พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขาดเป็นรายที่ 13 แล้ว อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิง “ทภ.2” เร่งสอบหาสาเหตุ-คุมเข้มความปลอดภัย ทบ.เผยกัมพูชาลักลอบวางทุ่นระเบิด อาจพบอีกหลายจุด เพราะรู้ว่าพื้นที่ที่เคยลักลอบเข้ามาอยู่เป็นอธิปไตยไทย ย้ำหน่วยเพิ่มความระมัดระวัง ขณะ PHL-03 ยังไม่พบรายงาน และหากใช้จริงไทยมีความชอบธรรมโจมตีในทางลึก
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุทหารสังกัดหน่วย ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการ เอราวัณ ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ แรงระเบิดส่งผลให้ขาขวาขาด และแขนซ้ายกับขาซ้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส นับเป็นรายที่ 13 แล้ว
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในหน่วยได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบเชิงเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามอาการและตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์เพิ่มเติม ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า กรณีกำลังพลสังกัด ร้อย.ร.233 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการเอราวัณ บริเวณพื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้ประสบเหตุเหยียบวัตถุระเบิด ขณะปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งเราควบคุม ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย
โดยได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาขวา ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้ดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร่งด่วน ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด
เบื้องต้นจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นดินปกคลุมด้วยเศษไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติสะสมเป็นระยะเวลานาน วัตถุระเบิดอาจฝังตัวอยู่ในชั้นดินลึก ทำให้ยากต่อการตรวจพบ แม้ว่าหน่วยจะได้มีการตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมหน่วยปฏิบัติการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อประเมินสถานการณ์และความปลอดภัย
แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง แม้ว่าฐานปฏิบัติการเอราวัณจะอยู่ภายใต้การควบคุมตั้งแต่การหยุดยิงครั้งที่ 2 และที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบแล้ว 2 รอบก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าวัตถุระเบิดอาจถูกฝังไว้ลึกใต้ดิน ทำให้ไม่สามารถตรวจพบได้ก่อนหน้านี้
จากการสอบถามกำลังพลภายในฐาน ทราบว่าผู้บาดเจ็บเดินเป็นคนที่สามในเส้นทางเท้ามุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ที่อยู่ไม่ห่างจากที่พักและเป็นเส้นทางที่เดินเป็นประจำก่อนจะเกิดเหตุเหยียบวัตถุระเบิดดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบในพื้นที่และเก็บวัตถุพยานต่างๆ พบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-1
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ 2 มีกำหนดเดินทางไปยังโรงพยาบาล เพื่อเยี่ยมอาการและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บต่อไป
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า มีการประเมินว่าอาจมีทุ่นระเบิดที่ทหารกัมพูชาลักลอบวางไว้ในหลายจุด แม้ฝ่ายไทยจะดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม เนื่องจากยอมรับว่าทุ่นระเบิดที่กัมพูชาได้วางไว้ยังมีอยู่เยอะมากในพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาได้เคยวางกำลังอยู่ก่อน และมาในปัจจุบันฝ่ายเราได้เข้าไปควบคุมพื้นที่เหล่านั้นอยู่
สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวอาวุธ PHL-03 จากฝั่งกัมพูชาที่มีประชาชนบางส่วนกังวลนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ในขณะนี้จากข้อมูลทางด้านการข่าวฝ่ายกองทัพ ยังไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวในเรื่องอาวุธดังกล่าว โดยเฉพาะในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน
ซึ่งกองทัพยังคงเฝ้าระวังและติดตามโดยไม่ประมาท แต่ทั้งนี้อาวุธประเภทดังกล่าวเป็นอาวุธที่มีระยะยิงไกล เกินขอบเขตบริเวณพื้นที่แนวชายแดน เกินระดับความเหมาะสมของสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจากที่ผ่านมายังไม่ปรากฏกัมพูชามีความพยายามที่จะนำมาใช้ เพราะหากมีการพิจารณานำมาใช้จริง จะทำให้ฝ่ายไทยมีความชอบธรรมเพิ่มขึ้นในการตอบโต้กลับด้วยความแม่นยำต่อเป้าหมายสำคัญๆ ในทางลึกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงกว้างขวางกับประเทศกัมพูชาได้ ทำให้ที่ผ่านการใช้อาวุธในปฏิบัติการทางทหารจึงระมัดระวังให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมตามความจำเป็น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียใจและอยากให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่ รายละเอียดตอนนี้ทราบเพียงว่าช่วงนี้ฝนตกหนักจึงมีการชะล้างหน้าดิน แสดงว่าพื้นที่ที่เรายึดคืนมาได้ยังมีทุ่นระเบิดวางไว้อยู่ ต้องเร่งเก็บกู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ของเราด้วย
เมื่อถามว่า เบื้องต้นเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ฝังอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องสอบถามกองทัพดู ตนได้รับรายงานและกำชับเรื่องการดูแลลูกน้องและสวัสดิภาพของเขาหลังเกิดเหตุที่เราไม่ต้องการให้เกิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซัดกกต.ฟ้องปิดปากตรวจสอบ
“ไอติม” เข้าพบ ตร. สู้คดี กกต.เอาผิดปมบัตรเลือกตั้ง “เจษฎ์” เตือนรับรองไปก่อนสอยทีหลังระวัง ม.157 “ปชป.”
กล้าธรรมมีศักดิ์ศรี ‘ธรรมนัส’โวไม่เข้าหาใครก่อน/พท.ยํ้าส่ง‘2ส.’นั่งรัฐมนตรี
"อนุทิน" ยังกั๊ก "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาลหรือไม่ บอกรอรับรอง สส.ทั้งหมดก่อน
ศาลแพ่งไฟเขียว สั่ง‘อายัด’ทรัพย์! แก๊ง‘สแกมเมอร์’
“ปปง.” เผยศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน 4 คดีดัง “ยิม เลียก-เบน สมิธ-เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-เอื้ออังกูร" มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท
บอส‘แซม-มิน’ติดบ่วง อสส.ฟัน‘คดีดิไอคอน’
ดีเอสไอ-อัยการสูงสุดลุยคดีดิไอคอน ขยายผลผู้เสียหาย 13 ประเทศ
207สส.รับหนังสือรับรอง
กกต.เผยยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 ก.พ. กว่า 37.8 ล้านคน คิดเป็น 71.42%
กกต.แจ้งจับ6คน ปชน.ฟ้อง‘7เสือ’
"ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ" รวม 6 ราย โดน กกต.จัดหนัก

