เจรจาโรงกลั่นคืนกำไรส่วนต่าง

“อนุทิน” ให้คำมั่นพาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน ลั่นประชาชนต้องเดือดร้อนน้อยที่สุด จ่อปรับลดงบประมาณภาครัฐ-รื้อโครงสร้างพลังงาน พร้อมเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร โวพร้อมรับผิดชอบใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน พร้อมจี้รัฐบาลนำร่องจริงจังทั้ง “WFH-WFA” ปกรณ์ปูดอาจเริ่มหลังสงกรานต์ เคาะเวลาเปิด-ปิดปั๊ม ทีดีอาร์ไอแนะมาตรการแก้ไขทั้งระยะสั้น-ยาว ปลุกต้องกล้าหาญปฏิรูป

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางว่า ความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจกินเวลายาวนานกว่าจะถึงบทยุติ ซึ่งปัญหาที่หลายประเทศต้องเผชิญต่อไปคงไม่ใช่เพียงแต่น้ำมันจะราคาแพงขึ้นมาก แต่การจัดหาน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจะทำได้ยากขึ้น โดยประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบจากทุกแหล่งที่มีในโลกนี้ ถึงแม้ไทยจะมีการสำรองน้ำมันอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่เราก็ยังมีความเปราะบางในฐานะที่เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันในปริมาณที่สูงจากประเทศผู้ค้าน้ำมันต่างๆ เราจึงมิอาจนิ่งนอนใจและบริหารจัดการเรื่องน้ำมันในรูปแบบเดิมที่เคยทำอยู่ได้ ต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความเข้าใจในเหตุการณ์และหาหนทางในการบริหารสภาวะน้ำมันภายในประเทศ ให้มีผลกระทบที่น้อยที่สุดต่อพี่น้องประชาชน

นายอนุทินโพสต์อีกว่า ภาคส่วนราชการ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ข้าราชการทำงานจากบ้าน หรือเวิร์กฟรอมโฮม รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานอื่นๆ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ถึงวันนี้เป็นเวลาที่จำเป็นต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานราชการดำเนินการอย่างเข้มงวดในทางปฏิบัติ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและภาคเอกชนร่วมประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Work From Home (WFH) ทำงานจากบ้าน หรือ Work From Anywhere (WFA) ทำงานจากทุกที่ที่มีความสะดวก ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การใช้ยานพาหนะร่วมกันในลักษณะคาร์พูล รวมไปถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างตระหนักรู้ด้วย

นายกฯ ระบุว่า ในอนาคตอันใกล้อาจมีมาตรการอื่นๆ ที่จะมานำเรียนต่อพี่น้องประชาชน พร้อมเหตุผลเพื่อความเข้าใจและความร่วมมือกันต่อไป ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเต็มความสามารถ และไม่มีวันท้อหรือเหน็ดเหนื่อย ยังเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าในทุกวิกฤตมักมีโอกาสควบคู่กันเสมอ และสามารถสร้างโอกาสมาชดเชยและทดแทนสิ่งที่เราต้องสูญเสียไปในห้วงวิกฤตได้ทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น ด้วยพลังแห่งความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย พวกเราก็จะสามารถฟันฝ่าและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเหมือนทุกครั้ง

 “ในวันนี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ผมขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่ของท่านจะเร่งแก้ไขปัญหาและขจัดอุปสรรคต่างๆ เพื่อนำคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกลับคืนมายังพี่น้องประชาชนทุกท่านโดยเร็วที่สุด” นายกฯ ระบุ

ในเวลา 14.00 น. นายอนุทินเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล และได้เรียกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและผู้เกี่ยวข้องหารือเรื่องปรับปรุงโครงสร้างราคาขายส่งนํ้ามันหน้าโรงกลั่น ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม.นัดพิเศษในช่วงค่ำ

ต่อมานายอนุทินตอบคำถามถึงการฝ่าวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นว่า เรื่องการแก้วิกฤตปัญหาต่างๆ เป็นภารกิจของรัฐบาลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นว่าเวลามีวิกฤตต่างๆ ทั้งโควิดและภัยพิบัติ เราสามารถแก้วิกฤตนั้นให้ผ่านไปได้ด้วยดี เราเป็นรัฐบาลต้องแก้วิกฤตทุกอย่างให้ประชาชนได้

ในเวลา 19.45 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยก่อนเริ่มการประชุมได้กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน การช่วยประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยเฉพาะภาครัฐที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประชาชน จึงได้มีข้อสั่งการก่อนหน้านี้ให้ถือปฏิบัติต่อไป แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลแต่มติยังมีผลอยู่ การปฏิบัติงานที่บ้าน (WFH) และทำงานที่ไหนก็ได้ (WFA) เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยกรณีหน่วยงานที่ยังไม่พร้อมระบบไอที มอบหมายให้กระทรวงดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล

“ขอให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยรถราชการที่อยู่ในความดูแลของ สปน. ให้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับปัจจุบันและอนาคตด้วย ให้มีทางเลือกสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจนด้วย รวมถึงให้มีองค์ความรู้เพิ่มเติม โดยฝากให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ ดำเนินการด้วย ขณะที่เรื่องยาขอฝากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เตรียมความพร้อมสำหรับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ หากมีปัญหาเรื่องการขนส่งยาหรือขาดแคลนยา ขอให้เร่งแก้กฎระเบียบสำหรับยาที่ผลิตในประเทศแต่ยังไม่ได้นำออกมาใช้ ขอเร่งใช้ให้มากที่สุด”

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ได้ใช้อำนาจในพระราชกำหนดขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกคำสั่งนายกฯ 6 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้เลขาธิการ ครม.รายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบ

ลั่นหั่นงบประมาณ

ภายหลังประชุมกว่า 2 ชั่วโมง นายอนุทินพร้อม ครม.ชุดใหม่แถลงผลประชุมว่า รัฐบาลตั้งใจบรรเทาภาระและความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง แต่ประการสำคัญที่รัฐบาลต้องนำเรียนประชาชนตามตรง แม้รัฐบาลทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้ยากลำบากมากขึ้นในการหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่น รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป

“ผมและ ครม.ชุดใหม่ทุกคนขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาและหาทางช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วนให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปได้ด้วยกันให้ได้ ขอให้ประชาชนให้ความมั่นใจต่อรัฐบาลชุดนี้ว่า พวกเราจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนและทำงานเพื่อพวกท่าน เพราะเรามาจากพวกท่าน รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือในการลดผลกระทบให้ประชาชนเป็นลำดับแรก และจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้โดยเร็วที่สุด รวมถึงจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส  โครงการไทยช่วยไทย การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งจะได้ศึกษาในรายละเอียดต่อไปและจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าผ่านพ้นไปด้วยดีภายในสัปดาห์นี้” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ส่งผลกระทบระดับโลก เรายอมรับความจริงและจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคี ความร่วมมือของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ เชื่อว่าประชาชนชาวไทยทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ได้อย่างมั่นคง

“ได้ขอความร่วมมือ ครม.ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่สุดกำลังความสามารถ ในการที่จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน”

เมื่อถามว่า วันนี้ในที่ประชุม ครม.ไม่มีมติเรื่องลดค่าโรงกลั่นและภาษีสรรพสามิตใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลังกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ซึ่งทุกอย่างจะเป็นรูปธรรมและได้รับการปฏิบัติโดยเร็วเมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา คาดว่าใน 2-3 วันนี้

ถามต่อว่า มีการใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนที่จำเป็นต้องใช้อำนาจของนายกฯ ตาม พ.ร.ก. ปี 2516 อาจมีบางส่วน ซึ่งหากกระทรวงพลังงานหรือ รมว.การคลังได้แจ้งถึงความจำเป็นที่ต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว ก็ให้คำยืนยันว่าพร้อมที่จะรับผิดชอบ และจะดำเนินการในอำนาจตามขอบเขตที่ตนมี ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชน

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ กล่าวถึงการประชุม ครม.นัดพิเศษว่ามีการพิจารณาปรับลดค่าการกลั่นและลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหรือไม่ว่า ต้องให้คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง​ (คตร.)​ ที่มีนายเอกนิ​ติเห็นชอบก่อนมอบให้กระทรวงการคลังไปเป็นผู้ศึกษา

หลังสงกรานต์เคาะเปิด-ปิดปั๊ม

ถามถึงการใช้ พ.ร.ก.แก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง​ พ.ศ. 2516 ที่นายกฯ ระบุว่าจะใช้บางส่วนนั้น​ นายปกรณ์​กล่าวว่า​ น่าจะออกเรื่องให้ Work From Anywhere หรือทำงานนอกสถานที่ของข้าราชการ ซึ่งดำเนินการได้ทันที​ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดมาตราการเปิด-​ปิดสถานีบริการน้ำมันตามเวลาที่กำหนดให้จำหน่ายเป็นช่วงเวลา​ ส่วนรายละเอียด​น่าจะเริ่มได้ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.ได้หารือและรับทราบรายงานแล้วว่ามีค่าส่วนต่างกำไรของโรงกลั่นที่เกินมาอยู่จริง โดย ครม.ได้เห็นชอบให้เดินหน้าตามแนวทางเจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างดังกล่าว สำหรับนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพลังงานทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ เข้ามาดูแลและพิจารณาวิธีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

 "หลักการสำคัญคือ การคำนวณกำไรส่วนต่างจะต้องสะท้อนจากต้นทุนที่แท้จริงของสต๊อกน้ำมันเก่า ไม่สามารถใช้วิธีคิดประเมินราคาความผันผวนแบบวันต่อวันได้ แต่จะใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยทั้งเดือนเพื่อดูว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนต่างเกินมาเท่าใด อย่างไรก็ตามแนวทางดังกล่าวไม่สามารถใช้วิธีการบีบบังคับโรงกลั่นได้ แต่จะต้องใช้วิธีการพูดคุยเจรจาเป็นหลัก"

 นายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับรูปแบบและวิธีการคืนกำไรนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร แต่อำนาจของคณะกรรมการสามารถกำหนดรูปแบบการชดเชยได้หลายแบบ

วันเดียวกัน ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์, ดร.สุเมธ องกิตติกุล และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ออกบทความเรื่อง “ข้อเสนอต่อนโยบายสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศไทย: จากมาตรการเร่งด่วนสู่การปฏิรูปโครงสร้าง” ระบุว่า 1.ยุทธศาสตร์ระยะเร่งด่วนและระยะสั้น (1 ปี) ลดผลกระทบประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงรุก   เป้าหมายหลักคือลดผลกระทบต่อประชาชน โดยควรปรับราคาน้ำมันตามกลไกตลาดแบบขั้นบันได เพื่อให้ประชาชนมีเวลาปรับตัว ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคการขนส่งสาธารณะ เกษตรกรและประมงรายย่อย, ควบคุมค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับเหมาะสมและสร้างความโปร่งใส กำหนดเพดานค่าการกลั่น รวมทั้งเร่งสอบสวนและลงโทษผู้กักตุนน้ำมันในช่วงที่ตรึงราคาน้ำมัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาดพลังงาน,  อุดหนุนค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกให้เฉพาะครัวเรือนรายได้น้อย เช่น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับมาตรการภาคขนส่งและโลจิสติกส์ ควรสนับสนุนระบบบริหารรถบรรทุก สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารเทศเพื่อลดการวิ่งเที่ยวเปล่า แก้ไขปัญหาคอขวดระบบราง โดยเพิ่มกำลังการขนส่งทางรางให้สอดคล้องกับความต้องการ โดยเร่งจัดหาหัวรถจักรใหม่ 113 คัน และแคร่สินค้าอีก 946 คัน เพื่อทดแทนของเดิมที่ใช้งานมากว่า 30 ปี อุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงรถบรรทุก โดยอุดหนุนผู้ประกอบการรถบรรทุกไม่ประจำทางที่ติดตั้งระบบ GPS ในอัตราที่เหมาะสม เช่น 6 บาทต่อลิตร ออกมาตรการขนส่งสาธารณะคนละครึ่งมาใช้กับค่าโดยสารรถประจำทางเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน พร้อมอุดหนุนผู้ประกอบการแบบขั้นบันไดตามราคาน้ำมันดีเซล รวมทั้งส่งเสริมการทำงานที่บ้าน

ชงแผนระยะกลาง

2.ยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว (1–5 ปี) โดยปฏิรูปโครงสร้างเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน ใช้นโยบายประสิทธิภาพคือแหล่งพลังงานอันดับแรก ส่งเสริมการประหยัดพลังงานด้วยมาตรการต่างๆ บูรณาการแผนพลังงาน เชื่อมโยงแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) แผนผลิตพลังงาน (PDP) แผนน้ำมันและแผนก๊าซ รวมถึง      

ส่งเสริมพลังงานกระจายศูนย์ โดยสนับสนุนการใช้พลังงานในแต่ละท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่เปิดเสรีและปฏิรูปตลาดไฟฟ้า ให้เอกชนสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ากันได้โดยตรงผ่านการเข้าถึงระบบสายส่ง พร้อมสนับสนุนการแข่งขันในธุรกิจโรงกลั่นเพื่อลดการผูกขาด สร้างคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และแสวงหาประโยชน์จากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเริ่มจากการลดความขัดแย้งที่เกิดจากการกระตุ้นกระแสชาตินิยม  

สำหรับการปฏิรูปภาคขนส่งและมาตรฐานยานยนต์ อัปเกรดรถบรรทุกสู่มาตรฐาน Euro 5–6 โดยลดภาษีนำเข้ารถบรรทุกทั้งคันเหลือ 24% และชิ้นส่วนเหลือ 20% อุดหนุนการปรับเปลี่ยนรถโดยสาร โดยสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2% ต่อปี จากเดิม 5% ให้วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาทต่อราย ลดภาษีนำเข้ารถโดยสารไฟฟ้าเกิน 10 ที่นั่ง สนับสนุนการขนส่งข้ามโหมด รวมถึงกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทใหม่สำหรับรถโดยสารและรถบรรทุกไฟฟ้าให้ถูกลง เพื่อสนับสนุนบริการขนส่งสาธารณะที่ลดมลภาวะและลดต้นทุนโลจิสติกส์ 

“ความสำเร็จของประเทศไทยในการเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานครั้งนี้ ไม่ควรวัดจากการที่รัฐบาลจะสามารถตรึงราคาไว้ได้นานเท่าใด แต่ควรวัดในการแปลงวิกฤตเป็นโอกาส ปฏิรูประบบพลังงานและภาคขนส่งให้มีความมั่นคง  ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนที่มากขึ้น ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลมีวิสัยทัศน์ในการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม มีสายตาที่กว้างไกลเกินกว่าการมุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า และมีความกล้าหาญปฏิรูปที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แม้อาจขัดกับความต้องการของกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่ม”.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระภาคเหนือร่วมดับไฟป่า

ปลัด มท.เผยปฏิบัติการฝนหลวงดับไฟป่า-ฝุ่นพิษเพิ่มวันละ 15-20 เที่ยว ส่วนปลัด สธ.ระบุสถานการณ์กระทบแล้ว 41 จังหวัด 13 จังหวัดแดงต่อเนื่อง