‘สุภัทร’โดนเตะตัดขา ‘รมต.ภท.’ลงมติชี้ขาด4:3ปลดออก/สธ.ยันทำตามขั้นตอน

นายกฯ ยันปมปลด “หมอสุภัทร” ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายใน สธ. แจงเงินชดเชยน้ำท่วมหาดใหญ่จ่ายตามจริงดำเนินการเรียบร้อย "รมว.สธ." อ้างปลด "หมอสุภัทร" จัดซื้อ ATK เป็นไปตามกระบวนการสอบสวน ไม่เกี่ยวการเมืองไร้คำสั่งจาก “อนุทิน” ชี้เจ้าตัวยังสามารถอุทธรณ์ได้ ขณะที่ “หมอสุภัทร” โวยโดนเตะตัดขา แฉ รมต.ภท.ยกมือลงมติ 4:3 ปลดออกหวังให้ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ยันต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม ก.พ.ชุดใหญ่อีก 

เมื่อวันที่ 26 มกราคม เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีการพิจารณาและมีมติตามคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ สมัยดำรงตำแหน่งราชการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ว่ามีความผิดและให้ปลดออกจากราชการ โดยมติอ.ก.พ.เห็นควรตามนั้น ลงคะแนนเสียง 4 ต่อ 3 ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เพราะอะไรผลสอบจึงต้องตัดสินในช่วงที่ใกล้จะถึงการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ ซึ่งอาจทำให้ นพ.สุภัทร ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.เขต 2 หาดใหญ่ พรรคประชาชน (ปชน.) ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือไม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว ว่า อันนั้นมันเรื่องภายในกระทรวง ตนไม่ได้รู้ทุกเรื่องหรอก  อยู่ทำเนียบฯ แล้ว ไม่ได้อยู่กระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการปลดหมอสุภัทร เนื่องจากประกาศทวงเงินน้ำท่วมหาดใหญ่ร่วมกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. นายกฯ กล่าวว่า เรื่องซ่อมบ้านผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องไปสำรวจความเสียหาย เราจ่ายไม่เกิน 49,000 บาทต่อหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้หลังละ 49,000 บาท เราสำรวจความเสียหายตามจริง บางหลังอาจจะได้เป็นหลักพัน บางหลังอาจจะได้เป็นหลักหมื่นหรือแม้กระทั่งหลักร้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสียหายที่กรมโยธาธิการฯ ได้ร่วมสำรวจกับพื้นที่ ซึ่งงบประมาณรัฐบาลได้ส่งไปแล้ว  และได้ชี้แจงกับคณะกรรมการการเลือก (กกต.) แล้ว

"ที่บอกว่าทำก่อนยุบสภาได้ มันทำไม่ได้หรอก พูดกันไปเรื่อย เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดก่อนยุบสภาไม่กี่วัน ในส่วนของการดูแลพี่น้องประชาชนรายครัวเรือน 9,000 บาท ตามระเบียบการเยียวยา รัฐบาลได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือตกค้างอยู่คือคนที่ไม่ได้มาลงทะเบียน แต่ส่วนใหญ่ได้รับการเยียวยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมายถึงทั่วประเทศทั้งจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ไล่ลงมาจนถึงภาคใต้ทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย"

เมื่อถามว่า สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าการปลดหมอสุภัทรไม่ใช่การกลั่นแกล้ง นายกฯ กล่าวว่า "ต้องไปถามกระทรวงสาธารณสุข ผมยืนยันอะไรไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูล  แต่หากจะถามว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ยืนยันว่าไม่มี ผมเคยบอกมีแต่ผมที่โดนกลั่นแกล้ง ผมไม่เคยกลั่นแกล้งใคร"

ที่อาคารสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 มีการประชุม อ.ก.พ.สธ. ซึ่งเป็นการประชุมประจำเดือนตามปกติ ซึ่งมีเรื่อง นพ.สุภัทรและมีอีกหลายเรื่องเข้าประชุม

เมื่อถามว่า สรุปแล้วมีมติให้ปลดออกจากราชการใช่หรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ก็เป็นไปตามมติของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งมีมติออกมาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งด้วยซ้ำ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของการสอบสวน ซึ่งก็เป็นมติ เพียงแต่ต้องรอคำสั่งตามกระบวนการก่อน ต้องรอขั้นตอนทางกฎหมาย

เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์ที่มาเกิดในช่วงเวลานี้ ซึ่งกำลังเป็นช่วงเลือกตั้ง จึงเกิดการเชื่อมโยงว่าเป็นเรื่องทางการเมือง นายพัฒนากล่าวว่า ไม่ได้มีไทม์ไลน์อะไร เป็นขั้นตอนปกติ เพราะคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จแล้ว และส่งเรื่องเข้ามาตามขั้นตอน ซึ่งก็นำเข้าที่ประชุมแต่ละเดือนเป็นวาระปกติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการลงคะแนนเสียงเห็นด้วยตามผลสอบ “ปลดออก” คะแนน 4 ต่อ 3 โดยมี รมว.สธ.เป็นคะแนนที่ 4 ชี้ขาด จริงหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ก็เป็นไปตามคณะกรรมการสอบสวนวินัย ส่วนการลงคะแนนก็เป็นการลงคะแนนของทุกๆ ท่าน และไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งนั้น

ถามว่า เรื่องมติปลดออก นพ.สุภัทรถูกเชื่อมโยงประเด็นการเมือง ว่าเป็นคำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องจากก่อนหน้านี้ นพ.สุภัทรเคยพูดเรื่องหาดใหญ่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา และยังมีประเด็นเคยวิพากษ์วิจารณ์สมัยนายกฯ เป็น รมว.สธ. นายพัฒนากล่าวว่า ใครเชื่อมโยงก็ไม่รู้ เพราะจริงๆ แล้วไม่มีอะไร ตนไม่มีการพูดคุยกับนายกฯ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องเชื่อมโยงการเมือง ส่วนตัวเพิ่งทราบว่าคุณหมอสุภัทรลงสมัคร สส. ดังนั้นก็แล้วแต่จะคิดกัน”

ถามย้ำอีกว่า สรุปแล้วการ “ปลดออก” นพ.สุภัทรมีผลแล้วหรือยัง นายพัฒนากล่าวว่า รอคำสั่งอยู่ รอขั้นตอนการลงนาม เป็นขั้นตอนของเวลา ยังไม่อยากลงรายละเอียดเรื่องขั้นตอน กรณีนี้คุณหมอสุภัทรอุทธรณ์ได้ เป็นไปตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยงว่ามติดังกล่าวอาจเกี่ยวพันกับตึก SKYY9 ประกันสังคมด้วยหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ตนไม่เกี่ยวอยู่แล้ว เคยแถลงเรื่องนี้แล้ว  เนื่องจากตนไม่ได้ขายให้ประกันสังคม ตนขายให้นักลงทุนที่มาซื้อไป เรื่องนี้ชี้แจงกลางสภาไปแล้ว

ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.สุภัทร มีความผิดให้ปลดออกจากราชการ จะกระทบกับคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ว่า ต้องไปดูว่าเขาถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ หากสั่งให้พ้นมาจากเหตุการณ์ทุจริตหรือไม่ เพราะกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 42 (10) ระบุว่า เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ อย่างไรก็ตามต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงเขาถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ อย่างไร  หรือสั่งให้พ้นจากเหตุอะไร

เมื่อถามว่า กรณี นพ.สุภัทรลาออกจากราชการก่อนผลการสอบสวนและนำมาสู่มติดังกล่าว อย่างนี้แล้วจะนับด้วยหรือไม่ รองเลขาฯ กกต.กล่าวว่า ต้องดูว่าคำสั่งที่สั่งให้พ้นนั้นเมื่อไหร่ อย่างไร ในกฎหมายเขียนว่า “เคยถูกสั่งให้ออกจากราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่” คำว่า “เคย” นั้นจะเคยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ถ้า “เคย” ปุ๊บก็เข้าลักษณะต้องห้ามทันที กฎหมายจะนับหลังจากที่มีการลงนามในคำสั่งนั้นอย่างเป็นทางการก่อน หากบอกว่าเป็นมติแต่ยังไม่มีการลงนามคำสั่งก็ยังไม่นับ 

ด้าน นพ.สุภัทรโพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "เปิดความจริง ยุทธการเตะตัดขา ไม่ให้ผมเข้าสภา" มีใจความว่า "เริ่มต้นด้วยการแทรกวาระประชุม 22 มกราคม 2569 เข้ามา วาระแทรกนี่แหละคือความไม่เป็นธรรม เอกสารแจกในที่ประชุมมีเพียงเอกสารสรุปผลโดยย่อที่กรรมการสอบวินัยสรุปมา โดยที่คณะกรรมการทั้ง 7 คนไม่มีใครได้เห็นเอกสารฉบับเต็ม ทั้งข้อกล่าวหา เอกสารตอบชี้แจงของผม และเอกสารประกอบอื่นใด

ในที่สุดที่ประชุมมีมติ 3:3 โดยมีกรรมการที่ยังเป็นข้าราชการ สธ. 3 ท่าน จำต้องลงมติว่าให้ปลดออก แต่กรรมการอีก 3 ท่านที่เป็นคนนอก สธ. คือ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก ก.พ. ผู้ทรงด้านบริหารจัดการ และผู้ทรงด้านกำลังคน  ลงมติไม่เห็นด้วยกับการปลดออก ประธานคือรัฐมนตรีจากภูมิใจไทย จึงยกมือให้ปลดออกด้วย มติจึงเป็น 4:3

ถ้าถูกปลดออกจากราชการ จะทำให้ผมเข้าข่ายอาจขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 คุณสมบัติต้องห้าม เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ แปลว่าถ้าทำสำเร็จ ผมก็ล้มคะมำ จะถูกตัดสิทธิการเป็นผู้สมัครผู้แทน (แม้จะยังไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายขั้นตอนตามกระบวนการตามกฎหมาย) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก ก.พ.ทนดูความอยุติธรรมไม่ไหว จึงแจ้งที่ประชุมว่า ขอนำเรื่องนี้ไปพิจารณาในคณะกรรมการของ ก.พ.ใหญ่แทน ทำให้ที่ประชุม อกพ.สธ.ไม่สามารถมีข้อสรุปได้

โดยสรุป ตอนนี้ผมยังเป็นผู้สมัคร สส.เช่นเดิม ยุทธการเตะตัดขาเกือบสำเร็จ แม้ที่ประชุมมีมติ 4:3 ปลดผมออกจากราชการจริง แต่สุดท้ายยังไม่สามารถปลดผมออกจากราชการได้ เพราะผู้แทน ก.พ.ขอนำเรื่องไปพิจารณาในกรรมการใหญ่อีกชุดที่เป็นธรรมกว่า นี่คือแผนสกัดไม่ให้ผมเข้าสภาอย่างแน่นอน เพราะกระแสผมมาแรงมาก และตัดโอกาสผมในการเข้าไปปัดกวาดการเมืองสีเทาใน สธ. จึงจัดยุทธการเตะตัดขา หวังทำให้ผมขาดคุณสมบัติลง สส. การใช้วิชามารแบบนี้ ทำให้กระแสสีส้มยิ่งแรงขึ้นทั้งพรรคและผู้สมัคร"

"ผมเปิดปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ช่วงโควิดระบาดหนักในปี 2564 มาถูกสอบวินัยในปี 2566 หลังผมค้านนโยบายกัญชาเสรี แล้วมาชี้ขาดในปี 2569 เพียง 15 วันก่อนเลือกตั้ง ช่างประจวบเหมาะเกินไปไหม?" นพ.สุภัทรระบุ. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐตั้งค่าหัว ล่าผู้นำอิหร่าน

วอชิงตันประกาศรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของโมจตาบา คาเมเนอี สหรัฐจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน พร้อมส่งนาวิกโยธินและเรือรบจำนวนมาก

ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!

งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย

'น้ำเงิน' กุมสภาพการเมืองเบ็ดเสร็จ ศึกตะวันออกกลางพิสูจน์ฝีมือรบ.

ชัดเจนจากปาก "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการเป็นแกนนำรัฐบาลที่มีกว่า 300 เสียง!

เตือนคนไทยระวัง การสู้รบยังรุนแรง

ศบก.เตือนคนไทยในอิสราเอล ยังสู้รบรุนแรง หากได้ยินเสียงไซเรน หาที่หลบภัยภายใน 1 นาที ยันเร่งค้นหา 3 ชีวิตลูกเรือมยุรีนารี ส่วนอีก 20 คนถึงไทย 16 มี.ค.

ทำเพื่อประชาชน พระราชดำ รัส‘ในหลวง’ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ สส.ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย "จุลพันธ์" เผยวันนี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องของกระทรวงยังไม่พูดกัน

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”