ขู่ทำร้าย 'อดีตตุลาการศาลรธน.' แค่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย 'ล้มล้างการปกครอง'

จรัญ ภักดีธนากุล แฟ้มภาพ

'จรัญ-อดีตตุลาการศาลรธน.' เผยเคยถูกขู่ หลังมีความเห็นไปในทางเดียวกับศาลรธน. ลั่นคนทำงานขนาดนี้ ไม่มีใครกลัวหรอก พร้อมตายทุกเมื่อ เชื่อ คำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง เพราะต้องการจะป้องปราม

12 พ.ย.2564 - นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้อำนายการหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณทิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการบรรยายพิเศษ ให้กับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 12 ในหัวข้อธรรมาภิบาลกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปด้านการเมือง

ทั้งนี้ในช่วงท้าย ของการบรรยาย มีนักศึกษา ถามถึงความเห็นต่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการล้มล้างการปกครอง นายจรัญ ได้กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลดังกล่าวเชื่อว่า ต้องการจะออกมาเตือน ป้องปรามว่าการกระทำของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีขอบเขตผิดกฎหมายและมีความผิดระดับร้ายแรงเพราะหากถือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ถือว่าร้ายแรงมากจึงเหมือนอยากจะให้ถอยกันให้หมด

นายจรัญ กล่าวว่า คำวินิจฉัยก็ชัดเจนว่ามีผลเฉพาะคนที่ทำผิดคือผู้ถูกร้องทั้ง3คนเท่านั้นไม่มีผลผูกพันคนอื่น แต่ยอมรับว่าอาจจะมีคนตกใจโดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายที่เคยสนับสนุน เพราะที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่ครั้งนี้คำวินิจฉัยถูกแยกออกเป็นสองส่วนคือคำวินิจฉัยที่เป็นประเด็นโดยตรง(มีผลผูกพันกับทุกองค์กร)และคำวินิจฉัย ที่การนำประเด็นต่างๆมาขยายเหตุผลว่าศาลได้ผ่านกระบวนการความคิดประมวลมาต่างๆจึงนำมาแสดงเหมือนชักแม่น้ำทั้ง5 มาให้ประชาชนได้ทราบ เพราะศาลยึดหลักมาโดยตลอดว่า ศาลจะไม่ชี้แจงหลังการพิจารณา ดังนั้นเหตุผลที่เป็นองค์ประกอบจึงไม่มีผลผูกพัน

นายจรัญ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัย มีสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ เกี่ยวกับประเด็นการเสนอแก้ ม.112 ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกและแก้ไข และบังเอิญว่าสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับศาลรัฐธรรมนูญ

"ยอมรับว่า ถูกขู่ เช่นกัน แต่ขอบอกเลยว่าไม่มีใครเค้ากลัวคำขู่หรอกครับ คนทำงานมาถึงขนาดนี้ พร้อมที่จะตายได้ทุกวัน เพราะตอนนี้ อยู่ก็ถือเป็นกำไร แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือของจริง ไม่ใช่คำขู่ ผมขอวิเคราะห์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ว่า ต้องการปรามเพราะไม่ต้องการให้ลุกลาม ไปมากกว่านี้ เพราะถ้าคุณไม่พอใจรัฐบาล คุณก็โค่นล้มรัฐบาลไป ไม่ควรต้องมาเกี่ยวข้องกับประมุขของชาติ ดังนั้น ขออย่าตกใจ และขอให้มั่นใจว่า คนในวงการตุลาการจะไม่บ้าจี้ ใก้เกิดความรุนแรงทางใดทางหนึ่ง และมั่นใจว่าเมื่อคำตัดสินออกมาแบบนี้ เหตุการณ์จะสงบขึ้น” นายจรัญ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' รับไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน

"อนุทิน" รับปิดดีล 291 เสียง ไม่มีกล้าธรรม-ปชป. พ้อไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน อ้างไม่อยากตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง

มองการเปลี่ยนแปลงการปกครองสวีเดน ค.ศ. 1809 : เมืองไทยมีคณะราษฎร สวีเดนมีคณะบุคคล 1809 (1)

สวีเดนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ครั้งแรก ค.ศ. 1718 แต่อยู่ได้ถึง ค.ศ. 1772 ก็มีอันต้องสิ้นสุดลง โดยมีสาเหตุมาจากนักการเมืองเอง ส่งผลให้เกิดการเหวี่ยงตัวกลับไปสู่อำนาจทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ แต่สวีเดนก็ไม่ได้กลับไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์เหมือนในครั้ง

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' เผยมีคำร้องเลือกตั้ง 40 เรื่อง!

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' เผยมีคำร้องเลือกตั้งปี 2569 แล้ว 40 เรื่อง อยู่ระหว่างวิเคราะห์อย่างรอบคอบในกรอบ 60 วัน 'ทรงศัก' ย้ำพิจารณาเฉพาะอำนาจหน้าที่ พร้อมกลั่นกรองส่งศาลรัฐธรรมนูญหากเข้าเงื่อนไข