“ปปง.” เผยศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน 4 คดีดัง “ยิม เลียก-เบน สมิธ-เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-เอื้ออังกูร" มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาทไว้ชั่วคราว “โรม” ติดใจทำไมไม่ออกหมายจับ “สตช.” ปลื้มเอฟบีไอยกไทยมุ่งมั่นปราบสแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในฐานะโฆษก ปปง. เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.69 ให้เลขาธิการ ปปง.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาทนั้น พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีสำคัญ 4 คดีแล้ว
โดยศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการในชั้นไต่สวนแล้วมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายไปเสียซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยให้เลขาธิการ ปปง.เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบรายละเอียด ดังนี้
1.คดี น.ส.แตงไทย กรณี MR.LEAK YIM (นายยิม เลียก) นางวิรินยา MR.SMITH BEN (นายเบน สมิธ) และ น.ส.แคทรียา กับพวก มีหมายแจ้งคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท 2.คดีนายเฉิน จื้อ กับพวก มีหมายแจ้งคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว มูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท 3.คดีนายก๊ก อาน กับพวก ศาลสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท และ 4.คดีนายเอื้ออังกูร กับพวก ศาลสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากทรัพย์สินที่ศาลสั่งยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวใน 4 รายคดีดังกล่าวไม่เหมาะสมเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เช่น รถยนต์ หรือเรือยอชต์ เลขาธิการ ปปง. อาจสั่งให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดและเก็บรักษาไว้เป็นเงินแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อนึ่ง ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง.จะรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวมาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
นายรังสิมันต์ โรม อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า แม้ว่าการยึดและอายัดทรัพย์ชั่วคราวของศาลแพ่งจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่การที่ทุกคนทำเป็นมึนกับการไม่ออกหมายจับนายเบน สมิธ และภรรยา ย่อมแสดงให้เห็นว่าไม่คิดเอาให้สุดกับการปราบปราบสแกมเมอร์หรือเปล่า ช่วยทำงานด้วย เอาจริงหน่อย
วันเดียวกัน พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ Mr.Scott Schelble รองผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร่วมมือกันในการปราบปรามและทลายเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างเป็นรูปธรรม
ในระหว่างการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ Mr.Scott ได้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามจากเครือข่ายสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายแก่ทั่วโลก ซึ่งในปี 2568 มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ พร้อมได้กล่าวถึงการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย โดยเน้นย้ำถึงความเป็นพันธมิตรระหว่างหน่วยงานของสหรัฐและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าความร่วมมือนี้คือความเป็นหุ้นส่วนในเชิงปฏิบัติการ ซึ่งการทำงานร่วมกันทำให้ทั้งสองหน่วยงานประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านป้องกันปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม การระบุตัวผู้เสียหาย และการจัดการกับโครงสร้างทางการเงินที่สนับสนุนอาชญากรเหล่านี้
“การที่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจไทย สะท้อนให้เห็นถึงผลการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของนานาประเทศ ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกำจัดแหล่งการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ ควบคู่ไปกับการคัดแยกและช่วยเหลือผู้เสียหาย โดยมีเป้าหมายในการทำลายวงจรเครือข่ายหลอกลวง”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซัดกกต.ฟ้องปิดปากตรวจสอบ
“ไอติม” เข้าพบ ตร. สู้คดี กกต.เอาผิดปมบัตรเลือกตั้ง “เจษฎ์” เตือนรับรองไปก่อนสอยทีหลังระวัง ม.157 “ปชป.”
กล้าธรรมมีศักดิ์ศรี ‘ธรรมนัส’โวไม่เข้าหาใครก่อน/พท.ยํ้าส่ง‘2ส.’นั่งรัฐมนตรี
"อนุทิน" ยังกั๊ก "กล้าธรรม" ร่วมรัฐบาลหรือไม่ บอกรอรับรอง สส.ทั้งหมดก่อน
ทหารไทยขาขาดรายที่13 ‘ทบ.’เชื่อเขมรแอบซุกอื้อ!
พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขาดเป็นรายที่ 13 แล้ว
บอส‘แซม-มิน’ติดบ่วง อสส.ฟัน‘คดีดิไอคอน’
ดีเอสไอ-อัยการสูงสุดลุยคดีดิไอคอน ขยายผลผู้เสียหาย 13 ประเทศ
207สส.รับหนังสือรับรอง
กกต.เผยยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 ก.พ. กว่า 37.8 ล้านคน คิดเป็น 71.42%
กกต.แจ้งจับ6คน ปชน.ฟ้อง‘7เสือ’
"ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ" รวม 6 ราย โดน กกต.จัดหนัก

