าเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา มันเกิดขึ้นหลายเคส" รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมกล่าว

สั่งกฤษฎีกาหาช่องฟันเพิ่ม

ถามว่า กรณีที่ อ.สีคิ้ว มีการขุดคุ้ยการลงนามสัญญาในสมัยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมมาโจมตี นายพิพัฒน์กล่าวว่า วันที่ 16 ม.ค. ตนจะไปดูว่าโครงการที่สีคิ้วเป็นการลงนามในยุคนายศักดิ์สยามหรือไม่ แต่เชื่อว่าการลงนามในยุคใดก็แล้วแต่  รัฐมนตรีเป็นพยาน ไม่ใช่ผู้ลงนาม ฉะนั้นความรับผิดชอบมีแน่นอน เป็นเจ้ากระทรวงต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ในทุกสิ่งทุกอย่างรัฐมนตรีไม่ได้รู้ทุกเรื่อง การลงนามก็ไม่ได้มีการลงนามแค่ครั้งเดียวในแต่ละปี

"ในยุคดังกล่าวใครเป็นผู้เซ็นสัญญา ผมคิดว่าไม่เป็นประเด็น สมมุติโครงการที่ผมเซ็นวันนี้มันเกิดมันพัง เขาก็ว่ายุคคุณพิพัฒน์เป็นผู้เซ็นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สิ่งต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้หมด เพราะฉะนั้นต้องคิดว่าเราไปดูที่เนื้องาน อย่าไปเจาะจงว่านี่เป็นความผิดของใคร อย่าเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นมิติทางการเมือง" นายพิพัฒน์กล่าว

ถามว่า ตอนนี้ทั่วประเทศมีงานก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมเยอะไปหมด จะให้ความเชื่อมั่นต่อประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในวันที่ 16 ม.ค.ที่จะมีการประชุม จะให้ย้อนกลับไปดูทั้งหมดว่ามีโครงการที่เสี่ยงกับอันตราย โดยเฉพาะทางอากาศ เช่น โครงการยกระดับ ถือว่าเสี่ยงอันตราย หรือโครงการใต้ดิน เช่นรถไฟใต้ดิน ถือว่าเสี่ยงอันตราย แต่ถ้าบนผิวจราจรทั่วไป ความอันตรายก็มีน้อย อะไรที่เป็นโครงการเสี่ยง ตนเชื่อว่ามีไม่กี่โครงการ

ส่วนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ใหสัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมมีการหารือ 1.ต้องช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายโดยเร่งด่วน 2.สิ่งที่รัฐบาลคำนึงถึงคือ ไม่ให้การคมนาคมไปภาคอีสานและภาคใต้ติดขัด ต้องให้มีสภาพคล่องไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบเศรษฐกิจมาก และ 3.การดำเนินการกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะต้องรับผิดชอบในทางแพ่งหรือทางอาญา หรือทางปกครองอย่างไร

"ทั้งหมดนี้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางหารือคณะกรรมการวินิจฉัยการจัดซื้อจัดจ้างว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร" นายปกรณ์กล่าว

ถามถึงเรื่องเงินเยียวยา เลขาธิการกฤษฎีกากล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายหน่วย อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นายกฯ ได้สั่งการให้กองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไปดูแลตรงนั้นด้วย หรือในส่วนของคนไทย จะมีเรื่องของประกันหรืออะไรต่างๆ  ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้ามาช่วยดู

ซักว่าในเรื่องเงินเยียวยาที่นายกฯ ระบุจะต้องถึงหลักล้านบาท มีช่องทางกฎหมายหรือมีความเป็นไปได้หรือไม่ เลขาธิการกฤษฎีกากล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด ไม่กล้าตอบ แต่เมื่อมีความเสียหายเราก็ต้องชดเชยให้กับผู้เสียหายจริงๆ และตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และต้องไปดูด้วยว่าเงินกองทุนหรือประกันมีเท่าไหร่ อย่างไร ความจริงไม่มีใครอยากได้เงิน ทุกคนอยากหายใจ อยากมีชีวิตอยู่มากกว่า ความปลอดภัยสาธารณะมันต้องมี สิ่งที่นายกฯ กังวลมากคือความปลอดภัยสาธารณะ

"นายกฯ สั่งการว่าจะทำอย่างไรในส่วนโครงการที่เกิดเหตุไปแล้ว นอกจากนี้โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะทำอย่างไร จะมีมาตรการอย่างไร จะต้องหยุดไว้ก่อนหรือไม่ จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชิ้นหรือไม่ และกระบวนการในการบริหารสัญญา ซึ่งตอนนี้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมุ่งเน้นในเรื่องของการได้มาซึ่งตัวคู่สัญญา แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญาสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประชาชนไม่ต้องประสบปัญหาแบบนี้อีกในอนาคต" เลขาธิการกฤษฎีกากล่าว

รฟท.เคาะเยียวยา 3.4 แสน

เมื่อถามว่า มีการพูดถึงบริษัทที่จะต้องถูกแบล็กลิสต์หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงชื่อของบริษัท แต่บอกว่าให้ไปดูข้อเท็จจริงว่าใครทำอะไร หากเกิดเหตุซ้ำๆ แบบนี้รับได้หรือไม่ และถ้ารับไม่ได้จะทำอย่างไรกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้มันมีช่องทางของมันอยู่

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟว่า กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุดังกล่าว มีนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดฯ เป็นประธาน และมีผู้แทนหน่วยงานด้านวิศวกรรมสภาวิศวกรและหน่วยงานอิสระเข้าร่วม เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและรอบคอบ

"ส่วน รฟท.ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเขตอันตรายขององค์กรขึ้นอีกชุดหนึ่ง เพื่อสอบสวนในมิติการปฏิบัติงานและมาตรการความปลอดภัย โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ภายในประมาณ 15 วัน" ผู้ว่าฯ รฟท.กล่าว

ต่อมานายอนันต์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังประชุมร่วมกับนายกฯ ว่า นายกฯ มอบหมายให้ดูเรื่องเงื่อนไขสัญญาของผู้รับจ้างว่ามีความผิดหรือไม่อย่างไร และสามารถยกเลิกสัญญาได้หรือไม่ โดยการรถไฟฯ ต้องไปดูหากพบว่าผิดเงื่อนไขสัญญา ก็ต้องพิจารณายกเลิกสัญญา ซึ่งสัญญาแรกที่ต้องดูคือสัญญาที่ 3-4 (การก่อสร้างรถไฟทางคู่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา) ขณะที่สัญญาส่วนอื่นก็ต้องไปตรวจสอบเช่นเดียวกัน เพื่อดูขั้นตอนการทำงานว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีก

"เรื่องเงินเยียวยาการรถไฟฯ จะเยียวยารายละ 340,000 บาท โดยจำนวนนี้มีเงินประกันโครงการ ที่คาดว่าจะได้ประมาณ 110,000 บาท และยังมีส่วนอื่น เช่นประกันสังคม ที่จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป เพราะแต่ละคนมีสิทธิ์ไม่เท่ากัน ขณะที่การเยียวยาชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย จะเยียวยาในเรื่องพื้นฐานก่อน และไปดูในรายละเอียดปลีกย่อยอีกครั้ง" รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ 'สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ' ประทับคู่ 'สมเด็จพระศรีนครินทราฯ'

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย