ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง เจ้าคณะภาค 7 ออกคำสั่งให้พระสังฆาธิการทุกระดับในพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอนช่วยดับไฟ
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการปฏิบัติการฝนหลวงที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งสามารถปฏิบัติการได้ 12 เที่ยวบิน พบว่าบางพื้นที่ เช่น อ.อมก๋อย มีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาสถานการณ์พอสมควร แต่ปัญหาอุปสรรคด้านสภาพอากาศในหลายพื้นที่ยังคงมีความแห้งแล้งสูง จึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำฝนหลวง
“ล่าสุด กรมฝนหลวงและการบินเกษตรสนับสนุนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มเติมอีก 2 ลำ ทำให้มีฝูงบินรวม 7 ลำ ซึ่งแต่ละลำปฏิบัติการได้วันละประมาณ 2-3 เที่ยวบิน คาดการณ์ว่าจะสามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 15-20 เที่ยวบินต่อวัน”
นายอรรษิษฐ์กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ยึดถือความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ และให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ ทหาร บังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบฝ่าฝืนประกาศจังหวัด ที่ในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดได้ประกาศห้ามเข้าพื้นที่ป่าถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้อย่างเด็ดขาด และสร้างความรับรู้เข้าใจกับประชาชน เพื่อทำให้ประชาชนได้ทราบถึงการดำเนินการของภาครัฐ และสร้างความร่วมมือในการฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ให้บรรเทาลงและหมดไปโดยเร็ว
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นว่า จากการติดตามคุณภาพอากาศวันนี้ พบค่าฝุ่น PM2.5 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง) เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) หรืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 41 จังหวัด และเกินมาตรฐาน 3 วันขึ้นไป 32 จังหวัด ขณะที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) คือเกิน 75 มคก./ลบ.ม. จำนวน 13 จังหวัด และบางจังหวัดค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดงต่อเนื่อง เช่น น่าน, เชียงราย, ลำพูน (12 วัน) พะเยา, ลำปาง (11 วัน) เชียงใหม่, แพร่ (10 วัน) รวมทั้งคาดการณ์ว่าช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน
นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีฝุ่น PM2.5 แล้ว 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, น่าน, ลำพูน, นครพนม, พะเยา, แพร่, แม่ฮ่องสอน, บึงกาฬ, ตาก และพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้กำชับ PHEOC เขตสุขภาพที่ 1 เพื่อติดตามการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และได้ออกข้อสั่งการถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและทีมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 รวม 9 ข้อ
ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการฯ ครั้งที่ 10 โดยได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญ ให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดภารกิจให้ชัดเจนทุกหน่วยต้องระบุให้ได้ว่าใครทำอะไร อย่างไร ในการลงพื้นที่ ไม่ใช่เพียงเข้าพื้นที่โดยไม่มีแผนปฏิบัติ บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) เจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ได้ลงนามในคำสั่งเจ้าคณะภาค 7 ที่ 03/2569 ถึงพระสังฆาธิการทุกระดับในพื้นที่เชียงใหม่, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เรื่องมอบหมายให้คณะสงฆ์ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดับไฟป่าภาคเหนือ โดยให้ทุกวัดร่วมผนึกกำลังกับหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าอย่างเต็มกำลัง พร้อมเปิดพื้นที่วัดเป็นจุดพักกำลัง และสนับสนุนอาหารน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางวิกฤตหมอกควัน
ด้านพระครูอ๊อด พระนักสังคมสงเคราะห์ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะพระสงฆ์และจิตอาสามูลนิธิเพชรเกษมจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเข้ารับมือสถานการณ์ไฟป่าอย่างเร่งด่วน
ส่วนนายครินทร์ หิรัญไกรลาส หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เผยว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดว่าด้วยทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ตรวจพบบุคคลชาย 4 คน ใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะ มีพฤติกรรมล่าสัตว์ป่าบริเวณป่าห้วยช้างร้อง ริมแม่น้ำปิง เบื้องต้นสอบถามกลุ่มบุคคลชายทั้ง 4 คน ยอมรับสารภาพว่า พวกตนเข้าพื้นที่ไปล่าเลียงผาซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน และได้โยนซากเลียงผา ปืนลูกซองและสัมภาระต่างๆ ลงน้ำเพื่อทำลายหลักฐานจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึดจับกุม และติดตามค้นหาซากเลียงผา ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรก้อ ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และจะสืบสวนว่าเกี่ยวโยงการลอบเผาป่าหรือไม่ต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จี้‘มทภ.4’แจง ปมถล่มสส.ปช. นั่งฮ.กราดยิง!
จับเพิ่มคนขับรถให้มือปืนยิง “กมลศักดิ์” เร่งล่าหัว “จ่าทหารเรือ”
ยํ้า6เม.ย.ถกรื้อค่าโรงกลั่น-ราคา
"พิพัฒน์" แอ่นอกรับเสียงสะท้อนทุกความคิดเห็น พร้อมชง ครม.รื้อ "ค่าการกลั่น-โครงสร้างราคา" 6เม.ย.นี้
สุราษฎร์บี้ผู้ค้า/พณ.จับร้านแก๊ส
ศรชล.โต้เพจดังมั่วข้อมูล ที่แท้แหล่งแท่นผลิตปิโตรเลียม ไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมันนับร้อยลอยลำ "พาณิชย์สุราษฎร์ฯ"
เปิดร่างนโยบายหนู โวไทยตั้งตัวได้/เลิกMOU44/เกษตรกรคนละครึ่ง
เปิดร่างนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” แบ่งเป็น 5 ด้าน “เศรษฐกิจ-ต่างประเทศ-สังคม-ภัยพิบัติ-บริหารภาครัฐ” นายกฯ ลุยบูรณาการแบบคลัสเตอร์ เดินหน้ายุคดิจิทัล
อุตุฯเตือนทั่วไทยร้อนจัด ภาคเหนือ-อีสาน ฝุ่นทะลุเกณฑ์มาตรฐาน
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนภาคใต้มีอากาศร้อน เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ยุบพรรคส้มคืบ กกต.เรียก‘ศรี’ สอบLaser ID
หนาวอีกแล้ว! "สำนักงาน กกต." เรียกสอบผู้ร้องยุบพรรคประชาชน คดี “Laser ID- สเปกเตอร์ ซี” พร้อมพยานหลักฐาน ตลอดสัปดาห์ก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์

