
พรรคส้มเปิดกลยุทธ์ 3 ท. “ทอน-ทิม-เท้ง” ธนาธรหงายไพ่ “พิธา” กลับจากต่างประเทศช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย “เสี่ยเอก” ยันหากไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งขอเป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้าชนะเดินหน้าตั้งรัฐบาลให้ได้ ผู้สมัคร สส.พปชร.โวยแหลกโดนลอยแพ ด้าน ปชป.ขายฝันไทยหายจน ผ่านแผน 90 วัน
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อหาเสียงเลือกตั้งเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลังเวลาก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไล่หลังเข้ามา ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พบว่าช่วงสายวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินจากตึกไทยคู่ฟ้าไปสักการะพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร พร้อมแวะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของกรุงเทพมหานครที่ดูแลพื้นที่บริเวณดังกล่าว
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า เป็นนายกฯ หลายเดือนจนจะพ้นวาระแล้ว และมีคนบอกว่าพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ควรจะต้องไปไหว้ พอดีมีเวลาก็เลยลงมาสักการะ ที่ก็เหมือนกับทุกคนไปไหว้ขอพร
เมื่อถามว่า แม้ในอนาคตจะไม่ได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเป็นเพียงพรรคร่วมรัฐบาล จะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสต่อหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะต้องทำหน้าที่ให้ดี
ขณะที่พรรคประชาชน (ปชน.) มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวถึง
กลยุทธ์ในการหาเสียงของพรรคประชาชนว่า กลยุทธ์หนึ่งที่ถือเป็นไฮไลต์การหาเสียงของพรรค ปชน. คือการกลับมาช่วยหาเสียงในประเทศไทยของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในช่วงที่ผ่านมานายพิธาได้ช่วยพรรคหาเสียงกับคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศทั้งในสหรัฐและในยุโรป ซึ่งในต่างประเทศการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักรนั้นถือว่ามีผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหลายแสนคน หลังจากที่หาเสียงในต่างประเทศเสร็จแล้ว นายพิธาจะกลับมาช่วยพรรคหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย จะมีเวทีใหญ่ในหลายจังหวัด รวมทั้ง กทม.
นายธนาธรกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะในช่วง 4-7 วันสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่เห็นได้ว่าจะมีการใช้กลยุทธ์สร้างความกลัวและสงครามข่าวสารเพื่อโจมตีพรรค เช่น การส่งคนเพียงไม่กี่คนมาแสดงท่าทีต่อต้านเพื่อให้เป็นข่าว แต่ในความเป็นจริง เมื่อลงพื้นที่ กำลังใจจากประชาชนที่เข้ามาสนับสนุน นำอาหารและน้ำมาให้ หรือเข้ามากอด มีมากกว่าคนที่มาต่อต้านนับร้อยเท่า แต่สิ่งเหล่านี้มักไม่เป็นข่าว ก็อยากให้สื่อนำเสนอข่าวอีกด้านด้วย
สำหรับความสำคัญของการเลือกตั้งในครั้งนี้คือการเลือกที่ประชาชนต้องมีความชัดเจนว่าจะเลือกเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ จากวาระที่พรรคประชาชนนำเสนอ หรือจะเลือกวาระที่นำเสนอโดยพรรคอื่นๆ โดยในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายนี้ พรรคจึงมีการวางแผนเปลี่ยนจากเฟสที่ให้คนรับรู้ว่าเรา "สู้กับอะไร" มาสู่เฟส "รัฐบาลประชาชนจะทำอะไร" โดยเปลี่ยนจากการตั้งคำถาม (Why) มาเป็นการโชว์ความพร้อมในการบริหารผ่านทีมเศรษฐกิจ และนโยบายที่ทำมาอย่างละเอียด
นายธนาธรตอบคำถามด้วยว่า หากพรรคอื่น เช่นภูมิใจไทยได้อันดับ 1 พรรคก็พร้อมจะยอมรับและถอยไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะถือว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับวาระหรือสไตล์การทำงานของพรรคนั้นมากกว่า แต่ถ้าพรรคประชาชนได้อันดับ 1 พรรคก็จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เพราะเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมให้มีครั้งที่ 3 แล้วว่าเมื่อพรรคอันดับ 1 ชนะการเลือกตั้งแต่ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
"ประชาชนจะไม่ยอมให้มีครั้งที่ 3 ที่มีการบิดเบือนเจตจำนงประชาชน และเชื่อว่าปัจจัยที่ไม่มี สว.มาขวาง จะทำให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริง” นายธนาธรกล่าว
นายธนาธรกล่าวด้วยว่า การเตรียมพร้อมเป็นรัฐบาลนั้น พรรคเตรียมตัวมาตั้งแต่ปี 2566 หลังทราบผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเป็นพรรคที่ได้อันดับ 1 แล้ว แม้ว่าพรรคต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่คำถามก็คือ ในวันนั้นเราพร้อมเป็นรัฐบาลหรือไม่ คำตอบในวันนั้นอาจยังไม่พร้อม แต่พรรคก็ได้เริ่มเตรียมการอย่างเป็นระบบทันที โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปพรรคมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงจำเป็นต้องเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการบริหารประเทศ โดยระยะเวลาตอนนั้นเรามองไปใน 4 ปีข้างหน้า แต่การเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อนประมาณ 1 ปี ซึ่งถือว่าพรรคก็มีความพร้อมแล้วในขณะนี้
"หน้าที่ของผมคือส่งมอบรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประชาชน พรรคไม่ได้มีแค่คำถามว่าทำไมต้องเปลี่ยน หรือแค่ Why อีกต่อไป แต่ได้เตรียมการอย่างหนักในเรื่องของจะทำอย่างไรให้นโยบายเกิดได้ หรือ How และใครจะเป็นคนทำ Who พรรคเราเตรียมความพร้อมและลงลึกในส่วนนี้ เพราะการบริหารประเทศไม่สามารถอาศัยเพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่ต้องมีโครงสร้างการทำงานและทีมงานที่พร้อมปฏิบัติจริง” นายธนาธรกล่าว
เพื่อไทยฝันชนะยกทีมสมุทรปราการ
ด้านพรรคเพื่อไทยก็ลุยหาเสียงอย่างหนักในหลายจังหวัด อย่างเช่นที่สมุทรปราการ พบว่านายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และคณะ ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ช่วยนายประชา ประสพดี ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 7 เบอร์ 7 พรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยเริ่มจากการสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์ จากนั้นเดินทางไปยังตลาดเอี่ยมเจริญ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ เพื่อช่วยนายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 3 เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยได้พบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า มีประชาชนมามอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยเป็นจำนวนมาก บางคนนำขนุนที่เพิ่งซื้อมามอบให้ บอกว่าจะได้หวานๆ และบอกอีกว่า “ปีนี้เอาให้ได้นะ นายกฯ คนต่อไป เชียร์คนนี้แหละ” ส่วนบางคนบอกว่าพร้อมที่จะเลือกเพื่อไทยยกซอย ไม่ใช่แค่ทั้งบ้าน รอบนี้พรรคเพื่อไทยต้องเอาให้ได้ ต้องจับมือสู้กันให้ได้ คนสำโรงเลือกเพื่อไทยเสมอ ก่อนที่จะมีคนมาขอถ่ายภาพ โดยเรียกว่า “นายกฯ ยศชนะ" ขณะที่ประชาชนบางคนก็บอกว่าขณะนี้ประชาชนจะอดตายแล้ว นายยศชนันจึงตอบกลับว่า ถ้าหากเลือกเข้าไปจะทำให้เศรษฐกิจปากท้องดีขึ้น
จากนั้นนายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ สส.สมุทรปราการยกจังหวัดว่า รอบนี้ขอเหมา 8 เขตเลย เราลงพื้นที่มาโดยตลอด ก็เป็นคนที่รู้ปัญหาจริง วันนี้เรามองเห็นปัญหา 2-3 ประเด็น ทั้งเรื่องเกี่ยวกับน้ำทะเลหนุน การท่องเที่ยวต่างๆ และการค้าขาย ราคาสินค้า ซึ่งพร้อมที่จะประสานต่อทันที นอกจากนี้จังหวัดสมุทรปราการยังมีเรื่องเกี่ยวกับรถไฟฟ้าและฟีดเดอร์ ซึ่งเป็นไปในแนวทางที่ประชาชนรออยู่
ผู้สมัคร สส.พปชร.โวยโดนลอยแพ
ส่วนที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ย่านบางโพ มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยบรรดาผู้สมัคร สส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อได้มีการนัดรวมตัวกันเพื่อทวงถามความชัดเจนด้านนโยบาย ตลอดจนการบริหารจัดการภายในพรรค พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค กลับมาบริหารงานพรรค เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้สมัคร ซึ่งเดิมทีมีการนัดหมายกันไว้จำนวนมาก แต่สุดท้ายถึงเวลานัดหมายเดินทางมาไม่ถึง 10 คน โดยมีผู้สมัคร สส.จากหลายภาคเดินทางมา อาทิ อุบลราชธานี, นครพนม, ปัตตานี, นครศรีธรรมราช, กระบี่ และชลบุรี พบว่ากลุ่มผู้สมัคร สส.พลังประชารัฐส่วนใหญ่สะท้อนความรู้สึกว่า หลัง พล.อ.ประวิตรลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ผู้สมัคร สส.รู้สึกเหมือนถูกลอยแพ แกนนำพรรคไม่ให้ความสนใจในการช่วงวางแผนหาเสียงเลือกตั้ง
เช่น นายศุภศิษฎิ์ สรภัสจิรพงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 4 ชลบุรี กล่าวว่า สมาชิกพรรคเหมือนถูกทอดทิ้ง ตอนนี้มีปัญหาเรื่องของการหาเสียงในพื้นที่ ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคลงไปดูแลหรือให้การสนับสนุนเชิงนโยบายในการหาเสียง ซึ่งมีความแตกต่างกับ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคอย่างสิ้นเชิง ทำให้รู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก และหาเสาไม่เจอเลยสักหลัก ไม่มีผู้ใหญ่ของพรรคคนไหนมาคุยกับผู้สมัคร และหากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา จะส่งผลกระทบกับผู้สมัครในการวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้
ด้าน น.ส.ณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 พรรค พปชร. กล่าวว่า ที่มากัน ยืนยันไม่ใช่เรื่องเงิน แต่อยากให้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพ ทำเหมือนไม่ให้เกียรติผู้สมัคร อยากให้ช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ใช่ปล่อยทิ้งกลางทาง ส่วนประเด็นที่ว่าเมื่อ พล.อ.ประวิตรไม่อยู่แล้วจะไม่มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการหาเสียงนั้น ยอมรับว่าตรงนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลักคือคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ให้เกียรติผู้สมัคร พรรคไม่มีการจัดการที่ดี ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ก็ออกไป ขอลุงเรากลับคืนมา เพราะว่าถ้าไม่มีลุงก็ไม่มีความมั่นคง ทั้งในพรรคและในประเทศ ขอร้องอยากให้ลุงกลับมา พวกเรายังรักลุงอยู่เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์สื่อว่า จะไม่กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว เพราะได้ลาออกไปแล้ว
ปชป.ขายฝันไทยหายจน
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดแผนปฏิบัติการ 90 วันแรก ทำอย่างไรให้ไทยหายจน นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช สองแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ปชป. โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นโยบายไทยหายจน ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลงานภายใน 4 ปี เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตอย่างน้อย 5% เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปการเกษตร เป็นต้น สำหรับเครื่องมือที่จะใช้คือ รื้อกฎหมาย ลงทุนทักษะ โครงสร้างพื้นฐาน ใช้การเจรจา การทูตระหว่างประเทศในเศรษฐศาสตร์เชิงรุก
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า แผนปฏิบัติการภายใน 90 วัน ประกอบด้วย 1.วาระมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ต้องดูความเหมาะสมและประเมิน ทั้งนี้ ต้องเป็นมาตรการที่เงินถึงเร็ว ง่าย ไม่ซับซ้อน ขณะที่นโยบายที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 27 ข้อ จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ แต่ที่จะทำเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สิทธิเกิดขึ้นทันที เช่น คนพิการได้สิทธิ 2 เท่าจากเดิม แต่ต้องรอจัดสรรงงบประมาณปีถัดไป จ่ายให้ย้อนหลัง รถไฟฟ้าเหลือ 5-30 บาท แบ่งเป็นโซน จะทำทันทีไม่ได้ ทำได้เฉพาะบางระบบ คือในสายสีม่วงและสายสีแดงที่ทำได้ทันที เพราะมีกองทุนตั๋วร่วม 2.วาระกฎหมายลบล้างความยุ่งยาก กฎระเบียบ เช่น เกี่ยวข้องข้อมูล กฎหมายแม่บทเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ต้องผ่าน ครม.ภายใน 90 วัน เพื่อให้การเริ่มต้นของกระบวนการสภาทำได้เร็ว รวมถึงยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อนหากทำได้ทันทีจะทำ จะบังคับใช้กฎหมายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม ไม่ปล่อยให้สินค้าที่ถูกเกินจริงมาทำลายกลุ่มเอสเอ็มอี แก้กฎหมายการออมแห่งชาติ เพื่อทำสลากออมทรัพย์จังหวัดและเติมเงินให้เด็กแรกเกิด
3.โครงการที่ประกาศไว้ นำเสนอจะบัญญัติไว้ในกฎหมายงบประมาณ ปี 70 พร้อมนำเสนอต่อสภาภายใน 90 วัน 4.พื้นฐานเศรษฐกิจดีมาจากบ้านเมืองที่สุจริต เครื่องมือที่ประหารคอร์รัปชันคือ ข้อมูล ดังนั้น 90 วันแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลงานรัฐต้องพร้อมให้ตรวจสอบ 5.ปฏิรูประบบราชการ จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ และจัดการกลไกภาครัฐที่ทับซ้อนกันอยู่ เช่น การบริหารจัดการน้ำต้องสะสาง 6.การจัดการทุนเทา มีแผนปฏิบัติการ 90 วัน ใครก็ตามในกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรม และเป็นอุปสรรค เตรียมตัวย้ายออก และเพิ่มเครื่องมือทำให้ประสิทธิภาพปราบทุนเทาสูง เช่น ปรับแก้กฎหมายอายัดทรัพย์ที่พิสูจน์ที่มาได้สามารถทำได้ เข้มงวดใช้ตัวแทนหรือนอมินี แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ด้วยเงินสด ที่เป็นปัญหาฟอกเงิน สามารถออกพระราชกำหนด และใช้เอไอช่วยตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ เป็นต้น
“เป็น 10 เรื่อง 90 วันที่เป็นความพร้อมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ด้วยประสบการณ์ จะจัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจ ผมมีบทเรียนจากการเป็นนายกฯ หลายครั้ง การสั่งการ มีมติ ครม. สุดท้ายระบบการติดตามบกพร่อง ดังนั้นทั้งมาตรการ 90 วัน นโยบายหลักที่เป็นเข็มทิศเศรษฐกิจ มีหน่วยงานเฉพาะกิจติดตามเพื่อให้เกิดขึ้นได้จริง” นายอภิสิทธิ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.โวคิดมาดีมากแล้ว เมินปรับ‘หน่วยเลือกตั้ง’
กกต.ยันใช้รูปแบบหน่วยเลือกตั้งเดิม เชื่อไม่สับสน อ้างคิดมาดีแล้ว พร้อมเตือนอย่าหาเสียงแบบผิดกฎหมาย หลังพบมีการร้องเรียนอื้อ
ดาบสอง! จี้ปปช.คุ้ยบัญชี ‘รัชต์พงศ์’
กรมคุกเผยส่งผู้สมัคร สส.พรรคส้มเข้าแดนแรกรับ ยังกินได้นอนหลับ ไม่หวั่นถูกจองกฐิน มีมาตรการดูแลเข้ม ด้าน กกต.แจงยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ
ทรงห่วงเครนถล่ม พระราชทานเพลิง-ดินฝังศพ/ศาลปค.แนะฟ้องค่าเสียหาย
"ในหลวง" โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ-ดินฝังศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างตกทับรถไฟ "นายกฯ" ลงพื้นที่พระราม 2 ตรวจจุดเกิดเหตุ ซัดบริษัทรับเหมาประมาท-เลินเล่อ
เศรษฐกิจยํ่าแย่ 99เขมรหนีตาย ลักลอบเข้าไทย
กองทัพโต้เอกสารโจมตีไทย ชี้วิเคราะห์ฝ่ายเดียว บิดเบือนข้อเท็จจริง ผงะ! ฉก.นย.จันทบุรีจับ 99 ชีวิตกัมพูชาหนีความยากลำบากในเขมรหลบเข้าไทย
'อนุทิน' ลุยย่านบางกะปิ เดินตลาดบอกไม่ต้องปลดป้ายคนละครึ่ง ชาวบ้านขออย่ากินเค้กส้ม
"อนุทิน" หาเสียงบางกะปิ ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางกะปิ "ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์" ยัน ความรู้สึกในวันนี้เทียบกับที่ผ่านมาไม่ได้เลย ขณะที่ ชาวบ้านบอกดีใจได้เจอตัวจริง บอกเป็นนายกฯแล้วอย่ากินเค้กส้ม โชว์ฟิตชกลมหลังผลวัดความดันปกติ ก่อนเดินตลาดคนตะโกนเชียร์ 37 สู้ๆ ’เจ้าตัว‘คึก ยืนบนเก้าอี้ให้จังหวะ ทำท่าพลัส
เลิกจับเป็นตัวประกัน! บี้ 'รุทธพล-ไชยชนก' เปิดชื่อ 10 สส.สแกมเมอร์
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ท้าเปิด 10 ชื่อ สส.สแกมเมอร์

