ลดดีเซลหน้าปั๊ม2.14บาท

“อนุทิน” สวมบทเตมีย์ใบ้ไม่ตอบทุกคำถามสื่อ แค่พยักหน้ารับมีข่าวดีด้านพลังงาน หลัง "สหรัฐ” ประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ “อิหร่าน” เปิดช่องแคบฮอร์มุซ “ศุภจี” ถก ก.อุตสาหกรรมรับมือวิกฤตเม็ดพลาสติก ตั้งคณะทำงานร่วม 4 กระทรวง แก้ปัญหาขาดแคลน “เลขาฯ สภาพัฒน์” เผยนายกฯ ฝากขอบคุณ ปชช.ช่วยประหยัดน้ำมัน ยอดใช้ดีเซลลดเหลือ 45-56 ล้านลิตร/วัน ทำสต๊อกน้ำมันเหลือเพิ่ม “โฆษก รบ.” การันตีสงกรานต์น้ำมันไม่ขาด “ทีมคลี่คลายกักตุนน้ำมัน” พบพิรุธโรงกลั่น-คลังน้ำมัน "ระยอง-ปทุมธานี” มีรถขนส่งน้ำมัน แต่ไม่ส่งจ่ายน้ำมันให้ปั๊ม แถมมีการใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าสูงช่วงน้ำมันขาดแคลน ลักษณะคล้ายกักตุนน้ำมัน “ดีเอสไอ” จ่อชงเป็นคดีพิเศษพฤหัสฯ นี้ “กบน.” เคาะลดดีเซลทุกปั๊ม 2.14 บาท มีผล 9 เม.ย.

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 8 เม.ย.2569 เวลา 09.23 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวเดินทางเข้าทำเนียบฯ เพื่อปฏิบัติภารกิจตามปกติ โดยมีกำหนดหารือกับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ร่วมหารือ จากนั้นนายอนุทินเดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปเป็นประธานเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัวประจำปี 2569 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ในเวลา 11.30 น.

ภายหลังเสร็จสิ้นการเปิดงาน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกฯ ถึงกรณีที่สหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ ซึ่งนายกฯ ไม่ตอบคำถามนี้ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อถามว่า เมื่อเช้ามีการพูดคุยกับทูตรัสเซียใช่หรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถาม แต่พยักหน้าเพียงเล็กน้อยอีกครั้ง พอซักอีกว่า ที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุว่ามีโรงกลั่นถึง 2 โรงไม่ให้ความร่วมมือในการลดค่าการกลั่น นายอนุทินยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถามนี้ ถามต่อว่า จะมีการเรียกโรงกลั่นเข้ามาพูดคุยเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงเมื่อช่วงเช้านี้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่คาดว่ากักตุนน้ำมัน นายอนุทินไม่ตอบคำถามนี้อีก

ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯ จะขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นที่กระทรวงการคลังจะมีการเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี เรื่องการโอนงบ 84,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการคนละครึ่งพลัส นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามเช่นเดิม

ต่อมา เวลา 13.20 น. นายอนุทินเดินทางกลับยังทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ภายหลังเดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แม้ว่าสื่อมวลชนพยายามตะโกนถามว่ามีข่าวดีเรื่องพลังงานหรือไม่ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาประกาศหยุดโจมตีอิหร่าน 2 สัปดาห์ และอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยนายกรัฐมนตรีได้หยุดฟัง และพยักหน้ารับก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานประชุมหารือข้อราชการ เรื่องแนวทางการบริหารจัดการเม็ดพลาสติก โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

นางศุภจี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงอิหร่าน 2 สัปดาห์ว่า​ ก็ดี​ ถ้ามี​ความแน่นอนเช่นนั้น​ เราสามารถควบคุมดูแลเรื่องสินค้าต้นทางได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งปกติเราดูอยู่ตลอด โดยเฉพาะสินค้าควบคุมว่ามีปริมาณเพียงพอหรือไม่ และมีต้นทุนเช่นใด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหากมีการหยุดยิงจริงๆ จะเป็นผลดี ขณะนี้ต้องเช็กเรื่องสต๊อกและต้นทุนราคาสินค้า​ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและควบคุมได้

 “ต้องมานั่งคุยกัน เพราะเม็ดพลาสติกมีหลายประเภท ไม่ใช่ประเภทใดประเภทหนึ่ง​ รวมถึงจะต้องมีการส่งเสริมเรื่องของการรีไซเคิลเม็ดพลาสติก​ เนื่องจากไทยเองมีขยะพลาสติกจำนวนมาก แต่มีการรีไซเคิลเพียงแค่ 20%” นางศุภจีระบุ

สงกรานต์น้ำมันไม่ขาดแคลน

หลังการประชุม นายวราวุธให้สัมภาษณ์ว่า จากสถานการณ์ตะวันออกกลางทำให้เม็ดพลาสติกในประเทศไทยกลายเป็นสิ่งที่หายากมากขึ้น ซึ่งมีการหารือกันว่าจะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย คณะทำงานนี้จะเชิญภาคอุตสาหกรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องภาคเอกชน มาหารือว่าเม็ดพลาสติกที่เป็นต้นทุนหรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกหลายอย่าง ทั้งเวชภัณฑ์ หรือถุงพลาสติกที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน จะแก้ไขปัญหาอย่างไร วันนี้ต้นทุนมาแพงขนาดไหน ใครมีเก็บสต๊อกอยู่เท่าไหร่ และไปขายในราคาเท่าไหร่ จึงทำให้ราคาสินค้าในตลาดเพิ่มมากขึ้น

 “ที่สำคัญ หนึ่งในมาตรการคือ วันนี้ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตัน และจากจำนวนดังกล่าวได้นำกลับมาใช้ใหม่หรือนำมารีไซเคิลเพียงแค่ 25% เท่านั้น พวกเราทุกคนต้องหันมาให้ความสำคัญกับการรีไซเคิล เพราะเมื่อรีไซเคิลกันอย่างถูกวิธีแล้ว เม็ดพลาสติกหรือวัตถุดิบที่ขาดแคลนอยู่มันจะไม่ขาดแคลนอีกต่อไป ภาคอุตสาหกรรมจะมีวัตถุดิบในการที่จะไปผลิตสินค้าที่ต้นทุนไม่แพง ทำให้ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าในราคาที่แพงขึ้น และทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีความเข้มแข็งและยั่งยืนขึ้น” นายวราวุธกล่าว

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบนายกฯ เพื่อรายงานสถานการณ์ของการจําหน่ายน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาว่า จากเดิมที่เรามีปริมาณการจําหน่ายน้ำมันดีเซลเฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ำมันปรับลดลงอยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 6 เม.ย.อยู่ที่ประมาณ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากที่เคยบริโภคในช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงแรก

"นายกฯ จึงฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งการใช้น้ำมันที่ลดลงตรงจุดนี้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ทําให้เรามีสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สามารถสะสมน้ำมันเพื่อใช้ในการบริโภค ยืดเวลาการใช้น้ำมันของเราออกไปได้นานขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนดําเนินการต่อ เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน เรายังไม่ทราบว่าหลังจาก 2 สัปดาห์แล้วอะไรจะเกิดขึ้น” นายดนุชากล่าว

ถามว่า ที่ระบุว่าสามารถยืดเวลาได้นั้นจะยืดได้กี่วัน เลขาฯ สภาพัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้สต๊อกน้ำมันที่บอกมี 100 กว่าวัน มีประมาณ 50 กว่าวันที่เป็นน้ำมันกําลังเดินทางเข้ามา ส่วนน้ำมันที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ที่ใช้อยู่ จะมีสต๊อกตามกฎหมายประมาณ 25 วัน และสต๊อกสําหรับการจําหน่ายประมาณ 18-20 วัน ฉะนั้นการที่เราใช้น้ำมันลดลง กําลังการผลิตในโรงกลั่นจะลดลงตามมา ก็จะดีกับโรงกลั่นด้วย โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกําลังการผลิตขึ้นมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลายาวนาน ตัวโรงกลั่นเองอาจจะมีปัญหา หรือระบบการผลิตเกิดความเสียหาย ฉะนั้นถ้าเราใช้น้ำมันลดลงอย่างนี้จะทําให้ตัวกําลังการผลิตสามารถลดลงมาได้ จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติ จะได้มีตัวสต๊อกน้ำมันมากขึ้น

 “เมื่อค่าการกลั่นที่มีการประกาศออกมาได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้จะทําให้กองทุนน้ำมันมีรายจ่ายต่อวันลดลง เบื้องต้นน่าจะอยู่ประมาณจากเดิม 1,500 ล้านบาท อาจจะเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ก็จะชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ของกองทุนลงได้ ซึ่งก็จะดีกับตัวฐานะการคลังของประเทศด้วย ก็จะมีเงินเพียงพอในการใช้ช่วยประชาชนในการลดผลกระทบ รวมถึงภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น” เลขาฯ สภาพัฒน์กล่าว

ส่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงช่วงสงกรานต์ว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความกังวลของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นค่าครองชีพ การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ และความไม่มั่นใจเรื่องการเข้าถึงน้ำมัน ณ สถานีให้บริการตามเส้นทางต่างๆ นายกฯ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงน้ำมันขาดแคลนระหว่างทาง

 “รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับความกังวลของประชาชน เราเตรียมความพร้อมทั้งระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีน้ำมันเพียงพอตลอดเส้นทาง” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

DSI พบพิรุธโรงกลั่น-คลังน้ำมัน

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นายสมชาย รัตนสุภา ผอ.กองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดีการกักตุนน้ำมัน หลังเช้าวันนี้ (8 เม.ย.) เปิดปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดย่อยและบริษัทคลังน้ำมัน ในจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดระยอง จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบแต่ละพื้นที่พบพฤติการณ์แตกต่างกันออกไป แต่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะจังหวัดระยองและปทุมธานี จะมีการขยายผล เพราะพบการกระทำความผิดและข้อสงสัย ซึ่งจะให้ทุกฝ่ายได้นำเสนอยื่นเอกสารเข้ามาชี้แจงตรวจสอบ ส่วนมาตรการมุ่งเน้นจากนี้คือ 1.การกวดขันการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเลจากโรงกลั่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แหลมฉบัง มาบตาพุด ไปคลังน้ำมันขนาดใหญ่ริมทะเลในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี และสงขลา 2.เพิ่มความเข้มงวดกวดขันการประวิงหรือปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังปั๊ม หรือลูกค้าปลายทาง 3.เพิ่มความเข้มงวดกวดขันการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อทำการกักตุน

พล.ต.อ.สำราญเสริมว่า จากการตรวจสอบเรื่องกักตุนน้ำมันได้มีการกำหนดเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์ คือ 1.การตั้งสมมติฐานว่ามีรถที่รับน้ำมันจากคลังและไม่นำส่งปั๊มน้ำมันว่ามีประมาณกี่คัน ซึ่งพบว่ามีจำนวน 11,067 คัน โดยดูจากระบบ GPS ซึ่งก็พบว่ามีอยู่ 1 เคสในจังหวัดอุดรธานี โดยที่จังหวัดอุดรธานีดังกล่าว มีจำนวนทั้งหมด 10 คัน เฉลี่ยรถ 1 คัน บรรทุกน้ำมัน 40,000 ลิตร ซึ่งในรถ 10 คันดังกล่าว ปรากฏว่ามีการติดหน้าปั๊มน้ำมันว่าไม่มีน้ำมัน แต่พบเมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่ามีรถ 2 คันได้ไปส่งน้ำมันระหว่างทางที่จังหวัดขอนแก่น และไปถ่ายให้รถเล็ก ประเด็นนี้จึงเป็นความผิดชัดเจน 2.เราได้ไปตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดระยอง ว่ารถที่มีการรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ก็พบว่าเกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง โดยพบข้อมูลว่าเป็นคลังน้ำมันที่เคยจดทะเบียนเป็นปั๊มก่อนมีการยกเลิกไป

ฉากทัศน์ที่ 2 เราพบข้อมูลคลังน้ำมัน จำนวน 92 คลัง โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำมันขาด เราต้องดูว่าคลังน้ำมันไหนไม่ได้มีการจ่ายน้ำมัน และไม่ได้จ่ายน้ำมันในช่วงเวลาใด ซึ่งหากดูจากในกราฟ เราจะเห็นจากปริมาณไฟฟ้าที่มีการใช้ โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างที่จังหวัดปทุมธานี เพราะปกติจะมีการใช้ไฟอยู่ที่ 500 กิโลวัตต์ แต่ในวันที่ 9-10 มี.ค.2569 พบว่ามีการใช้ไฟสูงถึง 1,300 กิโลวัตต์ และยังมีวันที่ 15-17 มี.ค.2569 ที่ไม่มีการจ่ายกำลังไฟ แต่กลับไม่พบความผิดปกติ คือ ช่วงวันที่ 20-25 มี.ค.2569 ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำมันราคาขึ้น พบว่า วันที่ 26 มี.ค.69 มันมีการอัดกระแสไฟฟ้าจ่ายน้ำมันจากคลัง สูงถึง 1,600 กิโลวัตต์ แต่พอไปดูน้ำมันคงคลังวันที่ 20-25 มี.ค.69 ก็มีคงคลังเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านลิตร นี่คือการดูการจ่ายกระแสไฟฟ้าของแต่ละคลัง ทั้งหมด 92 คลัง ซึ่งจะได้นำข้อมูลส่งต่อดีเอสไอต่อไป ว่าการจ่ายไฟมันสอดคล้องกับการรับจ่ายน้ำมันหรือไม่ เพราะในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค.69 จะมีกระแสไฟฟ้าในการใช้จ่ายน้ำมันในช่วงกลางวัน (สีแดง) แต่พอกลางคืนเป็นสีเขียว ส่วนสีน้ำเงินเป็นช่วงเสาร์-อาทิตย์

ฉากทัศน์ที่ 3 ราววันที่ 15-17 มี.ค.69 เราต้องดูว่ามีปั๊มน้ำมันใดที่ปิดให้บริการ แล้วแจ้งว่าน้ำมันไม่พอ จึงได้มอบหมายให้ตำรวจในท้องที่ไปสอบถามปั๊มน้ำมันว่ารับมาจากบริษัทใด รถอะไร แล้วเราจึงนำไปดูว่ารถคันนั้นยังมีการวิ่งส่งน้ำมันหรือไม่ จึงพบข้อมูลในส่วนของพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีการวิ่งส่งน้ำมันอยู่ แต่รถส่งน้ำมันไม่ได้ส่งให้กับปั๊ม เช่น รถบรรทุกน้ำมันเคยส่งให้กับปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก็เปลี่ยนเป็นไม่ส่งน้ำมันให้ แม้จะมีรถบรรทุกน้ำมันคอยขนส่งน้ำมันอยู่ก็ตาม

 “สำหรับจำนวนคลังน้ำมันทั้งหมด 92 คลัง ส่วนที่เหลือจากนี้ เราจะเข้าไปดูในทุกปั๊มและทุกคลังน้ำมัน ส่วนรถจำนวน 11,067 คัน ก็ต้องดูว่ามีการนำไปจอดตรงไหนบ้าง ซึ่งต้องไปขยายผลต่อ” รอง ผบ.ตร.ระบุ

ถามว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมาย 4 จุดในวันนี้ พบบางจุดหรือไม่ที่มีการใช้สารเคมีประเภทอื่นปะปนในน้ำมันเชื้อเพลิง รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จุดที่น่าสนใจคือจุดที่จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนผลตรวจออกมาจะเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางกรมธุรกิจพลังงานจะมีคำอธิบายต่อไป

ส่วน พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย.2569 เราจะได้มีการประมวลเรื่องเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อขอรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยเน้นในห้วงเวลาที่เกิดวิกฤตปัญหาขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือน มี.ค.เป็นต้นไป และจะได้หารือในที่ประชุมว่าจะรับเป็นคดีพิเศษ โดยครอบคลุมเหตุการณ์การกักตุนน้ำมันใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วก็เป็นกรณีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด

เคาะดีเซลลด 2.14 บ.ทุกปั๊ม

ต่อมา พล.ต.ท.รุทธพลเดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) โดยมีการรายงานผลการบูรณาการการตรวจสอบคลังน้ำมันต่างๆ ในการรับและจ่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ รวมถึงการติดตามเส้นทางการเดินรถขนน้ำมัน ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.2569

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบจุดต้องสงสัยเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของคลังน้ำมัน และเส้นทางการขนส่ง โดยเฉพาะกรณีรถบรรทุกน้ำมันบางคันปิดสัญญาณจีพีเอส ทำให้ไม่สามารถติดตามเส้นทางได้ และยังพบพฤติกรรมการลักลอบขนถ่ายน้ำมันระหว่างรถ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย เบื้องต้นพบจุดต้องสงสัยรวม 7 จุด แบ่งเป็น การตรวจสอบของกระทรวงยุติธรรม 4 จุด และจากการตรวจสอบของตำรวจพบเพิ่มเติมอีก 3 จุด โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่แตกต่างกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึก โดยทุกคดีจะถูกรวบรวมเข้าสู่กระบวนการของดีเอสไอเพื่อพิจารณาเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 14.00 น. โดยเฉพาะกรณีการกักตุนและค้ากำไรเกินควร

ที่กระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์รูปแบบใหม่ ส่งผลให้ราคาขายปลีก ณ สถานีบริการน้ำมันปรับลดลง 2.14 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊ม น้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 48.40 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 43.40 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2569 เป็นต้นไป

กบน.ยังเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาตลาดโลกเมื่อวันที่ 2 เม.ย. อยู่ที่ประมาณ 293 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนปรับลดลงเหลือประมาณ 255 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการปรับลดเงินชดเชยดีเซล B7 ลง 3.54 บาทต่อลิตร (จากเดิม 18.54 บาทต่อลิตร เหลือ 15.00 บาทต่อลิตร) และดีเซล B20 ลดลง 3.06 บาทต่อลิตร (จากเดิม 20.09 บาทต่อลิตร เหลือ 17.03 บาทต่อลิตร) ส่งผลให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันมีรายจ่ายน้อยลง 288.44 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายจ่ายวันละ 1,533.05 ล้านบาท เป็นมีรายจ่าย 1,244.61 ล้านบาท การลดการชดเชยอัตราเงินชดเชยในครั้งนี้ เพื่อรักษาสมดุลและสร้างเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของประมาณการฐานะกองทุนน้ำมัน ณ วันที่ 8 เม.ย.2569 พบว่าภาพรวมยังคงน่ากังวล โดยมีสถานะติดลบรวมกว่า 57,762 ล้านบาท แบ่งออกเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 20,254 ล้านบาท บัญชี LPG ติดลบ 37,508 ล้านบาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แถลงนโยบายรัฐบาล9-10เม.ย. เก็งข้อสอบ รอหวดยับ"อนุทิน"

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรี ตบเท้าเข้าห้องประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อกรำศึกแถลงนโยบายรัฐบาล “ปกสีน้ำเงิน” ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่จะเริ่มต้นขึ้นเช้าวันที่ 9 เมษายน และสิ้นสุดลงช่วงก่อนเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 10 เมษายน รวมเวลาการประชุมตลอด 2 วัน 9-10 เมษายน อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลามากสุดคือ 14.30 ชั่วโมง

'อนุทิน' ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 3 รมช.มหาดไทย

"อนุทิน" เซ็นแบ่งงาน 3 รมช. เจ้าตัวกำกับดูแล สำนักงานรมต.-สำนักฯปลัดมท.-ปกครอง-ประสานฯชายแดนใต้ ด้าน "พลพีร์" มท.2 ดูที่ดิน-พัฒนาชุมชน-กฟภ.-กฟน. ขณะที่ "เจเศรษฐ์" มท.3 คุมโยธาฯ-ปภ.-กปภ.-กปน. ส่วน "วรศิษฎ์" มท.4 ได้กำกับท้องถิ่น-กทม.-องค์การตลาด-จัดการน้ำเสีย

นายกฯ พกคำแถลงนโยบายติดมือ ไม่หันมองสื่อวอนขอสัมภาษณ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า เวลา 15.26 น. โดยถือคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เล่มสีน้ำเงินลายธงชาติ ติดมือลงมาด้วย