"ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัสแก่ ครม.ใหม่ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ระลึกถึงผลประโยชน์ประชาชน-ประชาธิปไตย-ประเทศ รักษาคำปฏิญาณนำพาชาติพ้นอุปสรรค "นายกฯ อนุทิน" ถือฤกษ์มงคล 6 เมษายน 69 ประกอบพิธีบวงสรวง-เบิกเนตร “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร" พร้อมเปิดฉาก ครม.นัดพิเศษ ลั่นไม่มีฮันนีมูน เตรียมนำนโยบายรัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา แต่งตั้งกุนซือนายกฯ 3 คน "น้องชายเนวิน" ประกบ “วันนอร์-อรรถพล” ขณะที่ “รัชดา” ขึ้นแท่นโฆษกรัฐบาล ครม. เห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาล ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
เมื่อเวลา 08.40 น. ณ สวนสิรินธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน “พิธีบวงสรวงพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ณ หอพระนาคปรก” โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ การประดิษฐาน “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” สถิตเป็นพระประธาน ณ หอพระนาคปรก โดยหันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ลักษณะเด่นขององค์พระ เป็นพุทธปฏิมากรรมร่วมสมัยที่หล่อแยกเป็น 2 ส่วน คือส่วนองค์พระพุทธรูปและส่วนฐานรองรับ อันประกอบด้วย ขนดนาคซ้อนเรียงขึ้นเป็นฐาน 7 ชั้น โดยมี “พญามุจลินท์” แผ่พังพานขึ้นเป็น 9 เศียร หรือ “มหานวนาค” เพื่อเป็นพุทธบัลลังก์ถวายการอารักขาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทรงปลอดจากเภทภัยภยันตรายและหมู่มารที่มาผจญ รวมถึงคุ้มแดดคุ้มฝนให้ทรงสำราญพระวรกาย ตามตำนานพุทธประวัติที่เล่าขานสืบต่อกันมา
ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.30 น. นายอนุทินพร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เดินทางมายังตึกสันติไมตรี เพื่อถ่ายภาพเดี่ยวในเครื่องแบบปกติขาว จากนั้นนายกรัฐมนตรีนำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่ในเวลา 17.00 น. ครม.ทั้งหมดจะออกเดินทางจากทำเนียบรัฐบาล โดยรถตู้ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมไว้ให้ ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า เป็นนายกฯ สมัย 2 แล้วตื่นเต้นหรือไม่ นายอนุทินยิ้มและหัวเราะก่อนจะพยักหน้ารับ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมครม.นัดพิเศษ นอกจากจะมีการวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีการแถลงระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.แล้ว ยังจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองด้วย ซึ่งประกอบด้วย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงานใน ครม.อนุทิน 1 นอกจากนี้จะมีการแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย
นำชาติพ้นอุปสรรค
เมื่อเวลา 18.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรีเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ในการปฏิบัติกิจการบริหารบ้านเมืองว่า “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้พบกับท่านทั้งหลายในโอกาสที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรีและมาถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อจะได้ไปทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อไป การทำหน้าที่ของท่านนั้นมีผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือผลต่อประชาชน ซึ่งควรจะต้องได้รับความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างหนึ่งคือผลประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรจะต้องงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง อีกอย่างหนึ่งคือผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรจะต้องมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่นและพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน
หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงผลประโยชน์ทั้งสามส่วนนี้เป็นจุดหมายสูงสุด ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสำเร็จให้การปฏิบัติหน้าที่และมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน"
ในเวลา 19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินเดินทางกลับยังทำเนียบรัฐบาลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว หลังนำครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อย โดยเดินทางมาพร้อมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ที่นั่งรถมาคันเดียวกันด้วย
เวลา 19.45 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยก่อนเริ่มการประชุมนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ก่อนที่จะเริ่มประชุมตามวาระขอแสดงความยินดีกับ ครม.ทุกคนที่ได้มาทำงานร่วมกัน เป็นองค์ประกอบของ ครม.ในชุดนี้ ทุกคนเพิ่งได้รับพระราชทานพระราชดำรัสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากที่ได้ไปเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งการถวายสัตย์ ฯ นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น แสดงว่า ครม.ชุดนี้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการแผ่นดินต่อไป
นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อสักครู่นี้คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่เราทุกคนได้กล่าวเฉพาะพระพักต์พระประมุขแห่งชาติ ก็ขอให้เป็นแนวทางในการทำงานในการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนทุกคน ครม.ชุดนี้ถือเป็นรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนักแต่วันแรก ไม่มีเวลาที่เป็นช่วงเวลาฮันนีมูนหรือผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ครม.หนูไม่มีฮันนีมูน
"เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกทั้งโลกมีวิกฤตจากความขัดแย้งของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของรัฐบาลของ ครม.ทุกคนในรัฐบาลชุดนี้ เราต้องแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศของเราได้พัฒนาต่อไป และก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานของพวกเราทุกคน ให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน" นายกฯ ระบุ
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ครม.ทุกคน ขอให้ถือว่า ครม.นี้คือรัฐมนตรีที่เป็นชุดเดียวกัน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นคณะรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็น ครม.ของประชาชนคนไทย ดังนั้นการทำงานทั้งหลายพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะนโยบาย และการดำเนินการของ ครม.ทุกคน เราจะไม่มีพิธีรีตองใดมากมาย ขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรักความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ ความเป็นหนึ่งเดียวของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ในการประชุม ครม.ทุกครั้งจะเริ่มประชุม ครม.ในเวลา 10.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 5
"วันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยจะร่วมกันพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล ก่อนจะประสานไปยังประธานรัฐสภา ซึ่งผมได้มีโอกาสพบกับประธานรัฐสภาที่อุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งประธานรัฐสภาได้แจ้งย้ำมาว่าถ้าวันนี้ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบในร่างคำแถลงนโยบายแล้ว ให้ทางเลขาธิการ ครม.ส่งเรื่องที่จะนัดประชุมรัฐสภาไปที่สำนักงานของประธานรัฐสภาโดยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย. 69) เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รวมถึงยังตกลงเรื่องแนวปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการประชุม ครม.และการแต่งตั้งคณะข้าราชการการเมืองที่สำคัญ" นายกฯ ระบุ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ชี้แจงถึง ข้อปฏิบัติของรัฐมนตรีให้รับทราบ เนื่องจากบางคนยังไม่เข้าใจว่ายังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย. 69) ขอให้ ครม.เข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะวันนี้เราได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใดหรือสิ่งใดเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้อีกแล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีเร่งทำงานอย่างเต็มที่และทำงานอย่างหนัก ส่วนพิธีทางศาสนาสามารถทำได้
“ฤกษ์ที่ดีที่สุดคือฤกษ์สะดวก เพราะผมก็ไม่ได้ดูฤกษ์ หากผมอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนเข้ากระทรวงและทำงานกันอย่างเต็มที่ขับเคลื่อนทุกอย่างได้เลย” นายกฯ กล่าว
เห็นชอบร่างแถลงนโยบาย
เมื่อเวลา 21.20 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ จำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 2.พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3.นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ 4.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ต่อมา น.ส.รัชดาเปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษมีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเศรษฐกิจ 2.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3.ด้านสังคม 4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5.ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
น.ส.รัชดากล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และด้านความมั่นคงด้วย โดยการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) โดยจะรวมพลังภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ โดยกลไกการบริหารราชการในรูปแบบ Cluster แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2.ด้านการผลิต การค้าและบริการ 3.ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.ด้านสังคมและสวัสดิการ และ 5.ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
"รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านทาง www.thaigov.go.th" น.ส.รัชดา โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ภท.’โตขึ้นตลอด จับมือไปด้วยกัน ปชป.ลุยงาน12ด.
ภท.คึกคัก ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 “จุลพันธ์” อวยพรให้เป็นปีที่ดีเดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง
‘พิพัฒน์’ลาออกPT23ปี รมว.ยธ.ย้ำน้ำมันหาย!
"อนุทิน" จิบกาแฟคุย "พิพัฒน์" ไม่กังวลกระแสบอยคอตปั๊ม PT ถามกลับลาออกมากี่ปีแล้ว
เจรจาโรงกลั่นคืนกำไรส่วนต่าง
“อนุทิน” ให้คำมั่นพาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน ลั่นประชาชนต้องเดือดร้อนน้อยที่สุด
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธี วันจักรี 2569
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราขดำเนินไปในการพระราชพิธีเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2569 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ณ พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2569 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า
พระภาคเหนือร่วมดับไฟป่า
ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง

