
"ในหลวง" โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ-ดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างตกทับรถไฟ "นายกฯ" ลงพื้นที่พระราม 2 ตรวจจุดเกิดเหตุ ซัดบริษัทรับเหมาประมาท-เลินเล่อ ปล่อยแท่งคอนกรีตห้อยต่องแต่งไม่ดึงให้แน่น ย้ำชัดรัฐมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา เหตุเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นภัยอันตรายต่อสาธารณะ "พิพัฒน์" สั่งตั้ง กก.สอบหาข้อสรุป ยกเลิก 2 สัญญาใน 7 วัน "ศาล ปค." แนะครอบครัวฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงบริเวณเกาะกลางถนนพระราม 2 หน้าโรงแรมปารีส การ์เด้น อินน์ เชิงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร และทับรถยนต์ที่แล่นผ่านมา ทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัย ด้วยทรงทราบว่ามีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
ในการนี้ ทรงรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับผู้เสียชีวิตไว้เป็นศพในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งพระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพ รายละ 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต กับพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
ขณะที่ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า วธ.ได้รับแจ้งจากสำนักพระราชวังว่า ตามที่เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ได้เกิดเหตุการณ์เครนยกใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ตกทับรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพมหานคร-อุบลราชธานี ขณะกำลังผ่านช่วง กม. รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ทำให้เกิดไฟลุกและรถไฟตกราง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกรายไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ กับทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ช่วยเหลือในการจัดการศพ รายละ 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ประสานการปฏิบัติกับสำนักพระราชวัง
"การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ สร้างความปลาบปลื้มและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ กระทรวงวัฒนธรรมน้อมรับพระราชกระแสทรงห่วงใยและสนองงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยได้สั่งการให้วัฒนธรรมจังหวัดเร่งประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อส่งข้อมูลรายชื่อผู้เสียชีวิต ให้กองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพหรือดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ" นายประสพกล่าว
ปลัด วธ.กล่าวว่า ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินงานจัดเตรียมกล่องเพลิงพระราชทาน และกล่องดินพระราชทาน ทรัพยากร บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนประสานญาติผู้วายชนม์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปฏิบัติพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ โดยขอเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหน้าที่ประธานในพิธีตามที่สำนักพระราชวังกำหนด และรายงานให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมทราบ รวมทั้งสามารถประสานขอรับการสนับสนุนการดำเนินงานจากส่วนกลางได้ทันที
"ผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรมทราบแล้ว โดย รมว.วธ.ได้กำชับให้ดำเนินการสนองงานดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ วธ.ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งผู้ว่าฯ โรงพยาบาลและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ทราบด้วย โดย วธ.รับสนองงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานทุกรายทุกขั้นตอนด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเต็มกำลังความสามารถ และขอเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทุกคนด้วย” ปลัด วธ.กล่าว
ชี้รัฐมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เครนลอนเชอร์ถล่มถนนพระราม 2 โดยเข้ามารับฟังรายงานจากนายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าฯ จังหวัดสมุทรสาคร และ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร
พล.ต.ต.ธีระเดชรายงานไล่เรียงคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายกฯ รับทราบ ระบุเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ผู้บาดเจ็บข้อมูลตอนแรกมีมาว่า 5 คน แต่ยืนยันว่าบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน และทางคดีได้สอบปากคำนายช่างโครงการไปแล้ว 2 คน และคนเจ็บอีก 1 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่แจ้งคาดจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ในการเคลียร์พื้นที่ ส่วนกรมทางหลวงแจ้งได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน ตามคำสั่งการของนายกฯ
นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ว่า เรื่องสาเหตุเบื้องต้นขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้ เพราะมีซากปรักหักพังเต็มไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือต้องถอดชิ้นส่วนต่างๆ ไปทำการตรวจสอบ แต่แน่นอนสาเหตุมาจากตัวทรัคเครนหรือเครนลอนเชอร์ เพราะล้มและทรุดตัวตรงนั้นไม่ใช่ตัวโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างคอนกรีต
ถามว่า หลังจากนี้หากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้วจะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่าจะสามารถสัญจรได้ นายอนุทินกล่าวว่า สิ่งที่สร้างอยู่แล้วตรงนี้มีความแข็งแรง เรื่องที่สีคิ้วก็เกิดขึ้นจากเครนลอนเชอร์ ตอนที่หิ้ว segment คอนกรีตขึ้นไป ไม่ใช่ตัวคอนกรีต ไม่ใช่ตัวโครงสร้างหรือตัวเสา สมัยเกิดที่ปากท่อพระราม 2 ก็เช่นกัน เกิดขึ้นจากตัวโครงสร้างรองรับ (supporting Structure)
ซักว่ากรณีสีคิ้วทางผู้รับเหมาขอโอกาสรัฐบาลขอสานงานต่อทำให้เสร็จ นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาลได้เห็นว่าเป็นความอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้ รมว.คมนาคมมอบนโยบายในการดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญากับยกเลิกสัญญา ยกเลิกสัญญาก็คือเป็นการทำผิดในสัญญา แต่ตรงนี้มันมีการกระทำที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ประโยชน์ประชาชนทั่วไป เราก็ต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้
เมื่อถามกรณีแบล็กลิสต์ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องแบล็กลิสต์จะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญาหรือมีการยกเลิกสัญญา หรือกระทำใดๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญา ทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานต่อไปก็จะเป็นในเรื่องของขึ้นบัญชีดำ มันเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว
พอถามว่า มีการถอดบทเรียนหลายครั้งกับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า จริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน ก็มีคุณสมบัติครบ แต่พอระหว่างการทำงานเราก็ต้องมาดูว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไปเคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่
นายอนุทินกล่าวว่า นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง เราก็ต้องไปดำเนินคดีหรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น แต่ในขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้ และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่านี่เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตราย เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก 4 ครั้งภายในระยะเวลา 10 เดือนเป็นต้น มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญา ซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้
ซัดเลินเล่อจุดเสี่ยงไม่ใส่ใจ
"รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่ 14 โครงการก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า 14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ ทางรัฐมนตรีจึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุดต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น" นายอนุทินกล่าว
ถามย้ำว่า หากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครองสามารถทำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ตามสบาย สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้ เพราะจะให้อยู่เฉยๆ ก็คงไม่ใช่ มองว่ายิ่งดียิ่งใช้คำสั่งทางปกครองยิ่งดี สอบกันไปเรื่อยๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด ซึ่งก็จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิคเข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า สรุปแล้วสาเหตุหลักมาจากเครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตรายและวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ ซึ่งจุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ
"เมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกันและเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้างแบบนั้นมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อวันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้วจึงถามไปว่าแล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเวลาดึง ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างแบบนี้ทางหลวงอนุญาตให้ทำงานแค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้วคุณจะไม่ดึงให้แน่นและปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง และกลางวันเปิดการจราจรให้รถสัญจรไปมา ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจ สำหรับผมเรียกว่าทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไมไม่ดึง ดึงไม่ได้ก็ต้องวางแผนใหม่ ทุกอย่างที่เป็นขั้นตอนของงาน ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเปิดพื้นผิวการจราจร" นายอนุทินกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อนโดยบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสส์บุ๊ก ดังนั้นจึงต้องใช้คำสั่งทางปกครอง เพราะถ้าหากใช้คำสั่งไปเรียกร้องทางแพ่ง ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปีถึงจะจบ
ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) คือ ITD ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบในโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงแรกกรุงเทพฯ-โคราช กรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และกรณีเครนก่อสร้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ สายเอกชัย-บ้านแพ้ว M82 ตกใส่รถบนถนนพระราม 2
ลุยเลิก 2 สัญญา ITD ใน 7 วัน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 2 เหตุการณ์ และให้คณะกรรมการฯ ไปหาข้อสรุปในการยกเลิกสัญญากับ บ.อิตาเลียนไทยฯ ทั้ง 2 สัญญา ภายใน 7 วัน ขณะเดียวกันให้กระทรวงคมนาคมแจ้งไปยังโครงการต่างๆ ที่อิตาเลียนไทยมีสัญญา ให้ยุติการก่อสร้างทุกสัญญาไปก่อน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวจะต้องไปดูรายละเอียดทางกฎหมายสากล และสัญญาทางปกครองด้วยว่าเป็นเหตุผลเพียงพอให้ยกเลิกสัญญาด้วย เนื่องจากปกติการยกเลิกสัญญากับเอกชนที่เป็นผู้รับจ้างนั้น การก่อสร้างทั่วไปจะเน้นสัญญาจ้างเป็นหลัก แต่กรณีที่เกิดขึ้นทั้ง 2 สัญญาใน 2 โครงการนั้น เอกชนเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเหตุการณ์เกิดถี่จนทำให้ขาดความเชื่อมั่น
"เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับรู้สึกหนักใจ แต่จำเป็นจะต้องยกเลิกสัญญา เนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นหลัก และทั้งสองโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเกิดเหตุติดๆ กัน" นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ประกอบด้วย รศ.เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ตัวแทนจากสภาวิศวกร, กระทรวงคมนาคม, อธิบดีกรมการขนส่งทางราง, อธิบดีกรมทางหลวง, อธิบกรมบัญชีกลาง, ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด, ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวถึงการยกเลิกสัญญาบริษัท อิตาเลียนไทยฯ พร้อมพิจารณาขึ้นบัญชีดำและดำเนินคดีตามกฎหมายว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบและหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ เพื่อพิจารณารายละเอียดและขั้นตอนตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างรอบคอบ
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางมีอำนาจประกาศรายชื่อผู้ทิ้งงานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานเจ้าของโครงการซึ่งเป็นคู่สัญญาเป็นผู้เสนอเรื่องมายังกระทรวงการคลัง
"ตามมาตรา 109 ของกฎหมาย เปิดช่องให้หน่วยงานสามารถสั่งทิ้งงานได้หากผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นความปลอดภัยและการจ้างเหมาช่วง หากมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญา ทั้งนี้ หากหน่วยงานระบุเงื่อนไขด้านความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน และผู้รับเหมาฝ่าฝืนจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ก็สามารถใช้เป็นเหตุเสนอขึ้นบัญชีดำได้ทันที” อธิบดีกรมบัญชีกลางระบุ
ศาล ปค.แนะญาติฟ้องได้
ที่สำนักงานศาลปกครอง นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองอุดรธานี กล่าวว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนถล่ม นอกจากเงินเยียวยาที่ได้รับตามสิทธิจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว ผู้เสียหายยังสามารถฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อเรียกเงินเยียวยาความเสียหายจากรัฐได้ด้วย โดยอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลปกครองชั้นต้น กรณีคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
วันเดียวกัน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกแถลงการณ์แสงความเสียใจต่อเหตุเครนถล่มทั้ง 2 จุด โดยเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงช่องว่างด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุงอย่างจริงจังและเร่งด่วน
ส่วนนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า กสม.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย อุบัติเหตุต่อเนื่องกันนี้สะท้อนถึงมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชนที่ต่ำจนน่าตกใจ ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของภาครัฐและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องซึ่งนำไปสู่ผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในชีวิตและความปลอดภัย รวมถึงการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมทั้งเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างต่างๆ ของภาคธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความสูญเสียกับประชาชนอีก
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอแนะการแก้ไขดังกล่าว 6 ข้อ 1.หยุดการก่อสร้างภาครัฐที่ใช้เครนลอนเชอร์ในพื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และทบทวนมาตรฐานการก่อสร้างทั้งหมด 2.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุที่เป็นอิสระ ผลการสอบสวนต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ 3.ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจังทั้งอาญาและแพ่ง และขึ้นบัญชีดำผู้รับจ้างที่กระทำผิดไม่ให้รับงานก่อสร้างในอนาคต 4. แก้ไขปัญหาการจ้างช่วง 5.แก้ไขปัญหานอมินีทุนก่อสร้างต่างชาติ และ 6.ออกกฎเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเครื่องจักรเครนลอนเชอร์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.โวคิดมาดีมากแล้ว เมินปรับ‘หน่วยเลือกตั้ง’
กกต.ยันใช้รูปแบบหน่วยเลือกตั้งเดิม เชื่อไม่สับสน อ้างคิดมาดีแล้ว พร้อมเตือนอย่าหาเสียงแบบผิดกฎหมาย หลังพบมีการร้องเรียนอื้อ
ดาบสอง! จี้ปปช.คุ้ยบัญชี ‘รัชต์พงศ์’
กรมคุกเผยส่งผู้สมัคร สส.พรรคส้มเข้าแดนแรกรับ ยังกินได้นอนหลับ ไม่หวั่นถูกจองกฐิน มีมาตรการดูแลเข้ม ด้าน กกต.แจงยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ
ดึง‘พิธา’หาเสียงโค้งสุดท้าย!
พรรคส้มเปิดกลยุทธ์ 3 ท. “ทอน-ทิม-เท้ง” ธนาธรหงายไพ่ “พิธา” กลับจากต่างประเทศช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย “เสี่ยเอก” ยันหากไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งขอเป็นฝ่ายค้าน
เศรษฐกิจยํ่าแย่ 99เขมรหนีตาย ลักลอบเข้าไทย
กองทัพโต้เอกสารโจมตีไทย ชี้วิเคราะห์ฝ่ายเดียว บิดเบือนข้อเท็จจริง ผงะ! ฉก.นย.จันทบุรีจับ 99 ชีวิตกัมพูชาหนีความยากลำบากในเขมรหลบเข้าไทย
ศาลปกครอง พร้อมรับฟ้องคดีเครนถล่มทับรถไฟ-พระราม 2 ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินเยียวยาจากรัฐได้ภายใน 1 ปี
นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองอุดรธานี เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21
สสจ.โคราช แจงขั้นตอนทางนิติเวช มีผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุเครนถล่มทับรถไฟ
ยอดผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว ล่าสุดมีจำนวน 30 ราย สาธารณสุขโคราชชี้แจงเป็นขั้นตอนการพิสูจน์ทางนิติเวช

