‘พิพัฒน์’ลาออกPT23ปี รมว.ยธ.ย้ำน้ำมันหาย!

"อนุทิน" จิบกาแฟคุย "พิพัฒน์" ไม่กังวลกระแสบอยคอตปั๊ม PT ถามกลับลาออกมากี่ปีแล้ว ด้านพิพัฒน์ลั่นลาออกมา 23 ปีแล้ว เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตร ขออย่าถามเยอะบริษัทเขากังวล ยันสบายดีหลังหายหน้าจากสื่อ "รมว.ยุติธรรม" นำถกคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมันครั้งที่ 1 ย้ำน้ำมันหายแน่นอน

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ภายหลังจากเสร็จสิ้นการทำบุญครบรอบพรรคภูมิใจไทย "ก้าวสู่ปีที่ 18" นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ซื้อกาแฟที่ร้านของ น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา โดยช่วงหนึ่งระหว่างดื่มกาแฟ ได้พูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า ให้กำลังใจกันอย่างไรในช่วงเผชิญวิกฤตราคาน้ำมัน นายกฯ ระบุว่า ไม่ต้องให้  คนทำงานให้บ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการทำงานที่ไปกระทบกับความรู้สึกของประชาชน กระทบการเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมัน PT และสถานการณ์ปั๊มในช่วงนี้เป็นอย่างไรที่โดนกระแสหนักหน่วง นายกฯ ถามกลับว่า เขาออกมาจาก PT ตั้งกี่ปีแล้วล่ะ

ขณะที่นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอบไม่ถูก เพราะตนออกมาจาก PT 23 ปีแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตรแล้ว ถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างกับกระแสแอนตี้ นายพิพัฒน์ระบุว่า ต้องไปถามผู้บริหาร

ส่วนที่เคยระบุว่ายังมีหุ้นอยู่ ทำให้สังคมจับตามองหนักนั้น นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า การมีหุ้นก็เป็นหุ้นปกติ ส่วนสังคมจับตามองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเราถือว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทอยู่แล้ว ขออย่าถามเยอะเพราะบริษัทเขาอาจกังวล

วันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เชิญคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ครั้งที่ 1 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อติดตามความคืบหน้าและดูรายงานผลการตรวจสอบ โดยก่อนการประชุม พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า วันนี้มารับฟังข้อมูลจากอธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสืบสวน ว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง ซึ่งข้อมูลก็มาจากหลายหน่วยงาน  ทั้งกรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กรมการขนส่งฯ ซึ่งเป็นข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่เราก็มีกรอบการทำงาน อธิบดีดีเอสไอก็ได้ชี้แจงให้ฟัง เมื่อฟังผลแล้วก็เป็นที่น่าพึงพอใจ และจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ดีเอสไอก็ทำงานไม่ได้หยุด ในการรวบรวมข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในวันนี้ ส่วนเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่ต้องดำเนินการต่อไป

ส่วนความชัดเจนของตัวเลขน้ำมันที่หายไปนั้น พล.ต.ท.รุทธพลระบุว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะได้วิเคราะห์กันให้ครบถ้วน เพราะตัวเลขค่อนข้างเยอะ ซึ่งข้อมูลก่อนหน้านี้ที่แถลงไปคือ ข้อมูลวันที่ 3 เมษายน 2569 ดังนั้นจึงขอเวลารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีก ส่วนตัวเลขน้ำมันที่หายไปกลางทะเล 57 ล้านลิตรนั้น เบื้องต้นจะมีปริมาณเพิ่มอีกหรือไม่ ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ไปรวบรวมข้อมูลมาก่อนวันต่อวัน ก็จะมีความคืบหน้า แต่เราขอให้มันชัดเจน เพราะถ้าเร่งรีบอย่างเดียวมันอาจเกิดความเสียหายได้ อย่างไรเสียประมาณ 1-2 วันนี้น่าจะมีความชัดเจน

 “ตอนนี้เราพบการกระทำผิดแน่นอน น้ำมันหายไปแน่นอน ส่วนจะปริมาณ 57 ล้านลิตร หรือ 58 ล้านลิตร หรือ 59 ล้านลิตร ผมมองว่าอย่าเพิ่งไปยืนยันขนาดนั้นเลย เพราะเรารู้ว่าน้ำมันหายไปแน่นอนตามที่ได้ชี้แจง แต่จะมีมากกว่านี้หรือไม่ขอให้ทางอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน”

ส่วนกรณีที่บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ออกคำชี้แจงว่าไม่ได้กักตุนน้ำมันและทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ทางดีเอสไอจะต้องเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น  ตอนนี้ตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้ว ก็จะสามารถเข้าไปสอบปากคำได้เลย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ส่วนจะเป็นการสอบปากคำที่ จ.สุราษฎร์ธานีหรือที่ดีเอสไอ คงจะต้องหารืออีกครั้งว่าจะเรียกสอบปากคำ หรือให้ดำเนินการส่งเอกสาร อย่างไรก็ตามคำชี้แจงของทางบริษัท พนักงานสอบสวนจะรับฟัง แต่ก็จะต้องดูพยานหลักฐานและข้อกฎหมายประกอบด้วย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราในฐานะฝ่ายค้านก็ได้ทักท้วงเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เพราะดูจากตัวเลขก็พบว่ามีปัญหาเรื่องการกระตุ้นแน่ ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลยังปฏิเสธอยู่ แต่ตอนนี้รัฐบาลก็ออกมายอมรับแล้ว และตนเห็นว่าจะมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจถึงขั้นให้เป็นคดีพิเศษ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป และรัฐบาลต้องทำต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว เรายังยืนยันว่าจะรัฐบาลก็ดี ภาคธุรกิจก็ดี ยังไม่ได้รับภาระ หรือในส่วนของโรงกลั่นยังมีการแบ่งเบาภาระของประชาชนที่แบกรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ที่ชั้น 3 อาคาร พี.ซี.ทาวเวอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 91/1 หมู่ที่ 1 ถนนกาญจนวิถี ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี พ.ท.จํานงค์ วิบูลย์ศิลป์ ผู้จัดการทั่วไป ตัวแทนผู้บริหารบริษัท พี.ซี.สยามปิโตเลียม จำกัด นายวีระพันธ์ น้อยลัทธี ทนายความ พร้อมทีมกฎหมาย แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน กรณีถูกกล่าวหาว่าบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จํากัด กักตุนน้ำมัน 2 ล้านลิตร โดยมีการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง จึงมีผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯอย่างมีนัยสําคัญ ในส่วนที่มีการแจ้งความดำเนินคดีนั้น ทางบริษัทไม่หนักใจ พร้อมนำพยานหลักฐานข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ เข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน

พ.ท.จํานงค์ยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันที่ปรากฏตามข่าว ซึ่งระบุว่ามีจํานวนประมาณ 2 ล้านลิตรนั้น เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ที่บริษัทจัดเก็บไว้ตามกระบวนการดําเนินธุรกิจตามปกติ โดยบริษัทได้จัดซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น และนํามาเก็บรักษาในคลัง เพื่อรอการจําหน่ายให้แก่ลูกค้าที่ขึ้นทะเบียนทางการค้ากับบริษัทฯ ตามระบบบัญชีซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

การดําเนินการดังกล่าว บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกํากับดูแลกําหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงได้มีการรายงานข้อมูลตามแบบที่กําหนดครบถ้วนทุกประการ มิได้มีพฤติการณ์กักตุนสินค้าเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบแต่อย่างใด

ประกอบกับในช่วงวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 และวันที่ 1 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดําเนินการตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัทแล้ว โดยผลการตรวจสอบไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใดที่บ่งชี้ถึงการกระทําอันเป็น ความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ทางบริษัทได้จัดส่งเอกสารรายงานข้อเท็จจริงในการปฎิบัติตามข้อกำหนด ให้ทุกหน่วยงานรับทราบแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในประเด็นที่ระบุว่าการตรวจค้นและเปิดเผยข้อมูลก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสําคัญนั้น หลายๆ คนมองว่าภาครัฐกำลังหาแพะมาแทนไอ้โม่งตัวจริง ใช่หรือไม่ พ.ท.จํานงค์ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ขอแสดงความคิดเห็น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระภาคเหนือร่วมดับไฟป่า

ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง