'รังสิมันต์' สบช่องด่า ต้องคำถามสารพัดปมเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ก่อนซัดความล้มเหลวดังกล่าวมาจากการบริหารประเทศของอดีตนายทหารที่ชื่อ 'ประยุทธ์'
22 ธ.ค.2565 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “กรณีเรือหลวงสุโขทัย เรามีนายกรัฐมนตรีที่เป็นอดีตทหาร และคุมกระทรวงกลาโหมด้วย แต่ยังปล่อยให้ทหารชั้นผู้น้อยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ได้” ระบุว่า ผ่านมาประมาณ 4 วันแล้ว นับตั้งแต่มีการแจ้งเหตุน้ำทะเลรั่วไหลเข้าสู่เรือหลวงสุโขทัย (ก่อนจะอับปางในเวลาต่อมา) พร้อมๆ กับบรรดาข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ทยอยผุดขึ้นมาเหนือน้ำให้สังคมให้เห็นและเกิดข้อกังขาต่อกองทัพมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำไมจึงต้องนำพลทหาร/นายทหารจำนวนนับร้อยคน หลายคนในนั้นว่ายน้ำไม่เป็นขึ้นเรือไปเสี่ยงในสภาพอากาศรุนแรง เพียงเพื่อจะไปร่วมงานพิธีกรมหลวงชุมพร? ทำไมเรือลำสำคัญของกองทัพเรือที่เพิ่งซ่อมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้วจึงมาล่มเพราะปัญหาคลื่นลมได้? ทำไมการช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า? ทำไมไม่รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ติดต่อมา? ทำไมเสื้อชูชีพไม่เพียงพอทั้งที่มันคือสิ่งพื้นฐานที่สุดแล้วของการรักษาความปลอดภัย? ทำไมต้องปกปิดข้อเท็จจริง โกหกว่าทุกคนปลอดภัยทั้งที่มันไม่ใช่? เหล่านี้คือสิ่งที่ประชาชนสมควรได้ทราบจากกองทัพและรัฐบาล
แต่สิ่งที่พวกผู้บริหารทำจริงกลับเป็นการราดน้ำมันใส่กองไฟ เช่นการที่ ผบ.ทร. ออกมากล่าวว่าการมีเสื้อชูชีพไม่ได้หมายความว่าจะรอดชีวิตได้ พูดราวกับว่าไม่ได้สำนึกในความผิดพลาดขององค์กรตัวเองหรือใยดีในความเป็นความตายของทหารชั้นผู้น้อยแม้แต่น้อย
และที่สำคัญที่สุดคือเราต้องไม่ลืมว่าความล้มเหลวอันไม่น่าให้อภัยนี้เกิดขึ้นภายใต้การปกครองประเทศของนายกรัฐมนตรีที่เคยประกอบอาชีพทหารมาตลอดทั้งชีวิตราชการ และที่ผ่านมาหลายปียังควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดของกองทัพทั้งปวงด้วย นั่นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ท่านคือผู้ที่สมควรรู้เรื่องงบประมาณการใช้จ่ายของกองทัพเป็นอย่างดีที่สุดในบรรดานักการเมืองทั้งหมด เพราะเรื่องนี้เพื่อน ส.ส. ที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณเล่าว่าแม้แต่พวกเขาเองยังถูกปิดไม่ให้ทราบรายละเอียดสำคัญบางอย่าง และในภาวะที่บ้านเมืองยังไม่ได้มีภัยคุกคามจากภายนอก สิ่งที่สังคมคาดหวังจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพเป็นอย่างน้อยที่สุดก็คือจะต้องไม่เอากำลังพลไปพบจุดจบในสถานการณ์ที่ไม่สมควรที่สุดเช่นนี้ แต่พวกท่านก็ทำให้มันเกิดขึ้นแล้ว
ถ้าผู้นำประเทศ ผู้นำกองทัพยังเป็นแบบนี้ ซื้อเรือดำน้ำให้ก็เอาไปทำพังอยู่ดี ให้มีรถถังแค่คันเดียว มีเรือ มีเครื่องบินแค่ลำเดียว ก็อาจเอาไปสร้างเรื่อง เอาชีวิตทหารผู้น้อยไปทิ้งได้อยู่ดี ไม่ต้องคิดไกลถึงขนาดจะไปรบกับใครได้เลยครับ
สุดท้ายนี้ผมขอแสดงความเสียใจแด่ครอบครัวของพี่น้องทหารที่เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และขอให้พี่น้องทหารที่ยังสูญหายอยู่กลางทะเลทุกท่านปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว หวังว่าทางกองทัพจะรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าอย่างทันท่วงที ไม่มีปกปิดอีกครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทัพแจงส่ง 18 เชลยศึก ไม่ใช่แพ้การทูต ย้ำไทยทำตามหลักมนุษยธรรม ถือเป็น 'ชัยชนะร่วม'
ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงกรณีการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าไทยถูกกดดันหรือพ่ายแพ้ทางการทูต โดยยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็
เจ้ากรมข่าวทหารบก ชี้ 3 วาทกรรมด้อยค่ากองทัพ-ทหาร ถูกหักล้างไปแล้วจากเหตุสู้รบไทยกัมพูชา
เจ้ากรมข่าวทหารบก ชี้ 3 วาทกรรมด้อยค่ากองทัพ-ความเป็นทหาร ถูกทลายลงแล้ว พร้อมกับมีคำตอบที่ชัดเจนในสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา 2 ครั้ง
'เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง' เหยียบเนิน 350 ปราสาทตาควาย ประกาศอธิปไตยไทยสมบูรณ์
'เสธ.ปูด้วง-แม่ทัพเติ่ง' ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ ชูธงไตรรงค์โบกสะบัด
'ทภ.2' ประกาศสถานการณ์คลี่คลาย ให้ปชช.กลับบ้านได้
'กองทัพภาค 2' ประกาศสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ประชาชนกลับบ้านได้ แต่ขอให้ระมัดระวัง ย้ำยังปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยชาติ ดูแลความปลอดภัยต่อเนื่อง
นายกฯ แยกเรื่องถกจีบีซี กับทหารขาขาดราย 9 ชี้หน้าที่กองทัพตอบโต้
นายกฯ ชี้ทหารเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดรายที่ 9 คนละเรื่องกับประชุมจีบีซี ส่วนการตอบโต้เป็นหน้าที่กองทัพ
กองทัพแจงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแปลกปลอมในพื้นที่อธิปไตยไทย ไม่ใช่ศาสนสถาน
ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ตามที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีลักษณะคล้ายประติมากรรมทางศาสนา ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา จนก่อให้เกิดความห่วงกังวลและการตีความที่หลากหลายในสังคมนั้น

