ธรรมนัสปิ๋ว‘อนุทิน2’ กธ.ยังลุ้น3รมว.3รมช. นายกฯเจ็บคอเลี่ยงจ้อ

“นายกฯ” ไหว้องค์นรสิงห์บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำท่าไอ-เจ็บคอ ไม่ให้สัม​ภาษณ์สื่อ “ธรรมนัส” คุย "นฤมล" ปมเจอ "อนุทิน" ที่สงขลา  แจงไม่มีอะไรในกอไผ่ บอกหลังประชุมพรรค 19  ก.พ.เสร็จ ปิดมือถือทุกเบอร์ไปดูแสงสีเขียวยุโรป  แนะสื่อจับตาปมบัตรเลือกตั้ง-บาร์โค้ดเสี่ยงทำเลือกตั้งส่อโมฆะ สะพัด! "กธ." ลุ้นขอ 3 รมว.-3 รมช. ไร้ชื่อ "ผู้กอง" นั่ง รมต.ร่วมรัฐบาลหนู “ภูมิธรรม” ฮึ่มฟ้องข่าวปลอมปั่น พท.คุมกลาโหม  “มาร์ค” ตั้งทีมตรวจสอบเลือกตั้งฉาว “เทพไท”  ข้องใจ “ภท.” สองมาตรฐานปฏิบัติต่อเพื่อไทยกับกล้าธรรมต่างกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 09.27 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลตามปกติ  แม้วันนี้จะไม่มีวาระงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่มาถึงนายอนุทินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และออกมาไหว้องค์นรสิงห์ ก่อนปฏิบัติภารกิจประจำวัน ท่ามกลางกระแสการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจนว่านัดคุยกับแกนนำพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลวันไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าไม่นาน เวลา 09.58 น. ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว และเดินทางกลับเข้าทำเนียบฯ อีกครั้ง เวลา 13.38 น. ก่อนที่เวลา 16.09 น. จะเดินทางออกจากทำเนียบฯ โดยระหว่างที่เดินมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม นายกฯ ได้ชี้มายังกลุ่มผู้สื่อข่าวที่รอบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ มีเพียงทำโบกมือปฏิเสธและนำมือมาจับที่คอเพื่อสื่อความว่าเจ็บคอไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ และนำมือขึ้นมาปิดปากทำท่าไอ​ ก่อนที่จะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

ส่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เวลา 09.35 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีภาพนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค กธ. พูดคุยกับนายอนุทินที่ จ.สงขลา ว่า ยังไม่ได้คุยกับนางนฤมล พอดีเมื่อคืนมีงานและกลับบ้านดึก

ถามว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัสถึงไม่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพที่ จ.สงขลา ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนเองยกเลิกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เพราะติดงาน  เมื่อถามว่า วันนี้สัญญาณการพูดคุยกันเป็นอย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังยืนยันคำพูดว่าไม่มีอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท.แถลงข่าว ไม่มีอะไรมากกว่านั้น และในส่วนของพรรค กธ.วันที่ 19 ก.พ.จะมีการประชุมว่าที่ สส.ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปยุโรป ตอนนี้สมองคิดถึงแต่เรื่องแสงสีเขียว ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย

ซักว่าตอนนี้มีกระแสข่าวพรรค กธ.จะไม่ได้ร่วมรัฐบาลและไปเป็นฝ่ายค้าน ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.กล่าวว่า ทุกอย่างมาจากสื่อ ซึ่งสื่อจะได้ยินมาจากแหล่งข่าวคนใดตนก็ไม่ทราบ แต่สำหรับตนอยู่ในที่ตั้ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ. เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายไผ่หรือไม่หลังจากที่ได้คุยกับนายไชยชนกมีการลงรายละเอียดถึงการแต่งตั้งรัฐบาลว่าอย่างไร ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.กล่าวว่า ตนไม่เคยออกงานหน้างาน ถ้ามีอะไรจะคุยหลังไมค์กับเพื่อนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของหน้างาน แต่ในส่วนของหลังไมค์เชื่อว่ายังไม่มีการคุยอะไรกันลึกซึ้ง สมมุติว่าถ้าตนเป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลจะยังไม่พูดเรื่องต่างๆ เพราะมันเร็วเกินไป การพูดมากโดยที่ไม่เห็นรูปร่างของ สส. โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อก็ยังไม่นิ่ง ดังนั้นควรจะนิ่งก่อน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะขาดความมั่นใจในรัฐบาลที่ทำงานอยู่

 “เราอยู่ในรัฐบาลสองพรรค คือ พรรค ภท. และพรรค กธ. ส่วนพรรคอื่นเขาไม่ได้นั่งอยู่ในรัฐบาล ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ตนอยากให้สื่อสนใจคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งเรื่องของบัตรเขย่งและบาร์โค้ด ควรสนใจเรื่องเหล่านี้มากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะมีไวหรือช้าก็ยังมีรัฐบาลคอยบริหารบ้านเมืองอยู่” ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.กล่าว

ถามถึงการตัดสินใจลาไปต่างประเทศ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้ตัดสินใจลาไปต่างประเทศในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ แต่วางแผนมาเป็นปีแล้วว่าจะพาครอบครัวไปดูแสงสีเขียว ตนไม่ได้ซีเรียส สังเกตได้ว่าตนจะให้สัมภาษณ์แบบชิลๆ ไม่ได้เอะอะโวยวายเหมือนสมัยก่อน เมื่อถามว่า หลายคนแซวไปยุโรปครั้งนี้ไปพักใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนไปทุกปีในช่วงนี้ เป็นการพักผ่อน วันที่ 19 ก.พ. ตนจึงเลือกประชุมพรรค

กธ.ลุ้นร่วม รบ.วาง รมต.ไร้ผู้กอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมพรรคจะได้คำตอบที่ชัดเจนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การประชุมพรรคเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังการเลือกตั้งเราต้องแสดงความยินดีกับคนที่สอบผ่าน และตนต้องพบกับสมาชิกพรรคแถว 2-3 ทุกคน เพราะไม่ใช่สอบไม่ผ่านแล้วทิ้งเลย เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่สไตล์ตน ยืนยันยังไม่ได้คุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงบรรยากาศการเลือกตั้ง ดังนั้นเราคงให้ความรู้กับว่าที่ สส. ว่าควรจะระวังอะไรบ้างในการลงพื้นที่ เพราะหลายคนดีใจจนลืมกฎระเบียบ

เมื่อถามว่า หากพรรค กธ.ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกระทบกับการทำงานของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าเราเอาใจไปผูกไว้กับตรงนู้นตรงนี้ก็จะคิดมาก แต่การเป็น สส.และพรรคการเมืองเราสามารถขับเคลื่อนได้ตลอดเวลา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ก็มีช่วงที่ตนเป็นฝ่ายค้านและทำได้ดีด้วย ถามย้ำว่า หากพรรค กธ.เป็นฝ่ายค้าน การทำงานของพรรค กธ.ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ความเป็นนักการเมือง ความสำเร็จอยู่ที่การเลือกตั้ง เมื่อวางเป้าไว้เท่าไหร่แล้วเราได้เท่านั้น ซึ่งตนพูดเสมอว่า จะเป็นตัวแทนของคนฐานรากเข้าไปพูดในสภา ถ้าเป็นรัฐบาลจะนำนโยบายไปขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม แต่หากวันหนึ่งเราไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ เราต้องขับเคลื่อนโดยใช้สภา

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงกรณีมีสื่อหลายสำนักเสนอข่าวมีการแบ่งโควตากระทรวงกันแล้วว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน อย่าเอาข่าวไปตีแบบนั้น ตนไม่ทราบว่าไปเอาแหล่งข่าวมาจากไหน แต่สำหรับตนไม่มี

ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัสได้ถามผู้สื่อข่าวว่า วันนี้จะถามอีกไหม เช้าสายบ่ายเย็น ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าเอา เผื่อสัญญาณเปลี่ยน มีการยกหูโทรศัพท์ ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาว่า สัญญาณโทรศัพท์เปิดตลอดเวลา ไม่ได้เปลี่ยนไปไหน ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าสัญญาณเปิดทุกเบอร์ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พรุ่งนี้ (19 ก.พ.) หลังประชุมพรรคคงปิดทุกเบอร์ เพราะว่าไปอยู่ยุโรปแล้ว ทำให้ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะไม่ได้เจอกับนายอนุทินแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่น่าจะได้เจอ เพราะประชุมพรรคเสร็จตนก็ไปแล้ว เมื่อถามว่า จะมีโอกาสโทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทินก่อนเดินทางไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า โทร.คุยกันมันไม่เหมือนกับเห็นหน้ากัน ถามอีกว่าจะเดินทางไปกี่วัน ร.อ.ธรรมนัสจึงถามสื่อว่า อยากให้เดินทางไปกี่วัน

ต่อมาเวลา 11.15 น. ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงข้อกังวลการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.ที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน และมีข้อร้องเรียนจากหลายฝ่ายต่อเนื่องว่า ตนได้เฝ้าติดตามและสอบถามคนรู้จักที่อยู่ในวงการและมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ยอมรับขณะนี้กังวลในเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

 “หากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดโมฆะ และไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แต่ยืนยันว่า พรรค กธ.มีความพร้อม หากจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากจะต้องมีการนับคะแนนใหม่ก็เสียเวลา หากสังเกตแววตาของผมก็จะรู้ว่าไม่ได้กังวลการร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่กังวลผลการเลือกตั้งมากกว่า” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ถามถึงกรณี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. เข้ามาพบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือเรื่องใดหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สาเหตุที่วันนี้ได้เชิญ น.อ.อนุดิษฐ์เข้ามาพบ เนื่องจากมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือกันในหลายประเด็น และตนให้เกียรติในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ที่เคารพรัก เพราะฉะนั้นในช่วงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดวิกฤต โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง จึงต้องมีการปรึกษาหารือกันเป็นเรื่องปกติ

ถามถึงการนับคะแนนใหม่ในเขตพื้นที่ จ.พะเยา เขต 1 ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่มีเรื่องต้องกังวลอะไร และได้มีการพูดคุยกันหากมีการนับคะแนนในเขตอื่นก็อาจจะได้ สส.เพิ่มอีกหลายเขต

เมื่อถามว่า ได้สอบถามนางนฤมลถึงการพูดคุยกับนายอนุทินหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้สอบถามไปยังนางนฤมลแล้ว และได้รับรายงานว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้

มีรายงานว่า สำหรับสถานการณ์พรรค กธ.ขณะนี้ถือว่ายังมีโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาล โดยยังมีเวลาตามที่นายอนุทินย้ำรอการรับรอง สส.อย่างเป็นทางการ โดยพรรค กธ.ให้นายกฯ บริหารจัดการวางตำแหน่งที่เหมาะสมแต่ละพรรค สำหรับพรรค กธ.คาดได้ 3 ว่าที่ 3 รมช. รวม 6 เก้าอี้ โดยพรรคได้วางผู้หญิง 3 คน เข้ามาเป็นรัฐมนตรี โดยมีนางนฤมล นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม และ น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6 หลานของนายประวิช รัตนเพียร อดีตรัฐมนตรี ส่วนอีก 3 คนเป็นผู้ชาย หนึ่งในนั้นมีชื่อของนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ สส.นราธิวาส ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสไม่ขอรับตำแหน่ง จะขอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพรรคอย่างเต็มที่ โดยเลือกตั้งครั้งนี้พรรค กธ.ได้ว่าที่ สส.มา 58 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม โผ ครม.ในส่วนของกล้าธรรมจะเป็น 3 ว่าการ คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ พร้อมทั้งควบ 1 รองนายกฯ

มาร์คตั้งทีมตรวจสอบเลือกตั้ง

พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย  แกนนำพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีมีเพจเพจหนึ่งระบุ ถ้านายภูมิธรรมได้คุมกลาโหม เขมรมีหนาว เจอของจริงแน่ จัดหนักจัดเต็มเพื่อคนไทย ว่าข่าวนี้เป็น Fake News เพราะนับตั้งแต่พรรค พท.ได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ของพรรค ภท. ในฐานะพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง เพื่อขอเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งมีการแถลงข่าวร่วมกันแล้วนั้น เรายังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีหรือการแบ่งกระทรวงใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

 “การนำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่สร้างความเข้าใจผิดเช่นนี้ ถือเป็นการกล่าวความเท็จ และเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นต่อสาธารณะ ขอความกรุณาอย่าได้เผยแพร่ข้อความเท็จดังกล่าว ส่วนผู้โพสต์ตั้งต้นผมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด” นายภูมิธรรมกล่าว

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีพรรค ภท.ประสานชวนเข้าร่วมรัฐบาลหรือยังว่า  ขณะนี้พรรค ปชป.ให้ความสำคัญเป็นลำดับรอง เพราะต้องการทราบในความชัดเจนต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ที่โปร่งใส เป็นธรรม หลังจากที่พบในหลายกรณีว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. มีความเคลือบแคลงต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง และภาคส่วนต่างๆ เรียกร้องให้ กกต.พิสูจน์ ขณะเดียวกัน กกต.ได้ออกคำสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในบางพื้นที่ นับบัตรลงคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ หลังมีปัญหาเรื่องบัตรเขย่ง หรือกรณีของการทำสัญลักษณ์ หรือบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง เป็นต้น จึงทำให้มีข้อกังวลต่อการกระบวนการของการเลือกตั้งที่อาจมีปัญหา

นายชัยวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ได้ลงนามตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยมีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการหารือร่วมกันเพื่อพิจารณาในข้อมูลและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ

“การร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลขณะนี้ พรรค ปชป.ให้ความสำคัญเป็นลำดับรอง เพราะสิ่งแรกที่ต้องเน้นคือการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเลือกตั้งนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด เพราะหากมีประเด็นที่ทำให้ไม่เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือ อาจมีผลกระทบทางลบต่อการเมืองไทยได้” เลขาธิการพรรค ปชป.ระบุ

ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ กล่าวถึงพรรคการเมืองที่มีดีลจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องมีการวางเงินมัดจำ 5-10 ล้านบาทว่า ขอให้เลิกมัดจำ ให้รอดูก่อนว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ก็ต้องไปเอาเงินคืนด้วย และไม่ต้องมามัดจำพรรคทางเลือกใหม่ เพราะเลือกตั้งครั้งนี้มันอีลุ่ยฉุยแฉก ฉะนั้นการดีลกันจัดตั้งรัฐบาลต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี 5-10 ล้านบาทก็ต้องไปเอาคืน เอาไว้ไปหาเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไป

 “ไม่ต้องรีบฟอร์มทีม รอศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก่อน อย่าคิดว่าตนเองมีอำนาจสั่งฟ้าสั่งลมได้ คนเคยมีอำนาจจริงๆ ยังติดคุก อำนาจใดก็ตามไม่จีรังยั่งยืนถ้าอำนาจนั้นได้มาโดยไม่สุจริต  อำนาจที่ได้มาสุจริตก็จะอยู่กับเรานาน” นายมงคลกิตติ์กล่าว

เทพไทข้องใจ ภท.ยี้ธรรมนัส

วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ทำไม? ภูมิใจไทย ปฏิบัติต่อเพื่อไทย-กล้าธรรม แตกต่างกัน” เนื้อหาระบุว่า มีสำนักข่าวบางสำนักได้รายงานถึงแหล่งข่าวจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล พูดถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ได้มีการพูดคุยและตกลงกันว่า จะยอมรับให้พรรคกล้าธรรมเป็นพรรครัฐบาลอีกพรรคหนึ่ง โดยจัดสรรโควตารัฐมนตรีให้ 3 กระทรวง 4 ตำแหน่ง คือ 1.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 3.กระทรวงแรงงาน และมอบหมายตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งตำแหน่งด้วย ส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ได้รับการจัดสรรโควตารัฐมนตรี 5 คน 6 ตำแหน่ง คือ 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงสาธารณสุข 2.กระทรวงอุตสาหกรรม 3.กระทรวงศึกษาธิการ ส่วน 4 และ 5 เป็นรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงต่างๆ รวมไปถึงควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีก 1 ตำแหน่ง

นายเทพไทกล่าวว่า การจัดสรรโควตารัฐมนตรีให้กับพรรคเพื่อไทย อยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล คือ 1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ประกาศเสียสละ ไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะในคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน 1 มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่มีปัญหาอะไร หรือไม่มีข้อรังเกียจใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทำไมคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน 2 จึงมีกระแสข่าวไม่อยากจะให้ ร.อ.ธรรมนัสเข้าดำรงตำแหน่ง 2.พรรคเพื่อไทยได้โควตากระทรวงเกรด A เกือบทั้งหมด แต่ทำไมพรรคกล้าธรรมถึงได้กระทรวงเกรด B ทั้งหมด ซึ่งมีความแตกต่างกันมากระหว่าง 2 พรรคนี้ น่าจะมีการเกลี่ยเกรดของกระทรวงต่างๆ เพื่อความเท่าเทียมกัน ไม่ควรให้พรรคเพื่อไทยได้รับกระทรวงเกรด A เป็นหลัก และพรรคกล้าธรรมได้รับเฉพาะกระทรวงเกรด B

3.การให้ความสำคัญในการติดต่อเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย มีการเชื้อเชิญจากนายอนุทินให้มาพบที่ทำการพรรคภูมิใจไทย และเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ต้องวิ่งไล่ตื๊อ หรือวิ่งง้อ เพื่อที่จะให้เชิญเข้าร่วมรัฐบาลด้วย 4.ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ในฐานะพันธมิตรทางการเมือง มีความแตกต่างกันมาก พรรคเพื่อไทยเคยยึดกระทรวงมหาดไทย ผลักพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาลมาแล้ว ในขณะที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส เป็นพันธมิตรทางการเมือง เป็นผู้พลิกขั้วจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มาสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี

“จึงไม่เข้าใจว่าบทบาททางการเมืองที่มีต่อกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรมที่มีต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้แสดงน้ำใจ ความเป็นมิตรไมตรีหรือพันธมิตรทางการเมืองชัดเจนกว่าพรรคเพื่อไทย แต่ทำไมการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงให้ความสำคัญกับพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคกล้าธรรม  และดูท่าทีเหมือนจะรังเกียจพรรคกล้าธรรมด้วยซ้ำไป” นายเทพไทระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน'​ ทำท่าไอ เจ็บคอ​ งดสัม​ภาษณ์สื่อ ปม 'ฮุน มาเนต' ฟ้องโลก อ้างไทยรุกดินแดน

"อนุทิน"​ ทำท่าไอ เจ็บคอ​ งดสัม​ภาษณ์สื่อ​ หลัง "ฮุน มาเนต" ฟ้องโลกอ้างไทยรุกล้ำดินแดน ก่อนนายกฯเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

อนุทิน 2.0 : จากผู้เล่นในเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างประวัติศาสตร์รัฐไทย

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อควยามผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง อนุทิน 2.0: จากผู้เล่นในเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างประวัติศาสตร์รัฐไทย มีเนื้อหาดังนี้