จี้‘มทภ.4’แจง ปมถล่มสส.ปช. นั่งฮ.กราดยิง!

จับเพิ่มคนขับรถให้มือปืนยิง “กมลศักดิ์” เร่งล่าหัว “จ่าทหารเรือ” เชื่อเป็นคีย์แมนสำคัญโยงคนจ้างวาน สว.ไชยยงค์จี้แม่ทัพภาค 4 เร่งแจงให้ละเอียด ทั้งคดียิง สส.และกรณีนั่ง ฮ.กราดยิงบนเทือกเขาตะเว บอกหากปล่อยไว้จะทำให้ชาวบ้านเคลือบแคลงและย้ายข้างเชื่อบีอาร์เอ็น!

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่ระบุว่าเป็นของสังกัด กอ.รมน.จว.นราธิวาส ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ (ปช.) หน้าบ้านพักเลขที่ 13/3 ม.9 ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569

โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีสามารถจับกุมตัวนายอลาวี อาแว อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 ม.5 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ที่ถูกออกหมายจับ ป.วิ.อาญา  เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ได้เพิ่มเติมอีก 1 คน จาก 4 คน ขณะหลบหนีไปที่กรุงเทพฯ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้สามารถจับกุมตัวสองพ่อลูกได้ คือ นายสมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน และนายยศกร ลังเดช และเหลือเพียงอีก 1 คน คือ นายธนภัทร วัฒนภิญโญ ที่ยังหลบหนี

ทั้งนี้ ชุดคลี่คลายคดีได้ควบคุมตัวนายอลาวีไปสอบสวนขยายผล จนรับสารภาพว่าเป็นคนทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะคันก่อเหตุให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์ที่นายกมลศักดิ์นั่งมา และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จนเจ้าหน้าที่สามารถทราบถึงตัวผู้ลงมือก่อเหตุว่ามีจำนวนกี่คน ใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ รวมถึงการขยายผลถึงผู้ที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมด อาทิ บุคคลที่นำรถยนต์ก่อเหตุไปให้อู่ทำการชำแหละชิ้นส่วน ซึ่งจิกซอว์สำคัญคือนายธนภัทรที่ถูกออกหมายจับ รวมไปถึงอดีตจ่าทหารเรืออีก 1 คนที่ยังไม่มีหมายจับ หากเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวบุคคลทั้ง 2 ได้ ก็จะทราบว่าผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมีกี่คน ใครทำหน้าที่รับผิดชอบอะไร และยานพาหนะที่ถูกอ้างว่าเป็นของสังกัด กอ.รมน.จว.นราธิวาส  ใครเป็นคนให้ยืม และรับมอบรถจากใครนำไปใช้ก่อเหตุ  ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้สอบสวนขยายผลนายอลาวีแล้วเสร็จ ก็ได้ส่งตัวนายอลาวีให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ด้านนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะเลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ กล่าวถึงคดีดังกล่าวโดยเฉพาะการชี้แจงของ กอ.รมน.เรื่องการยืมรถไปใช้ก่อเหตุว่า เป็นเหตุผลที่ยังฟังไม่ขึ้น แต่มากเพียงพอในการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จึงขอให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 แถลงความชัดเจนต่อสาธารณชนถึงรายละเอียดทั้งหมด เช่น หลังการให้ยืมรถยนต์ไปแล้ว และทราบว่ามีการนำรถไปก่อเหตุ ได้มีการจับกุมกลุ่มมือปืน หรือมีการแจ้งความหรือไม่ และผู้ให้ยืมกับกลุ่มคนร้ายมีความเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นหรือไม่ หรือมีการรอจนเจ้าหน้าที่ยึดรถที่ชำแหละได้แล้ว จึงออกมาชี้แจงว่ารถคันดังกล่าวถูกยืมไป

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างความเสื่อมแก่ กอ.รมน.  และสร้างความเคลือบแคลงและไม่เชื่อมั่นต่อประชาชนที่มีต่อ กอ.รมน. เพราะมีความรู้สึกว่าทหารในพื้นที่มีส่วนในเหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

นายไชยยงค์กล่าวอีกว่า ขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจสอบและแถลงให้ประชาชนใน 3 จังหวัดได้ทราบ ถึงเรื่องที่ ฉก.นราธิวาสนำเฮลิคอปเตอร์ปืนกลอากาศกราดยิงบริเวณเทือกเขาตะเว อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย และ ฉก.นราธิวาสรับว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ของทหารที่บินค้นหากองกำลังติดอาวุธที่ซุ่มยิง อส.ทพ.เสียชีวิต แต่ไม่ได้ใช้ปืนกลอากาศในการปฏิบัติการ โดยประชาชนมีภาพถ่ายที่เป็นรอยกระสุนที่ยิงถูกต้นยางพาราได้รับความเสียหาย ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากการยิงทางอากาศหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ได้สร้างความตื่นตระหนก ทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากไม่ทราบว่าจะมีเหตุการณ์กราดยิงเกิดขึ้นอีกหรือไม่

“ในพื้นที่ยังมีปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็นต่อเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐทุกวัน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการผลักประชาชนให้เป็นแนวร่วมของบีอาร์เอ็นมากขึ้น และสร้างความหวาดระแวง รวมทั้งสร้างความเชื่อในไอโอของบีอาร์เอ็น ว่าเหตุการณ์ในพื้นที่เป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการประกาศปิดถนนครั้งละ 7 วัน หลังมีการวางระเบิดแสวงเครื่อง ที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ลดการปฏิบัติการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพียง 1-2 วัน เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ และผู้ที่ต้องสัญจรในเส้นทางดังกล่าว”

นายไชยยงค์กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พล.ท.นรธิปต้องแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะผู้นำหน่วยที่ต้องแถลงข้อเท็จจริงต่อและแนวทางแก้ปัญหาต่อประชาชน เพื่อนำความสงบมายังพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีการประกาศให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งมีแต่นามธรรม ข้อเท็จจริงคือไม่มีพื้นที่ปลอดภัยแม้แต่พื้นที่เดียว เพราะการประกาศพื้นที่ปลอดภัยโดยไม่มีที่ปลอดภัยเป็นการหลอกลวงประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระภาคเหนือร่วมดับไฟป่า

ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง

เปิดร่างนโยบายหนู โวไทยตั้งตัวได้/เลิกMOU44/เกษตรกรคนละครึ่ง

เปิดร่างนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” แบ่งเป็น 5 ด้าน “เศรษฐกิจ-ต่างประเทศ-สังคม-ภัยพิบัติ-บริหารภาครัฐ” นายกฯ ลุยบูรณาการแบบคลัสเตอร์ เดินหน้ายุคดิจิทัล 

‘อนุทิน’ยันมีของถูก เข้าห้างตรวจราคาสินค้าเจอตะโกนถามใครรวยไม่ไหว

“อนุทิน” เข้าห้างตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวน ปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ เผยหลังแถลงนโยบายคนละครึ่งมาแน่