
ม็อบ 3 นิ้วบุกสภาร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง ปมสงสัยการปฏิบัติหน้าที่ 'ตร.-กรมราชทัณฑ์' หลังพบทะลุแก๊ส พยายามฆ่าตัวตาย ด้าน 'อมรัตน์' โดดรับลูก ปูดไม่ยื่นนายกฯ เพราะ 'บิ๊กตู่' ไม่คุยด้วย
29 มิ.ย.2565 - ที่รัฐสภา กลุ่มเพื่อนผู้ต้องขังในเรือนจำ ยื่นหนังสือถึงนายณัชชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ผ่านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก.ในฐานะเลขานุการ กมธ. เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ รวมถึงโรงพยาบาลราชทัณฑ์เรื่องการดูแลเอาใจใส่ผู้ต้องหา ให้เป็นไปตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่พึงมี
โดย น.ส.ณัฏฐญธิดา มีวังปลา อดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องหาในคดีปาระเบิดหน้าศาลอาญา ในฐานะตัวแทนกลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ที่ถูกฝากขังพิจารณาคดีนานที่สุดคนหนึ่ง จึงมีความประสงค์ที่จะยื่นหนังสือต่อนางอมรัตน์ ในฐานะ ส.ส.ที่เป็นความหวังของชาวคุกทุกคน โดยกลุ่มต้องการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานเช่น สิทธิการเยี่ยมผู้ต้องขัง เนื่องจากผู้เข้าเยี่ยมต้องมีรายชื่อหนึ่งใน 10 คนเท่านั้น แต่ในฐานะเพื่อนที่ไม่ใช่ญาติจึงไม่สามารถเยี่ยมได้ จึงต้องการเรียกร้องสิทธิในข้อนี้เพื่อให้สามารถเข้าไปเยี่ยมเพื่อนแทนญาติที่ไม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมได้
“สิทธิในการประกันตัวเพื่อออกมาต่อสู้คดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน จึงหวังว่าสิ่งที่มายื่นในวันนี้จะทำให้กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ สามารถเข้าไปเยี่ยมเพื่อนทุกคนที่อยู่ในเรือนจำในขณะนี้ได้ และขอเรียกร้องความเสมอภาคและยกเลิกสวนสัตว์มนุษย์ในเรือนจำ เนื่องจากเงินบริหารในเรือนจำเป็นส่วนหนึ่งของภาษีที่มาจากประชาชน จึงขอให้ใช้อย่างสมเหตุสมผล” น.ส.ณัฏฐธิดา กล่าว
ด้านนางปุณิกา ชูศรี อดีตผู้ต้องขัง กล่าวว่า เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีชายชุดดำที่ถูกฝากขังในเรือนจำถึง 2 ปี 7 เดือน จึงอยากเรียกร้องสิทธิความเป็นอยู่ในเรือนจำ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขอนามัย การเข้าถึงการรักษาพยาบาล ซึ่งตนเคยอยู่ในนั้น การที่จะได้เข้ารับการรักษาจากแพทย์เป็นเรื่องที่ยาก โดยด้านในเรือนจำยังเป็นระบบที่จะต้องตะโกนเรียกผู้คุม เพื่อให้มาดูแลเราในตอนที่เราเจ็บป่วยฉุกเฉิน ซึ่งกว่าจะเรียกได้บางทีก็สายเกินไป ซึ่งคิดว่าควรเปลี่ยนให้มีการติดสัญญาณที่สามารถเรียกผู้คุมได้ ทั้งนี้ ในการติดกล้องวงจรปิด ติดเครื่องสแกนตัวยังสามารถทำได้ แต่เพราะอะไรจึงไม่สามารถติดกริ่งเพื่อจะกดเรียกเจ้าหน้าที่ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีผู้ป่วย
ขณะที่ น.ส.วรรณวลี ธรรมะสัตยา หรือตี้ พะเยา กล่าวว่า กรณีนายพลพล จิตรสุภาพ สมาชิกกลุ่มทะลุแก๊สที่ถูกคุมขังพยายามฆ่าตัวตายโดยการรับประทานยาพาราเซตตามอล 60 เม็ด ก่อนถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น รวมถึงมีการกรีดข้อมือตัวเองด้วย ซึ่งเมื่อได้รับข่าวก็ถือว่าเป็นการล่าช้ามาก เพราะเหตุเกิดขึ้นไปแล้ว 2-3 วันแล้ว แต่โรงพยาบาลราชทัณฑ์และกรมราชทัณฑ์ กลับไม่ได้มีการแจ้งญาติและทนายให้ทราบ จึงตั้งข้อสงสัยถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า มีการพยายามปกปิดข้อมูลในส่วนนี้หรือไม่ รวมถึงมีความสงสัยในกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นสืบสวนจนถึงชั้นศาลที่มีการฝากขัง คือกรณีที่มีการฝากขังโดยที่เจ้าตัวเข้าไปมอบตัวและรายงานตัวด้วยตัวเอง แต่กลับถูกศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ซึ่งสงสัยในชั้นสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเพื่อไม่ให้ผู้ต้องขัง ไปแจ้งข้อกล่าวหากับตนเองใช่หรือไม่ รวมถึง ศาลได้ดูเหตุผลและหลักฐานก่อนจะออกหมายจับหรือไม่
“อยากฝาก ส.ส.อมรัตน์ และพรรคก้าวไกล ให้ช่วยกันตรวจสอบ เพราะประชาชนไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดูผู้ต้องขังได้ เราต้องอาศัยส.ส.ในสภาที่เป็นผู้มีอำนาจจากที่ประชาชนเป็นคนเลือกขึ้นมา และไม่เล็งเห็นเลยว่าจะมีหน่วยงานไหน ที่กล้าจะออกมารับเรื่องเช่นนี้ นอกจากนี้ยังมีกรณีของนายใบบุญ ไทยพานิช หรือ โอม ที่ใช้ฝาปลากระป๋องกรีดแขนเป็นทางยาว ซึ่งเมื่อมีการวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศาล ได้มีการใส่ถุงมือยาวทั้งแขน จึงสงสัยว่าราชทัณฑ์พยายามจะปกปิดเรื่องนี้หรือไม่ ทำไมจึงให้น้องใส่ถุงมือ” น.ส.วรรณวลี กล่าว
ด้านนางอมรัตน์ กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าไปคุยกับ กมธ.ในช่วงบ่าย ซึ่งสภาที่สร้างมาประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท ควรเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานได้เมื่อมีข้อขัดแย้งอะไร ไม่ใช่เรียกเข้าไปคุยในกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์ ได้อ้างเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง แต่ในขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นเรื่องประจำถิ่นก็ควรที่จะต้องผ่อนคลายกฎระเบียบในส่วนดังกล่าวลงไปด้วย อย่าให้โลกประณามไปมากกว่านี้ว่า ประเทศเราใช้กฎหมายกลั่นแกล้งนักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง เพียงเพราะเขาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ที่พวกท่านอ้างว่าประเทศเราปกครองแบบนี้อยู่
“การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักกฎหมายอย่างเห็นได้ชัดในยุคที่เสื่อมโทรม กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ศาลไม่เป็นศาล องค์กรอิสระไม่เป็นองค์กรอิสระ โดยการพิจารณาในชั้น กมธ. จะมีการเชิญ ผอ.เรือนจำและกรมราชทัณฑ์ เข้ามาชี้แจงอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อ กมธ.ประชุมเสร็จแล้ว เบื้องต้นก็จะมีการเรียกร้องกับกรมราชทัณฑ์ แต่จะไม่มีการเรียกร้องกับตำรวจและนายกฯ เพราะนายกฯ ไม่คุยกับดิฉัน ซึ่งก็รอเจอกันในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนหน้าเลย” นางอมรัตน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการยื่นหนังสือ ทางน.ส.ณัฏฐญธิดาและมวลชนที่มายื่นหนังสือ ได้มีแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการชูสามนิ้วและตะโกนคำว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” อยู่ประมาณ 3 ครั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปวิน' ฟาด 'พรรคส้ม' ปล่อย 'อมรัตน์' พ่น 'ขยะทางความคิด' ไม่อินความเสมอภาคทางเพศ'
'ปวิน' ผิดหวัง 'พรรคส้ม' ผลิตนักการเมืองแบบ 'อมรัตน์' ที่ยอมรับ'ไม่อินเรื่องความเสมอภาคทางเพศ' สะท้อนความอ่อนด้อยทางวิชาการ-ไม่เข้าใจในคุณค่าพื้นฐานประชาธิปไตย ตบหน้าผู้หญิงทั่วประเทศ หากพรรคปล่อยให้สื่อสารแบบ 'ขยะทางความคิด' นิ่งเฉยต่อความบิดเบี้ยวนี้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นความหวังของสังคมสมัยใหม่
'ช่อ' แจงยิบ 'สเปกเตอร์ ซี' รับจ้างผลิตสื่อ 'ก้าวไกล-ปชน.' ลูกค้า ไม่ได้ใช้เงินบริจาคทำไอโอ
ช่อ พรรณิการ์ ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เล่าที่มาบริษัทสเปกเตอร์ ซี
เดือด! 'ปชน.' ไม่ทน ประกาศฟ้อง 'ชูวิทย์' ดำเนินคดีทุกข้อหา จงใจใส่ร้ายป้ายสี
เจี๊ยบประกาศ พรรคประชาชนจะไม่ทนกับคนอย่างชูวิทย์อีกต่อไป จัดหนักดำเนินคดีทุกข้อหา ที่จงใจใส่ร้ายป้ายสี
ดึง‘พิธา’หาเสียงโค้งสุดท้าย!
พรรคส้มเปิดกลยุทธ์ 3 ท. “ทอน-ทิม-เท้ง” ธนาธรหงายไพ่ “พิธา” กลับจากต่างประเทศช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย “เสี่ยเอก” ยันหากไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งขอเป็นฝ่ายค้าน
พรรคส้มเปิดชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 'วิโรจน์' กลืนน้ำลายอยู่ในบัญชี
เปิดชื่อผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 'ปชน.' พบ ไอซ์-กาย-ลูกเกด' ปรับจากเขตมาบัญชีรายชื่อ 'วิโรจน์' ลงต่อด้วย หลัง 'ป้าเจี๊ยบ' เฉลยให้อยู่อันดับ 100 เตรียมแต่งตัวเป็นฝ่ายบริหารพรรค
อดีตผู้สมัครส.ส.ปราจีนพรรคส้ม ประกาศยุติบทบาท แฉทนไม่ไหวทุนเทาในพรรคพวกมากลากไป
ไพทูรย์ นาคหิรัญ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความขอยุติบทบาท กับ ”พรรคประชาชน“

