ชายแดนสงบจนเลือกตั้ง วางกรอบบูรณะปราสาท

“อนุทิน” ย้ำ ปชช.ไม่ต้องกังวล  สถานการณ์ชายแดนยังเรียบร้อย ไม่มีเปิดด่าน ยึดข้อตกลงเดิมก่อนหยุดยิง "อดีต มทภ.2" ฝากรัฐบาลชุดใหม่ เติมอาวุธให้เหนือชั้นสกัดฝ่ายรุกราน ประเมินจนถึงเลือกตั้งไร้สู้รบ ทบ.แจงเบี้ยเลี้ยงโอนจ่ายถึงหน่วย เร่งให้ถึงมือกำลังพลเร็วสุด  กรมศิลป์นัดหารือ 30 ม.ค. วางกรอบบูรณะโบราณสถาน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า อยากให้จัดการปัญหาให้เรียบร้อย จึงได้พูดคุยและยืนยันกับประชาชนว่าขณะนี้สถานการณ์เรียบร้อย ให้ไปดำเนินชีวิตตามแผนของตัวเองได้อย่างปกติ ไม่ต้องกังวลใดๆ รัฐบาลและกองทัพได้หารือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หากมีเหตุการณ์ใดๆ และให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการคุกคามใดๆ เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยดี ไม่เคยรุกรานเขาก่อน ซึ่งหากจะต้องมีการพูดคุยกันหรือรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตในอนาคต จะต้องมั่นใจว่าเงื่อนไขเราได้รับการปฏิบัติและได้รับการยอมรับจากคู่กรณี

เมื่อถามว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา  ได้ส่งสัญญาณอะไรถึงผู้นำไทยหลังจากที่มีการหยุดยิงบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องส่งสัญญาณอะไร เราอยู่ภายใต้สัญญาหยุดยิง ถ้อยแถลงที่ได้มีการเซ็นไปเมื่อปลายเดือน ธ.ค.  ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดิมที่ตกลงกันไว้ระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งนี้ กัมพูชาไม่ได้เรียกร้องให้มีการเปิดด่าน

ทางด้าน พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี  กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนาวิชาการหัวข้อ ทหารมีไว้ทำไม? : วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งด้านกองทัพของพรรคการเมืองไทย ว่า ฝากถึงพรรคการเมืองที่กำลังจะเป็นรัฐบาลในชุดต่อจากนี้ ว่านโยบายกองทัพที่ควรจะเป็นและเหมาะสมในช่วงเวลาที่มีภัยคุกคาม ควรต้องเติมเต็มอาวุธและเติมมากกว่าที่มีอยู่ เมื่อมีการสู้กันเป็นธรรมดาที่กัมพูชาต้องพัฒนาอาวุธขึ้นใหม่ เพื่อแก้ไขในสิ่งที่เสียเปรียบไทยอยู่ ต้องหาว่ามีอาวุธอะไรสู้กับเครื่องบินเอฟ 16 ของไทย เช่นเดียวกันไทยเองต้องพัฒนาจะได้พร้อม

"หลายคนสอบถามว่าจากนี้ไปจนถึงวันที่ 8  ก.พ. ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้ง สส. จะเกิดการสู้รบหรือไม่นั้น ขอให้ดูความพร้อมรบของกัมพูชาในปัจจุบัน เช่น การเดินลาดตระเวน การวางทุ่นระเบิด ว่ามีหรือไม่ โดยขณะนี้กัมพูชายังไม่มีวางทุ่นระเบิด ไม่มีลาดตระเวนหรือเพิ่มเติมกำลังแนวหน้าตามชายแดน ส่วนกัมพูชาขุดคูเลตด้านจังหวัดตราดนั้น ความคืบหน้าคือกัมพูชาแค่ขุดเป็นร่อง แต่คูเลตจะเสร็จสมบูรณ์ใช้งานได้ต้องนำดินมากลบด้านหน้า เพื่อเป็นที่กำบังให้ทหารเสียก่อน สำหรับกรณีกัมพูชาทำบังเกอร์ตามแนวชายแดนห่างจากเนิน 350 ไป 1 กิโลเมตร เพื่อเป็นแนวตั้งรับ ขณะนี้เห็นเป็นเพียงแผ่นปูน ซึ่งแปลว่ายังไม่เสร็จ ถ้าพร้อมใช้งานบังเกอร์ต้องมีดินถมเสียก่อน ดังนั้นตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 ก.พ. เชื่อว่ากัมพูชายังไม่พร้อมรบ"  พล.ท.กนกระบุ

ขณะที่ กองทัพบก ชี้แจงกรณีที่มีกำลังพลและประชาชนสอบถามถึงกรณีความล่าช้าในการเบิกจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงของหน่วยทหารที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดนนั้น ดังนี้ จากสถานการณ์การสู้รบบริเวณพื้นที่ชายแดนในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา กองทัพบกได้มีการจัดกำลังพลปฏิบัติงานเพิ่มเติม สมทบให้กับกองกำลังสุรนารี และกองกำลังบูรพา ส่งผลให้งบประมาณปกติปี 2569 ที่จัดทำไว้ล่วงหน้าไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้น กองทัพบกจึงได้ดำเนินการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากงบกลางตั้งแต่เดือน ต.ค.2568

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวกับการยุบสภา การขอใช้จ่ายงบประมาณจึงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและขออนุมัติตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด ทำให้มีขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการเพิ่มขึ้นจากสภาวะปกติ แต่กองทัพบกได้แก้ไขปัญหาในเบื้องต้นโดยการนำเงินงบประมาณของกองทัพบกมาสำรองจ่ายให้แก่กำลังพลก่อนบางส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันได้รับโอนเงินงบฯ จากกรมบัญชีกลางแล้ว และได้เร่งโอนจ่ายต่อไปยังหน่วยปฏิบัติราชการสนามทันที โดยกระบวนการโอนเงินทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้แต่ละหน่วยอยู่ในขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินให้ถึงมือกำลังพลโดยเร็วที่สุด

วันเดียวกัน นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ที่ร่วมลงพื้นที่ร่วมกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เข้าสำรวจสภาพความเสียหายของโบราณสถานปราสาทตาควายและปราสาทคนา จังหวัดสุรินทร์ เบื้องต้นพบว่ามีความเสียหายอย่างหนัก แต่สามารถดำเนินการบูรณะให้กลับมาคงความงดงามดังเดิมได้ ทั้งนี้ ได้นัดประชุมคณะกรรมการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อหารือถึงแนวทางการกำหนดกรอบการทำงานในวันที่ 30 ม.ค.นี้ โดยต้องวางแผนในการลงพื้นที่สำรวจโดยละเอียดเพื่อเตรียมการด้านการขุดแต่งเพื่อหลักฐานทางโบราณคดีใต้ฐานราก ต้องทำการค้ำยันโบราณสถานเพื่อป้องกันการพังทลาย พร้อมประสานฝ่ายความมั่นคงในการเปิดเส้นทางไปจนถึงตัวปราสาท ลำเลียงซากหินที่พังถล่มออกมาตรวจสอบสภาพ มีขั้นตอนการขุดแต่งบริเวณโดยรอบ เมื่อได้ผลการสำรวจพื้นที่โดยรวมทั้งหมดจะนำมาออกแบบเตรียมแผนการบูรณะ

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการต้องใช้ระยะเวลาและเป็นไปตามหลักการอนุรักษ์โบราณสถานของกรมศิลปากร ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำข้อสั่งการของ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ที่มอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจปราสาทและโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด เพื่อจัดแผนบูรณะไปพร้อมๆ กัน จากการสำรวจโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ พบความเสียหายประมาณ 30 แห่ง ถือเป็นการสำรวจปราสาทหินที่อยู่บริเวณชายแดนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ จะนำไปสู่การจัดแผนการบูรณะอย่างเป็นรูปธรรม หากพื้นที่ใดยังไม่ขึ้นทะเบียนก็จะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ และเมื่อได้รับคำยืนยันด้านความปลอดภัยจากฝ่ายความมั่นคงจะเข้าไปบูรณะซ่อมแซมในจุดที่มีความพร้อมก่อน ยืนยันว่าการบูรณะสามารถดำเนินการให้กลับมางดงามคงความเป็นโบราณสถานคู่แผ่นดินไทยอย่างภาคภูมิ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เลือกเรา เขามาแน่ ปราศรัยใหญ่ภท.ใส่เต็มสูบ

ท่าทีทางการเมืองล่าสุดของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต่อการจับมือพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ในช่วงที่โพลหลายสำนัก