เปิดทางจับมือทุกพรรค

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “กกต.” ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วออกหาข่าวซื้อเสียง “แสวง” ไม่หวั่นโดนวิจารณ์การจัดเลือกตั้ง มองคนด่าตำหนิช่วยประชาสัมพันธ์งานไปในตัว “อนุทิน” ลุยเมืองเก่าหาเสียงตลาดเจ้าพรหม เจอ “ธนาธร” พาทีม ปชน.หาเสียงกลางตลาดจับมือแสดงมิตรภาพ บอกส่วนตัวไม่มีอะไรกันแต่แนวทางต่างกัน ไม่ปิดทางทุกพรรคจับมือตั้งรัฐบาล ชี้แต้ม ภท.สูสีพรรคส้มแค่คะแนนโพล รอดูของจริง 8 ก.พ. “พิพัฒน์” ขอคนใต้เลือกพรรคที่รักชาติ “เท้ง” มั่นใจรักษาแชมป์ กทม.กวาดทั้ง 33 เขต “ดร.เชน” ควง "สมชาย” หาเสียงนครศรีธรรมราชบ้านเกิดพ่อ “มาร์ค” เชื่อทวงเก้าอี้เมืองกรุงคืนได้แน่ “กรณ์” หยันยุทธศาสตร์  "ไม่เลือกเราเขามาแน่” ไม่เคยประสบความสำเร็จ

ที่ที่ว่าการอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา วันที่ 28 มกราคม 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ประธาน กกต.) ตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกรรมการประจำหน่วยออกเสียง (กปส.) และมอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ

นายณรงค์กล่าวถึงการซื้อสิทธิขายเสียงช่วงโค้งสุดท้ายว่า กกต.ได้กำชับให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว ออกตรวจพื้นที่พร้อมกับหาข่าวอย่างต่อเนื่อง ยอมรับการตั้งด่านจุดสกัดตรวจค้นในช่วงนี้สังคมตั้งคำถามว่า  กกต.ทำอะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้พยายามทำทุกวิถีทางว่าการซื้อสิทธิขายเสียงต้องเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด  ส่วนหนึ่งคือการใช้มาตรการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ซึ่งจะมีการตั้งด่านร่วมกับหน่วยงานอื่น แม้จะกระทบกับสิทธิของประชาชนบ้าง แต่คิดว่าประชาชนจะยอมรับได้ เพื่อให้การเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนหรือคนที่ทราบเบาะแสในการซื้อสิทธิขายเสียง ขอให้แจ้งมายังสำนักงาน กกต.ให้รับทราบ และก็จะมีการเรียกมาให้ข้อมูล และพร้อมที่จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

ประธาน กกต.ย้ำเตือนข้อห้ามปฏิบัติในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.2569 ว่า ถ้าเป็นกรณีการทำประชามติสามารถรณรงค์ได้ตลอดเวลา แต่ในเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้า สส. จะมีข้อห้ามในเรื่องของการจัดเลี้ยง แจกจ่ายสุรา ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. จนถึง 18.00 น. เข้าวันที่ 1 ก.พ. ส่วนการหาเสียง ไม่ให้หาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. จนถึง 24.00 น. ของวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งในส่วนของสื่อมวลชนที่จะจัดเวทีดีเบตในช่วงเวลาดังกล่าวก็ต้องดูว่าจัดเรื่องอะไร เป็นการหาเสียงหรือไม่ ซึ่งคิดว่าคนที่จัดดีเบตก็ต้องดูว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจัดการเลือกตั้งของสำนักงาน กกต.ในขณะนี้ว่า ไม่ได้หวั่นไหว ไม่ได้ต้องการกำลังใจ แต่แค่อยากบอกว่าเราทำงานอย่างไร และทำอะไรไปแล้ว อยู่ตรงนี้คนด่า วิจารณ์ ตำหนิติเตียน รวมทั้งพวกหิวแสง (พวกนี้จะมาบ่อยมาก จนน่าเห็นใจ) ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์งานไปในตัว เป็นการขอกันกิน พร้อมรับฟังทุกความเห็น

นอกจากนี้ นายแสวงยังได้โพสต์เรื่อง  “การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้อะไรแก่เรา” ตอนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันสร้างการเลือกตั้งที่ดี คือ สร้างบรรยากาศการแข่งขันที่ดี ไม่สร้างเฟกนิวส์ เฮดสปีชที่สร้างความเกลียดชัง ใส่ร้าย สร้างคะแนนเสียงที่ดี คือเป็นคะแนนเสียงที่สุจริต ไม่รับเงินซื้อเสียง ประชาธิปไตยที่ดีและสังคมที่พึงประสงค์อยู่ในมือของเราทุกคน

ส่วนบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อเวลา 07.45 น. นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อมคณะ ลงพื้นที่ช่วยนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส. จ.พระนครศรีอยุธยา หาเสียง​ที่ตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทันทีที่มาถึงนายอนุทินได้กราบสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาด จากนั้นได้เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยมีแม่ค้ารายหนึ่งบอกกับนายอนุทินว่า​ "เลือกอยู่แล้วตั้งแต่นายไชยชนกประกาศไม่เอากาสิโน​" ทำให้นายอนุทินตอบกลับว่า  พรรคเราไม่เอากาสิโนอยู่แล้ว

อนุทินเปิดทางจับมือทุกพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทินและคณะได้เดินมายังจุดกลางตลาด ได้พบกับนายธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยาของพรรค ปชน. โดยนายอนุทินได้โบกมือทักทายก่อนที่จะเดินมาจับมือกัน​ ซึ่งนายธนาธรได้ยกมือไหว้นายอนุทินพร้อมกับกล่าวว่า “พี่ไปทางโน้น​ใช่ไหม ผมจะได้ไปทางนี้ นายอนุทินจึงบอกว่า “เสียงจะได้ไม่ตีกัน” พร้อมทักทายนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์​ อดีต สส.พระนครศรีอยุธยา พรรค ปชน.​ว่า “เคยเจอกัน” จากนั้นจึงแยกกันไปในหาเสียงในตลาดต่อ

เวลา 09.15 น. นายอนุทินและคณะเดินทางมาหาเสียงที่ตลาดหัวรอ ต.ท่าวาสุกรี จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นเดินทางไปหาเสียงภายในห้างอยุธยาซิตี้พาร์ค โดยนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการพบกับนายธนาธรระหว่างลงพื้นที่หาเสียงว่า  ดี ก็ทักทายกันดี สื่อก็เห็นว่าเจอกันในตลาดพอดี นายธนาธรก็บอกพี่ไปทางโน้น ผมไปทางนี้ ลำโพงจะได้ไม่ตีกัน ผู้สื่อข่าวถามว่าเห็นภาพจับมือกันนายธนาธร ในอนาคตจะคุยกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “เอ้า คนรู้จักกันนะ ไม่ใช่ไม่รู้จักกัน เจอกันทุกทีก็เป็นลักษณะนี้ ส่วนเรื่องของการทำงานการเมืองต่างคนก็ต่างมีแนวทางกันไป นี่คือการทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะให้เดินสวนกัน ไม่ทักกัน แยกเขี้ยวใส่กัน มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่สไตล์ของผม" เมื่อถามย้ำว่า วันนี้จับมือกันแล้ว อนาคตจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "อดีตก็จับมือกันมาแล้ว ถามอะไรล่ะ"

ซักว่าการจับมือเป็นการตอกย้ำในการร่วมรัฐบาลกันใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การจับมือนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราต่างคนต่างมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในทางส่วนตัวเราไม่มีอะไรกัน เราต่างคนต่างรักชาติ รักประชาชน อยากทำงานให้ประเทศไทยเจริญ เรามีเป้าหมายเดียวกันหมด

ถามว่า ขณะนี้สามารถบอกได้หรือยังว่าพรรค ภท.จะจับมือกับใคร ได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า พรรค ภท.ไม่เคยมีข้อจำกัดใดๆ และเราไม่พูดถึง ไม่วิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น เวลาหาเสียงเราไม่พูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่ากัน ทุกคนมีความหวังดีกับประชาชนหมด เราก็ทำในหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าพรรค ปชน.และพรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัดว่าไม่เอาพรรคไหน แล้วพรรค ภท.จะประกาศชัดเจนแบบนั้นหรือไม่   นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเดินตามแนวทางหรือวิธีการของพรรคอื่นๆ เราก็มีแนวทาง วิธีการของพวกเรา พรรคอื่นๆ อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องความสัมพันธ์ในเรื่องของอดีต พฤติกรรมของแต่ละพรรค ที่เขาอาจจะมีปัญหากันมาก่อน พรรค ภท.ไม่เคยมีปัญหากับพรรคไหน  เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าเป็นมิตรกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เชิงเป็นมิตร แต่เป็นมิตรกับประชาชน และหวังดีกับประเทศไทย

ถามถึงพื้นที่ กทม.ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง  นายอนุทินกล่าวว่า เราก็ลงพื้นที่อย่างหนักเหมือนกัน เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายพรรค ภท.มีนโยบายอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่านโยบายที่พรรคได้นำเสนอไว้ไม่ใช่จะต้องมานำเสนอใหม่อะไรมากมาย ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเราก็ได้ทำพื้นฐานไว้ในระดับหนึ่งแล้ว เรามีบุคลากรเฉพาะด้าน โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มี 4 ภัย  ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ภัยสังคม และภัยยาเสพติด เรามีการวางตัวคนที่ไปทำงานในด้านเหล่านี้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คะแนนพรรค ภท.และพรรค ปชน.มีขนาดสูสีกันหายใจรดต้นคอ นายอนุทินกล่าวว่า อันนั้นมันคะแนนของโพล ของจริงวันที่ 8 ก.พ. เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อเสียงอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้​ นายอนุทินกล่าวว่า​ ตนไม่ได้ยิน​อะไร เมื่อถามอีกว่านายกฯ เชื่อว่าในยุคนี้กระสุนหรือกระแสอะไรจะไปได้​ นายอนุทินกล่าวว่า​ เชื่อการลงพื้นที่แบบออร์แกนิกถึงทำอยู่​

เวลา 13.00 น. นายอนุทิน​และคณะเดินทางมาถึงวัดศาลเจ้า​ ริมน้ำ​ จ.ปทุมธานี เพื่อช่วย น.ส.ชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขต 2 พรรค ภท.​หาเสียง โดยมีนายชาญ​ พวงเพ็ชร์ อดีต นายก อบจ.ปทุมธานี​ และนายกฤษฎา​ หลีนวรัตน์​ หรือนายกฯ​ เบี้ยว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ มารอต้อนรับ​ ซึ่งหลังจากนายกฤษฎาต้อนรับนายอนุทินเสร็จได้แยกตัวเดินทางกลับก่อน​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายอนุทินไหว้เซียนแปะโรงสีอยู่ในศาลาบริเวณด้านนอก มีชาย​ 1 รายที่สนับสนุน​พรรคเพื่อไทย​ได้นำม็อกอัปหมายเลข​ 9 ซึ่งเขียนว่า ยศชนัน​ มาตะโกนแข่งกันกองเชียร์ของพรรค ภท.​ว่า​ เบอร์​ 9 พร้อมกับระบุว่าตนเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ​ ไม่ได้มีใครจ้างมา อย่างไรก็ตาม ชายรายดังกล่าวได้เดินตามประกบคณะของนายอนุทินตลอดการลงพื้นที่​

ภท.ปลุกคนใต้เลือกฝ่ายรักชาติ

ส่วนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค ภท. ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ลงพื้นที่จังหวัดพังงา ช่วยผู้สมัคร สส.พรรค ภท.หาเสียงเลือกตั้ง โดยนายพิพัฒน์ยังยืนยันว่า ในพื้นที่ 14 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมด 59 เขต พรรค ภท.จะได้ สส.ไม่น้อยกว่า 31 เขต และพยายามที่จะรักษาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้อยู่ครบให้ได้ ฉะนั้นหากประชาชนมีความพอใจและเข้าใจนโยบายของพรรค ภท.ก็ขอให้ช่วยกันเลือก เพื่อที่จะได้มีตัวแทนของพรรคเข้าไปในสภามากยิ่งขึ้น เพื่อทักท้วงในประเด็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนใต้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

ถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับแนวคิดลุงตู่ไม่อยู่แล้วให้เลือกลุงหนู หรือการเมืองแบบเชิงยุทธศาสตร์ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบันนี้การเมืองควรจะเลือกฝ่ายว่าฝ่ายที่รักชาติกับฝ่ายที่ไม่รักชาติ อยากประกาศให้คนไทยฟังชัดๆ ว่าพรรคไหนที่รักชาติ ขอให้ช่วยกันเลือก ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเขา หรือฝ่ายไหนที่มีการละเลยเมื่อเกิดสงครามเราก็ไม่ควรไปใส่ใจและผลักดันกับพรรคนั้น

“ผมมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ภาคภูมิที่ได้เกิดในประเทศไทย เพราะฉะนั้นขอฝากเพื่อนๆ ใน 14 จังหวัดภาคใต้ พวกเราควรจะเลือกหรือต้องเลือก หรือต้องตัดสินใจว่าพวกเราจะเลือกใครกันแน่ ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ใช่มีทหารไว้ทำอะไร นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะสื่อสาร” นายพิพัฒน์กล่าว

เวลา 16.00 น. นายพิพัฒน์พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ช่วยนายอรรถพล ไตรศรี หรือโกชัย แชมป์เก่า สส.เขต 1 และนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ ผู้สมัคร สส.พังงา เขต 2 หาเสียง

นายศุภชัยปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขณะนี้การเมืองมีการแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจน ต้องเลือกรัฐบาลที่ยืนอยู่ในโลกปัจจุบันได้ เพราะประเทศกำลังเผชิญภัยสารพัด ทั้งปัญหาความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด สแกมเมอร์ สีเทา สีดำ รวมถึงความพยายามตั้งกาสิโน ซึ่งถือเป็นอันตรายต่อประเทศ อีกทั้งยังมีปัญหาเศรษฐกิจ จึงต้องเลือกพรรค ภท.เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะมีทีมบริหารประเทศที่พร้อม ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตรองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ,   นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกฯ และ รมว.การคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ แคนดิเดตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์

 “พรรคยังมีผู้นำคือนายอนุทิน ที่ผ่านมาเพียง 3 เดือน สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ยอมเสียดินแดนให้กัมพูชา และสามารถยึดแผ่นดินที่ถูกยึดครองกลับคืนมาได้ วันนี้เอามือสมัครเล่นมาเป็นรัฐบาลไม่ได้ วันนี้พี่น้องที่รักชาติ รักพระเจ้าอยู่หัว ต้องเลือกพรรคการเมืองที่ยืนข้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่าปล่อยคะแนนหลุดไปให้พรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคที่มีปัญหากับทหาร ตั้งคำถามว่าทหารมีไว้ทำไม และอย่าไปเลือกพรรคการเมืองที่โพลบอกได้เพียง 30-40 เสียง ต้องเลือกพรรคเดียว คือพรรค ภท.” นายศุภชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นพรรค ภท.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภท.ขึ้นเวทีปราศรัยด้วย

นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ภท. โพสต์เฟซบุ๊กถึงคำปราศรัยของนายสุทิน คลังแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ จ.ขอนแก่น ระบุเอาเงินหมากาเพื่อไทย พูดใหม่ เอาเงินสีเทามากาสีแดง เอาให้ชัดกว่านั้นอีก เอาเงินสีน้ำเงินมากาสีแดงว่า เป็นที่เข้าใจกันทั้งประเทศว่า “สีน้ำเงิน” “พรรคสีน้ำเงิน” คือพรรคภูมิใจไทย การกล่าวของนายสุทินเป็นการใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. มีความผิดทางอาญา และถูกตัดสิทธิทางการเมือง พรรค ภท.จะดำเนินคดีกับนายสุทินต่อไป

ส้มขอกวาดกทม.'เชนลุยบ้านพ่อ

พรรค ปชน. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ไปปราศรัยย่อยช่วยผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา หาเสียงที่ตลาดเจ้าพรหม  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา มี สว.มาร่วมโหวตนายกฯ ทำให้ผลการเลือกตั้งกับการจัดตั้งรัฐบาลไม่สอดคล้องกัน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีเสียงของ สว.ร่วมกับนายกฯ แล้ว อำนาจในการกำหนดอนาคตของประเทศไทยอยู่ที่ประชาชน ขออย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะชั่วโมงนี้ไม่ใช่เวลากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต  จงกลัวปัจจุบันที่กำลังผุพังล่มสลาย

“เลือกพวกเราให้ท่วมท้น เลือกพวกเราให้มากพอที่พวกเราจะไม่ต้องไปขอใบอนุญาตจัดตั้งรัฐบาลจากใครที่ไหนอีก ถ้าพวกเราชนะอย่างท่วมท้น ตั้งรัฐบาลแล้ว ไม่มีกลไกอะไรมาหยุดยั้งขัดขวางเราได้ เปลี่ยนความผิดหวัง เปลี่ยนความโกรธ ในปี 2566 เป็นความหวังเป็นความกล้าหาญ ในปี 2569 คือสิ่งที่เราจะสัญญากับท่าน เราจะไม่ทุจริตคอร์รัปชัน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายเป็นภาษีของประชาชนจะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน ไม่ทุจริตคอร์รัปชันเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง ทำให้ตัวเองและพวกพ้องร่ำรวยมากขึ้น นี่คือคำสัญญาของพวกเรา” นายธนาธรกล่าว

ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค นํานายภัณฑิล น่วมเจิม ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 4 ลงพื้นที่หาเสียงตลาดรวมทรัพย์ อโศกมนตรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนชาวออฟฟิศและนักศึกษาแห่เข้ามาให้กําลังใจพร้อมต่อคิวขอเซลฟีถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า มาขอคะแนนเสียงชาวกรุงเทพฯ  ทุกคน เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นในการปักธงส้มตั้งแต่ปี 2562 ได้ที่นั่ง 29 เขต กระทั่งเลือกตั้งปี 2566 ก็ได้ที่นั่ง สส.ถึง 32 เขต ครั้งนี้มั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ สส.กทม.ครบทั้ง 33 เขตอย่างแน่นอน แต่ สส.เขตอย่างเดียวไม่พอ สส.บัญชีรายชื่อก็สําคัญครั้งที่แล้วชาว กทม.เลือกพรรคก้าวไกล 49% มาในครั้งนี้พรรค ปชน.ตั้งเป้าเพิ่ม 400,000 คะแนน ให้ถึง 60% เพื่อให้ได้เก้าอี้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มอีก 1 เขต

พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อมแกนนำพรรค พท. เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.พรรค พท.หาเสียง โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชถือเป็นบ้านเกิดของนายสมชายด้วย ซึ่งคณะของนายยศชนันเดินทางไปที่วัดสวนขัน (พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์) อ.ช้างกลาง เพื่อสักการะรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย อดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี บิดานายยศชนัน มารอรับคณะอยู่ที่วัด

นายสมชายขึ้นเวทีปราศรัยเป็นภาษาใต้ ตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้ลูกชายได้รับการเสนอให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. จึงอยากมาบอกพ่อแม่พี่น้องว่า อันนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของคนนครศรีธรรมราช ปู่ย่าตายายตน ปู่ย่าตายาย ดร.เชน เป็นคนที่นี่ บ้านตนอยู่หน้าวัด แม้วันนี้คิวปราศรัยจะเยอะมาก แต่ตนบอกว่าไม่ได้ อย่างไรต้องมาที่บ้านของตน จะลืมบ้านลืมเมืองของตัวเองไม่ได้

ส่วนนายยศชนันปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ตนเองพูดใต้ไม่ได้ แต่หน้าคือคนใต้ 100% วันนี้ยศชนันกลับมาที่บ้านเกิดของปู่ย่าเรียบร้อยแล้ว มารายงานตัวว่า วันนี้คนนครฯ จะเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ขอโอกาสให้พรรคและให้ลูกหลานของคนใต้ได้เข้ามาดูแลคนใต้ได้หรือไม่ ขอให้ลูกหลานของคนใต้ได้เข้าไปทำงานให้กับคนใต้ของเรา และขอเสียงปรบมือให้กับญาติของตนที่มาให้กำลังใจตนในวันนี้ตามจุดต่างๆ เยอะมาก

ต่อมานายยศชนันเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง รับฟังข้อเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัดร่วมกับทีมพลังพัทลุง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทักษิณ และผู้บริหารโรงพยาบาลควนขนุน นายยศชนันกล่าวถึงโอกาสที่พรรค พท.ปักธงในพื้นที่ภาคใต้ว่า มีโอกาสสูงหลายเขต โดยโพลของพรรค พท.ในพื้นที่ภาคใต้ประเมินไว้ 10 ที่ ซึ่งการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่น่าจะทำให้คนใต้มั่นใจยิ่งขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.และแคนดิเดตนายกฯ นำคณะลงพื้นที่ตลาดซันพลาซ่า และตลาด HOPs! Market ซอยพ่วงเฉย แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 เบอร์ 5 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร, เขต 8 เบอร์ 12 นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา  และเขต 9 เบอร์ 1 น.ส.วิเวียน จุลมนต์ หาเสียง

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการลงพื้นที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงว่า พรรคพยายามพบปะประชาชนให้หลากหลายที่สุด เนื่องจากผู้ที่สัญจรในแต่ละพื้นที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนในเขตนั้นเท่านั้น แต่ต้องการสื่อสารไปถึงชาวกรุงเทพมหานครทั้งเมือง เพื่อขอให้เข้ามาเติมกำลังให้กับพรรค ปชป. อยากให้พรรคเข้าไปทำหน้าที่คุมเกมให้กับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น ไม่ให้เป็นรัฐบาลที่มีเรื่องเทา ไม่มีการทุจริต ไม่สร้างความแตกแยก และไม่ถูกครอบงำ

ถามถึงการแข่งขันในพื้นที่ กทม. นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า การแข่งขันค่อนข้างสูงในหลายเขต แต่เชื่อมั่นว่าหากลงสำรวจในพื้นที่จริง จะพบว่าสถานการณ์ของแต่ละเขตแตกต่างกัน และพรรคประชาธิปัตย์ยังมีโอกาสสูงในการช่วงชิงที่นั่ง สส. กลับมาได้

ส่วนนายกรณ์ จาติกวณิช หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรค ปชป. กล่าวถึงกระแสการเลือกตั้งและผลโพลล่าสุด โดยเฉพาะโพลจากภาคใต้ว่า  เป็นกำลังใจสำคัญของพรรค พร้อมขอขอบคุณประชาชนที่ส่งเสียงสนับสนุนพรรคมาอย่างต่อเนื่อง ยืนยันขณะนี้พรรคมีกำลังใจเต็มเปี่ยม และยังคงเดินหน้านำเสนอแนวคิด นโยบาย ในทุกเวทีดีเบตอย่างเต็มที่

ถามถึงการใช้วาทกรรมทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง โดยเฉพาะการรณรงค์ในลักษณะ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่”  นายกรณ์มองว่า เป็นวาทกรรมเดิมที่เคยถูกนำมาใช้ในอดีต ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ฝ่ายการเมืองไม่มีเนื้อหาหรือนโยบายเหลืออยู่ในมือเพื่อนำเสนอ  พร้อมย้ำว่ายุทธศาสตร์ลักษณะนี้ไม่เคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

 “การพยายามปลุกความกลัวหรือสร้างความเกลียดชังเพื่อหวังผลทางการเมือง เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะสุดท้ายประชาชนจะเลือกพรรคหรือบุคคลที่ตนเองเชื่อมั่น ไม่ได้ตัดสินใจจากแรงกดดันหรือวาทกรรมที่บิดเบือน การเมืองในครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งที่แบ่งขั้วชัดเจนเหมือนในอดีต” นายกรณ์ระบุ

ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมนายวัชระ เพชรทอง ผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดสุราษฎร์ธานี หมายเลข 4 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ณ ตลาดแม่ครู, ตลาดศรีไชยา และเมืองสุราษฎร์  เพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

พรรครักชาติ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ตลาดเมืองทอง 1 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ช่วย น.ส.สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 ของพรรคหาเสียง

พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ทสท. และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค นำทีมลงพื้นที่ตลาดสายเนตรและตลาดหทัยมิตร ย่านคู้บอน ช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำนโยบายหยุดวิกฤตหนี้สินด้วยการพักหนี้นาน 3 ปี สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์  คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. แถลงการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ในภาคอีสาน เครือข่าย “Banhuay98” โดยเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง คือ นายปฐนัญ จันดอน หรือ “เสี่ยเนย์” อายุ 29 ปี นักการเมืองท้องถิ่น เป็น สจ.เขต อ.ฆ้องชัย และ น.ส.ปริญญา มุกดาสมุทรสาร ภรรยา อายุ 28 ปี พบว่าทั้ง 2 ได้เปิดกิจการฟาร์มไก่ชน ในพื้นที่ ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเป็นฉากหน้าในการนำทรัพย์สินที่ได้จากเว็บพนันออนไลน์มาฟอกเงินผ่านกิจการดังกล่าว รวมถึงมีการกระจายเงินไปยังบัญชีม้าและเครือข่ายต่างๆ ศาลได้อนุมัติหมายจับทั้ง 2 คน แต่ผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างหลบหนี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลขาฯ กกต. ไม่หวั่นโดนรุมสับจัดเลือกตั้ง เหน็บพวกหิวแสงช่วยพีอาร์งานไปในตัว

"แสวง" ไม่หวั่นไหวกระแสวิจารณ์ กกต. ล้มเหลวจัดเลือกตั้ง-ประชามติ ยันพร้อมรับฟังหากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มองคนด่า -ตำหนิ พวกหิวแสง ช่วยประชาสัมพันธ์งานไปในตัว เป็นการขอกันกิน

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน

กลุ่ม สว. โวย กกต. สั่งลบคลิปเพจ 'แม่แนน น้องสมาร์ท' จี้ตรวจสอบอีกฝ่ายไม่เห็นชอบ รธน.ใหม่

กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เข้าพบกกต. หารือปัญหาการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่