“แสวง” ตั้งโต๊ะแจงทุกปม ทั้งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญรับคดีบาร์โค้ด-กกต.ฟ้องเอาคืน-ฮั้ว สว.-ยุบพรรคประชาชน ท่องคาถาสำเร็จรูปทำตามกฎหมายและอำนาจที่มี เชื่อคดีบัตรเลือกตั้งจะได้มีบทสรุปเสียที ส่วนคดีฮั้วเป็นความลับยังไม่ถึงขั้นปล่อยผี พรรคส้มดีใจได้บ้าง เพราะยุบพรรคอาจไม่เป็นตามร้องต้องดูหลักฐาน
เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงคดีบัตรเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่าเป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการ แต่ยืนยันว่าเราทำตามหน้าที่ที่ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ
เมื่อถามว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องหาพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งทางพยานหลักฐานด้วย ภาคประชาชนและอดีต กกต.บอกว่าจะเอาข้อมูลที่ทำการจำลองการเลือกตั้งที่สภาไปยื่นต่อศาลเป็นหลักฐานที่นำมาต่อสู้ได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่สิ่งที่มันดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญมันจะเกิดความชัดเจน คงต้องรอวันนั้น
นายแสวงยังกล่าวถึงกรณี กกต.แจ้งความดำเนินคดีกับ 6 บุคคลกรณีถ่ายภาพและถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ และมีหน้าที่ในการทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ทุกวันนี้ยืนยันว่า กกต.ทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ไม่มีใครที่จะพยายามรู้ว่าคนที่ลงคะแนนให้ใคร เพราะกฎหมายไม่รองรับว่าใครไปลงคะแนนให้ใคร แต่ถ้าเราออกแบบให้ประชาชนสามารถดูว่าประชาชนใครลงคะแนนให้ใครได้ แต่อันนี้เป็นความพยายาม และกฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่าคนทั้ง 6 คนที่ กกต.ฟ้องร้อง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโยงกันในวันที่เกิดเหตุ นายแสวงกล่าวว่า เป็นเรื่องของคดีไม่ขอให้ความเห็น ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่รุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น มันเกิดจากเรื่องของการขัดขวางการเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ว่าการทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ จะบอกว่าแรงหรือไม่แรงไม่ได้ เพราะคือปกป้องการทำหน้าที่ตัวเอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ และการเลือกตั้งต้องสำเร็จ
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นั้น นายแสวงยืนยันว่า สำนักงาน กกต.ทำตามกฎหมายขั้นตอน ชอบด้วยกฎหมายระเบียบทุกขั้นตอน ถึงตรงนี้อนุกรรมการฯ ใช้เวลา 90 วัน น่าจะมีความเห็นไปแล้ว อยู่ระหว่างส่งมาให้สำนักงาน กกต. แล้วสำนักงานจะทำเอกสารเสนอคณะกรรมการ กกต.พิจารณา ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวไม่ว่าจะชั้นกรรมการสอบสวนหรือชั้นอนุกรรมการ ไม่มีใครทราบ คือคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นไม่ทราบ ยืนยันว่า กกต.รวมถึงตนเองไม่มีใครทราบ เพียงแต่สอบถามว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว เพราะมีคนมาสอบถามเร่งรัด
เมื่อถามถึงคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 ออกมาเป็นคนละทิศทางกับที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เคยให้ทิศทางไว้ ทำให้ กกต.ถูกสังคมมองว่าเป็นเครื่องมือการฟอกขาว ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 มีความเห็นอย่างไร ตนเองยังไม่ทราบ ส่วนผลวินิจฉัยชุดที่ 26 ความเห็นของตนเองก็จำไม่ได้แล้วว่าให้ความเห็นอะไรไว้บ้าง
นายแสวงเสริมเรื่องนี้ว่า เรื่องการทำงานเป็นความลับ คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 พูดไม่ได้ เพราะเป็นความลับ ส่วนคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 จะมีความเห็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบ มีเพียงที่เป็นข่าว แต่ไม่มีใครออกมายืนยัน ไม่มีใครตอบได้เพราะอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ไม่มีใครเปิดเผยได้อยู่แล้ว ต้องรอว่าไปถึงชั้นสุดท้ายในการพิจารณาของ กกต.จะมีทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ความเห็น และมติ ส่วนสัปดาห์หน้าจะได้เห็นความชัดเจนหรือไม่นั้น เรามีเอกสารจำนวนมาก เชื่อว่าต้องใช้เวลาก่อนพิจารณาและเสนอเข้าวาระ
เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 และคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 แตกต่างกัน นายแสวงกล่าวว่า ในที่นี้ไม่มีใครทราบ มีเพียงคณะกรรมการสืบสวน จึงบอกไม่ได้ว่าความเห็นคืออะไร ส่วนเรื่องการแต่งตั้งอนุฯ ชุด 36 ชอบด้วยระเบียบหรือไม่ ขอชี้แจงว่า ก่อน กกต.จะตั้ง สำนักงาน กกต.ก็ได้ดูเรื่องระเบียบกฎหมายทุกขั้นตอนให้อยู่แล้ว และเรายืนยันว่าเรื่องนี้ กกต.ทำตามระเบียบทุกขั้นตอน
วันเดียวกัน นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคประชาชน (ปชน.) จากเหตุข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกพรรคเกิดการรั่วไหลว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องรวมทั้งหมด 3 ราย และเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงาน กกต.ที่กำลังดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงพิจารณาต่อไป โดยคำร้องดังกล่าวมีการรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีสเปกเตอร์ซี หรือเลเซอร์ไอดี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน กกต.
เมื่อถามย้ำกรณีสเปกเตอร์ซี หากตรวจสอบแล้วพบความผิดและมีความเชื่อมโยงกัน จะเข้าข่ายความผิดในลักษณะใด นายเกรียงไกรชี้แจงว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) มาตรา 92 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ โดยมีหลายฐานความผิด อาทิ การกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การจูงใจให้สมัครสมาชิกพรรคด้วยการออกค่าใช้จ่ายให้ รวมถึงการรับบริจาคเงินที่มีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายแสวงกล่าวว่า ปกติเมื่อมีผู้ยื่นคำร้อง มักยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน และในกรณีที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ก็มักร้องขอให้สั่งยุบพรรคไว้ล่วงหน้า ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วอาจไม่ได้เป็นไปตามที่ร้องเสมอไป เนื่องจากทุกอย่างต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
“ในช่วงที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคขนาดใหญ่ มักเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม และอาจทำให้เกิดกระแสหรือความรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาได้ แต่การพิจารณาของ กกต.จะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่ได้ดำเนินการไปตามกระแสหรือความรู้สึกของสังคม โดยกระบวนการพิจารณาจะเริ่มจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นจึงพิจารณาว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่ โดยย้ำว่าการยุบพรรคการเมืองจะต้องเป็นกรณีที่พรรคในฐานะองค์กรมีการกระทำความผิด ไม่ใช่เพียงการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งภายในพรรคเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า กกต.จะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองที่ถูกร้องเรียนอย่างเท่าเทียม และดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด” นายแสวงกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมสมเด็จพระเทพฯ ศุกร์3เมษายนเสด็จฯ ยกเสา‘พระเมรุมาศ’
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ยกเสาพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
‘กำนันป้อ’เซ็ง DSIออกหมาย ‘ปปช.’ลงดาบ เล่นไพ่-รุกที่ดิน
ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด "ชัยทิพย์" อดีต สส.ราชบุรี ผิดจริยธรรมร้ายแรงปมเล่นไพ่ในสภา
ยํ้าคนไทยอพยพด่วน ‘เนทันยาฮู’ฟุ้งจบเร็ว!
ศบก.ตอกย้ำให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุด พร้อมสั่งทูตในอิสราเอลกำชับแรงงานให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย
อุกอาจ!ยิงถล่มรถกมลศักดิ์
อุกอาจ! คนร้ายยิงถล่มรถ “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส หน้าบ้านพัก
สั่งพิพัฒน์บี้ตุนนํ้ามัน
“อนุทิน” เซ็นตั้ง “พิพัฒน์” คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน เจ้าตัวขึงขังกวาดล้างพวกกักตุน
ยึดผลประโยชน์ชาติ ‘อนุทิน’รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง
"อนุทิน” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "นายกฯ สมัยที่ 2"

