ทำเพื่อประชาชน พระราชดำ รัส‘ในหลวง’ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ สส.ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย "จุลพันธ์" เผยวันนี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องของกระทรวงยังไม่พูดกัน

วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 17.17 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ครั้นเสด็จฯ ถึงอาคารรัฐสภา บริเวณลานสะพานปลาอานนท์  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา   และนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ รับเสด็จ เสด็จขึ้นชั้น 11 โดยลิฟต์  เสด็จเข้าห้องประทับรับรอง ประทับพักพระราชอิริยาบถ สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากห้องประทับรับรองเข้าสู่ห้องโถงพิธีฯ เสด็จขึ้นบนเวทีโดยบันได   ประทับยืนหน้าพระราชอาสน์

 ในการนี้ มีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา  ความสำคัญว่า “บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลาย ผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศ ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชน เป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้ จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน" จบแล้ว เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

พิธีเปิดประชุมรัฐสภาถือเป็นพิธีการที่สำคัญของประเทศไทยที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาแต่โบราณ   เสมือนเป็นการประกาศให้ประชาชนได้ทราบว่าจะมีคณะบุคคลเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารปกครองประเทศ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะประมุขของประเทศ จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน และพระราชทานพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ก่อนที่สมาชิกรัฐสภาจะเข้ารับการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนน้อมใส่เกล้าใส่กระหม่อม และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างสูงสุด

เสด็จฯ เปิดประชุมสภาเป็นครั้งที่ 3

สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภาในครั้งนี้ เป็นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2569 และได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 4  มีนาคม  2569 ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภาและทรงเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้ประชุมเป็นครั้งแรกภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เขตราชเทวี และอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงสะท้อนของ สส.พรรคในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรคว่า ในการประชุมวันนี้ไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ เป็นการพูดถึงการทำงานไปข้างหน้า การจะผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีข้อจำกัด เป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญ ซึ่งทุกคนมีเป้าหมายตรงกันคือการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน  การจะทำให้พรรคแข็งแรงขึ้น มีความนิยมมากขึ้น คือการทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เป็นจุดร่วมของทุกคน ไม่ได้มีการถกเรื่องของบุคลากร  เพราะทุกคนรับทราบกระบวนการ

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ได้พูดกับสมาชิกทุกคนว่า เราจะเปิดช่องทางในการสื่อสารว่าใครที่จะประสงค์เข้ามาทำงานการเมืองในบทบาทใด เช่นกรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือเป็นวิป เราก็จะรับฟังความเห็น แต่สุดท้ายกระบวนการในการตัดสินใจ อยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มอบหมายให้คณะชุดเล็ก ซึ่งมีตนและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการ

ยังไม่พูดเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี

ส่วนความคืบหน้าการจัดสรรรัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูด สิ่งที่ปรากฏในสื่อเป็นแค่การคาดการณ์ อาจจะเป็นการหารือนอกรอบ ยังไม่ใช่เรื่องทางการ เพราะเรื่องของการเข้าร่วมรัฐบาลวันนี้ มีความชัดเจนตั้งแต่พรรคอันดับหนึ่งมีคะแนนแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเขาเชิญมาเราก็เข้าไปพูดคุยถึงกรอบความคิด เมื่อตรงกันก็ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งวันนี้และวันที่ 15 มี.ค. มีกระบวนการทางรัฐสภา เราก็คงลงมติไปในทิศทางเดียวกัน  เพราะมีการพูดคุยกันเสร็จสิ้นแล้ว แต่ในเรื่องตำแหน่งและการแบ่งกระทรวงอาจจะเป็นเรื่องของการคาดเดามากกว่า เนื่องจากยังไม่มีกระบวนการหารือ ซึ่งเดี๋ยวคงมีการคุยกันเพื่อหาจุดร่วมที่เหมาะสม และสามารถเดินหน้าให้กับประชาชนได้ แต่ไม่ใช่เรื่องหลักที่พวกเราคิด

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทยจะสามารถเรียกคะแนนนิยมของพรรคกลับมาได้หรือไม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามุ่งเน้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หากสามารถผลักดันนโยบายได้จะเปลี่ยนแปลงคะแนนได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลงาน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากทุกคนเห็นผลงานที่พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดัน จะส่งผลต่อประชาชนและเปลี่ยนแปลงประเทศ นี่คือคะแนนที่ ประชาชนน่าจะมอบให้พรรคเพื่อไทยในกับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ส่วนมองว่ากระทรวงที่ได้มาจะทำคะแนนได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ในอดีตนั้นไม่แน่ แต่ปัจจุบันมีเรื่องของความเชื่อมโยง ซึ่งกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไม่สามารถทำงานได้เพียงกระทรวงเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่กระทรวงใดก็สามารถทำผลงานแบบเดียวกันได้ และน่าจะหมดยุคต่างคนต่างทำ ฉะนั้นทุกกระทรวงมีความจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่ากระทรวงนี้จะอยู่กับพรรคใด ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความสามัคคี

ด้านนายประเสริฐ กล่าวถึงความมั่นใจที่จะใช้เวลา 4 ปีเพื่อพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทยกลับคืนมาว่า เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้น  4 ปีของรัฐบาลชุดนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะต้องทำงานอย่างจริงจัง และเราจะใช้อายุรัฐบาลชุดนี้อย่างคุ้มค่า โดยได้กำชับ สส.เรื่องการลงพื้นที่ว่า การเมืองวันนี้ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน และต้องสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ผลักดัน 47 กฎหมาย

 เมื่อถามว่า มั่นใจว่าสามารถทำให้พรรคกลับมาได้ใช่หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทั้งสมาชิกและพรรคต้องช่วยกัน ทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยก็หวังที่จะพัฒนาการเมืองในอนาคตให้พรรคเติบโตขึ้น และเราก็หวังว่าเราเคยเป็นพรรคใหญ่ในอดีต วันนี้ก็มีความมุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรให้พรรคมีพัฒนาการที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตภายใน 4 ปี

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีการประชุม สส.ก่อนเข้าร่วมพระราชพิธีเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดทิศทางการโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค. รวมถึงเตรียมเดินหน้าผลักดัน 47 กฎหมายเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมเป็นประธานการประชุม มี สส.ของพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยนายยศชนันกล่าวว่า ต้องให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน ที่ครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเข้ามากับเราได้ ตนมีความรู้สึกว่าแต่ละท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้แทนราษฎรของพวกเรา การมีส่วนร่วมของทุกๆ คน ตนลงไปหลายพื้นที่ ได้พูดคุยกับผู้สมัครทุกคน สิ่งที่เป็นเสียงสะท้อนในพื้นที่เราจะทยอยลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับทุกคน ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จะทยอยทำตรงนี้ด้วยกลไกที่สามารถทำได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถดำเนินการและคิดเองได้ทั้งหมด  ซึ่งในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ จะพยายามพบปะพูดคุยกับแต่ละคนเป็นการส่วนตัว เพื่อรับฟังความเห็นของแต่ละคน และนำมาปรับในการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องเปิดใจพูดคุยด้วยกัน

นายยศชนันกล่าวต่อว่า หลายอย่างที่แต่ละท่านสะท้อนเข้ามาตนรับทราบ และจะพยายามปรับ ในอีก 4 ปีข้างหน้าเราสามารถจะกลับมาได้  สิ่งสำคัญคือการที่เราสามารถแสดงผลงานใน 4 ปีนี้อย่างเต็มที่ ตนก็เป็นหน้าใหม่ ก็ต้องรับฟังความเห็นทุกคน หากมีอะไรที่คิดว่าเราควรทำ สามารถเดินมาบอกได้ เรามีเวลา 4 ปี ก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่เราได้เพียงอย่างเดียว เรียนรู้และปรับยุทธศาสตร์กันไป น่าจะทำให้เรากลับมาอีกครั้งได้

ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง

เขากล่าวด้วยว่า ลักษณะนิสัยของตนบางครั้งอาจจะดูหน้าตึง ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับแต่ละคนว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร และย้ำว่าเราสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ และในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเราไม่ได้หยุด เราเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่สภา และในวันที่เริ่มเปิดสภาเราจะเสนอกฎหมายในแบบที่ประชาชนคิดว่านี่คือพรรคที่เป็นความหวัง  และขอให้กำลังใจทุกคน

ด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า การทำงานในมิติเฉพาะส่วนกลางไม่สามารถนำพาพรรคเข้าสภาได้  ต้องขึ้นกับการทำงานของผู้สมัครด้วย คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ท่านเก่งมาก ด้วยการฟันฝ่าพายุอุปสรรคการแข่งขันที่หนักหน่วงด้วยปัจจัยด้วยโครงสร้างที่ไม่เอื้อต่อพรรคเรา แต่ท่านสามารถฟันฝ่าการต่อสู้เข้ามาได้ ในส่วนของพรรคอยู่ระหว่างการยกเครื่องสิ่งที่เราทำงานในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคได้จัดเวิร์กช็อป สส. รวมถึงคนที่ไม่ผ่าน รวมถึงผู้บริหารหลายรอบ เพื่อถอดบทเรียนแล้วนำมาพัฒนาปรับปรุงให้พรรคเข้มแข็งขึ้น เป็นสถาบันการเมืองมากขึ้น และสามารถเดินเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

 "วันนี้เรากำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องของกระทรวงเรายังไม่พูดกัน สำหรับการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกว่าในอดีต ทุกคนคาดหวังการขับเคลื่อนในเรื่องของกฎหมายของเรา และเรายังคงยึดมั่นในการสร้างประเทศไทยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมีกฎหมายต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการขับเคลื่อน การทำงานของพวกเราจะเป็นตัวชี้ชะตาพรรคในการเลือกตั้งครั้งถัดไป การทำงานอย่างเข้มแข็งของพวกเราทุกคนจะเป็นตัวช่วยพวกเราในการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะทำให้เพื่อนของพวกเราที่พลาดหวังได้กลับเข้ามาทำงานในสภาอย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้ง  ขอบคุณการทำงานที่เข้มแข็ง พรรคพร้อมเป็นลมใต้ปีกให้ทุกคน พร้อมสนับสนุนงานของท่านทุกมิติ"  หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ปิดดีลไม่มีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ร่วมรัฐบาลอนุทิน 2  ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บริษัทขนส่งเอกชนได้นำรถบรรทุกเล็ก 4 ล้อ จำนวน 2 คัน เข้ามาเก็บของออกจากห้องทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ บนชั้น 2 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งประกอบไปด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้รับแขก ชุดโต๊ะทำงาน โต๊ะหมู่บูชาชุดใหญ่ และพระพุทธรูป เป็นต้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐตั้งค่าหัว ล่าผู้นำอิหร่าน

วอชิงตันประกาศรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของโมจตาบา คาเมเนอี สหรัฐจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน พร้อมส่งนาวิกโยธินและเรือรบจำนวนมาก

ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!

งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย

เตือนคนไทยระวัง การสู้รบยังรุนแรง

ศบก.เตือนคนไทยในอิสราเอล ยังสู้รบรุนแรง หากได้ยินเสียงไซเรน หาที่หลบภัยภายใน 1 นาที ยันเร่งค้นหา 3 ชีวิตลูกเรือมยุรีนารี ส่วนอีก 20 คนถึงไทย 16 มี.ค.

ประกาศสำนักพระราชวัง 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69

สำนักพระราชวังออกประกาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2669 ตามคำทูลเชิญของนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ในหลวง ทรงเปิดประชุมรัฐสภา ให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ครั้นเสด็จ ฯ ถึงอาคารรัฐสภา บริเวณลานสะพานปลาอานนท์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา