“อนุทิน” เซ็นตั้ง “พิพัฒน์” คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน เจ้าตัวขึงขังกวาดล้างพวกกักตุน “กรมธุรกิจพลังงาน” รับเคสอ่างทองมีความผิดจริง นายกฯ ฮึ่มดำเนินคดีเด็ดขาด โพลสถาบันพระปกเกล้าพบ ประชาชนอยากให้รัฐตรึงราคาต่อ
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตรวจค้นและพบผู้กักตุนน้ำมันจำนวนกว่า 330,000 ลิตร ที่ จ.อ่างทอง ว่า ขณะอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเพื่อหาเจ้าของคลังน้ำมัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กักตุนใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ไม่ได้ตอบคำถาม แต่ยกนิ้วโป้งให้กับสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ย้ำว่า ขณะนี้กำลังเร่งให้คณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการ เฉพาะกิจขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อไล่ตรวจสอบทั้งประเทศ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสอบสวนกลางได้เข้าตรวจค้นคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง มีการเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบหาสารปนเปื้อน ว่าถูกต้องได้มาตรฐานหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบในเรื่องของการขายเกินราคา ปั๊มน้ำมันดังกล่าวรับมาในราคาเกินจริง โดยอ้างว่าซื้อมาในภาวะสงคราม ในราคา 40.50 บาท และมาจำหน่ายในราคา 41 บาท
นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศว่า สถานการณ์น้ำมันสำรองภายในประเทศวันที่ 20 มี.ค. อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร หรือ คิดประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันระหว่างทางรวมกับน้ำมันที่จะนำเข้า ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร หรือคิดเป็นประมาณ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน
นายวุฒิทัตยังกล่าวถึงกรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ลงพื้นที่ตรวจตรวจบริษัทน้ำมัน ที่ จ.อ่างทอง หลังจากที่ได้รับร้องเรียน พบมีการสต๊อก 3.3 แสนลิตร และขายเกินราคาว่า บริษัทดังกล่าวชื่อว่า บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จากการตรวจสอบมีการสต๊อกน้ำมันประมาณ 3.3 แสนลิตร แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล 48,000 ลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 210,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 73,000 ลิตร รวมเป็น 3.3 แสนลิตร
นายวุฒิทัตกล่าวว่า จากการตรวจสอบเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 คือ ผู้ค้าน้ำมันรายย่อยมีการขนส่งหลายทอด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่ได้มีการออกใบกำกับการขนส่ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ที่ต้องมีใบกำกับการขนส่งว่า รับมาจากที่ไหน วันไหน ปริมาณเท่าใด และปลายทางไปส่งยังที่ใด รวมถึงต้องเก็บเอกสารไว้ไม่น้อยกว่า 60 วัน ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 56 ส่วนกรณีที่ 4 ปั๊มน้ำมันที่ จ.สงขลา กรมธุรกิจพลังงานจะประสานกับพลังงานจังหวัดให้ลงไปดูในพื้นที่ต่อไปถึงข้อเท็จจริง
น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและควบคุมราคาสินค้าว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ได้มีการตรวจสอบสถานประกอบการเพิ่มเติมเกือบ 300 แห่ง แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 187 แห่ง ร้านปุ๋ยเคมี 49 แห่ง ตลาดค้าปลีกค้าส่ง 41 แห่ง พบการกระทำความผิด 2 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.อ่างทอง เป็นกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาและจำหน่ายราคาสูงเกินควร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกฯ ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 โดยในข้อ 2 ของคำสั่งระบุว่า ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ดำเนินการตามมาตรการตามคำสั่งนี้ อาทิ ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น.ของทุกวัน
ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งมิได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้า และรายชื่อลูกค้าซึ่งซื้อเกินรายละ 3,000 ลิตรต่อครั้ง ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน โดยมอบหมายให้นายพิพัฒน์ รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมัน
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ จ.อ่างทอง ว่า ในคำสั่งที่ตนลงนามไปนั้น ได้ให้ทางกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง คอยไปจัดการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าในลักษณะการกักตุนน้ำมันกักตุนสินค้า โดยที่ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนั้น ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจ ในกรณีที่ จ.อ่างทอง ตอนนี้มีการดำเนินคดีอยู่แล้ว ใช้กฎหมายที่เรามีอยู่ ดำเนินการดำเนินคดีทุกข้อหาที่เขากระทำผิด
เมื่อถามว่า กรณีแบบนี้เรียกว่าไอ้โม่งได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า มันไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราไปจับได้ไม่ใช่ไอ้โม่ง คนที่ไปซื้อ ไปกักตุนไว้ ถ้ากักตุนระดับสามแสนลิตร อันนี้ไม่ใช่กักตุนในยามฉุกเฉินหรือยามจำเป็น
เมื่อถามอีกว่า ถ้านายกฯ พบตัวคนที่กักตุนน้ำมัน จะดำเนินคดีเด็ดขาดเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ที่ทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเรื่องน้ำมัน หรือเรื่องอะไร ทุกอย่างต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องละเว้นไม่มีอยู่แล้ว ยุคนี้สมัยนี้ ใครไปละเว้น คนนั้นผิดเสียเอง ไม่มีใครเขายอมอย่างนั้น
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง ทัศนะของประชาชนต่อสงครามในตะวันออกกลางและมาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 13-16 มี.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนร้อยละ 29.7 เห็นว่าควรตรึงราคาน้ำมันหรือพลังงานชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบประชาชน หากราคาพลังงานปรับสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์สงคราม ขณะที่ร้อยละ 28.2 ระบุ ให้ราคาปรับตามตลาด และเน้นมาตรการระยะยาวด้านพลังงาน ร้อยละ 23.4 ระบุ ใช้มาตรการภาษีหรือกองทุนน้ำมันเพื่อลดภาระด้านราคา และร้อยละ 15.0 ระบุ ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง เช่น ขนส่ง เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 3.7 ระบุ ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กกพ.มีเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า หรือคอลแบ็ก (Claw Back) ในปัจจุบันมีเหลืออยู่ที่ 9,400 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ให้หมด เพราะเป็นเงินของประชาชน เงินในส่วนนี้คาดว่าจะสามารถเข้ามาอุดหนุนราคาค่าไฟได้เพียง 13 สตางค์ แต่การที่ประกาศค่าไฟจะต้องมีการประเมินให้ถี่ถ้วนก่อน เพราะจะต้องดูทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน หากประกาศไปล่วงหน้าและสถานการณ์เปลี่ยนอาจจะทำให้เกิดการผิดพลาดได้
นายปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์ประจำสาขาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เสนอให้นำมาตรา 161 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ ครม.มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศเพื่อแก้วิกฤต แม้จะยังไม่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า การมีอำนาจเต็มที่เร็วขึ้นของ ครม.ชุดใหม่นั้น ไม่น่าจะมีนัยสำคัญพอที่จะคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทันที โจทย์ของการแก้ไขวิกฤตพลังงานของไทยในครั้งนี้ น่าจะอยู่ที่การบริหารจัดการที่ดูจะยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร รวมไปถึงผลกระทบของวิกฤตพลังงานในปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถแก้ไขได้ในทันที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมสมเด็จพระเทพฯ ศุกร์3เมษายนเสด็จฯ ยกเสา‘พระเมรุมาศ’
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ยกเสาพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
‘กำนันป้อ’เซ็ง DSIออกหมาย ‘ปปช.’ลงดาบ เล่นไพ่-รุกที่ดิน
ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด "ชัยทิพย์" อดีต สส.ราชบุรี ผิดจริยธรรมร้ายแรงปมเล่นไพ่ในสภา
‘กกต.’ท่องทำตาม‘กม.’ แจงยิบปม4คดีร้อนแรง
“แสวง” ตั้งโต๊ะแจงทุกปม ทั้งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญรับคดีบาร์โค้ด-กกต.ฟ้องเอาคืน-ฮั้ว สว.-ยุบพรรคประชาชน
ยํ้าคนไทยอพยพด่วน ‘เนทันยาฮู’ฟุ้งจบเร็ว!
ศบก.ตอกย้ำให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุด พร้อมสั่งทูตในอิสราเอลกำชับแรงงานให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย
อุกอาจ!ยิงถล่มรถกมลศักดิ์
อุกอาจ! คนร้ายยิงถล่มรถ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส หน้าบ้านพัก
ยึดผลประโยชน์ชาติ ‘อนุทิน’รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง
"อนุทิน” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "นายกฯ สมัยที่ 2"

