“สฤษฏ์พงษ์” แจง หลังโผล่ “พปชร.” ยันยังอยู่บ้านเก่า “ภูมิใจไทย” ไม่มีลับลมคมในนัยยะการเมือง บอกให้เป็นเรื่องของอนาคต ถ้าจะไปขอไปอย่างมีเหตุผล ยันไม่เกี่ยวชวดนั่งรมต.
27 ก.ค.2567 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงภายหลังไปปรากฏตัวที่พรรคพลังประชารัฐ โดยนำกุ้งกระบี่ไปให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ยืนยันว่าไม่มีนัยยะทางการเมือง ไปธุระส่วนตัวทางคดีของตัวเอง ซึ่งตนลงไปหลังการเปิดตัวสมาชิกพรรคใหม่ และตนก็ปฏิเสธสื่อให้สัมภาษณ์เพราะไม่ได้ไปภารกิจการเมือง เป็นการถามกันเชิงล้อเล่นมากกว่าว่าอนาคตจะย้ายพรรคมาพลังประชารัฐหรือไม่ ตนจึงตอบโดยหลักการธรรมชาติว่าในอนาคตยังไม่รู้ แต่วันนี้ยังไม่มา ยืนยันว่าวันนี้ยังอยู่ภูมิใจไทยเหมือนเดิม และตนให้ความเคารพทุกพรรค ในอดีตก็เคยอยู่ไทยรักไทย วันนี้ตนว่าไปพรรคไหนก็ไปได้แต่ในเจตนาจริงก็เห็นกัน
ส่วนตัวตนไม่มียุทธศาสตร์หรือลับลมคมใน แต่ถ้าจะไปอย่างไรก็ต้องบอกกันและจะไปอย่างมีเหตุผล วันนี้ยืนยันยังไม่ไป ยังไม่ถึงเวลา ยังไม่คิดถึงเรื่องการย้ายพรรค ยังมีความสุขอยู่ อยู่ที่เดิมยังทำงานให้กับภูมิใจไทยเหมือนเดิม ตนเป็นสส.ที่น่าจะติดอันดับ 1 ใน 5 ยื่นกฎหมายมากที่สุดในสมัยนี้ ดังนั้นการที่จะไปพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย ตนคิดว่าไปได้โดยชอบธรรม ไม่อยากให้เป็นประเด็นการเมือง และเมื่อวานรับสายโทรศัพท์แทบไม่ทัน ขอบคุณสื่อที่ทำให้คนจดจำสินค้าตัวอย่างของภูมิใจไทยคนนี้
ส่วนมีข้อขัดข้องใจอะใรในพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรสักอย่าง กินได้นอนหลับ ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามถึงการเคลื่อนไหวในช่วงนี้เพราะคาดหวังในตำแหน่งฝ่ายบริหารหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ ตนไม่เคยเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรี แม้ตนจะสู้ศึกได้สส. 3 คนในกระบี่ พร้อมยืนยันว่าตนไม่อยากเป็นรัฐมนตรี ไม่เคยไปถามพรรคเลยว่าเมื่อไหร่จะให้ตนเป็นรัฐมนตรี วันนี้พรรคให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงานก็มากพอแล้ว การเป็นรัฐมนตรีต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ความพร้อมหลายเรื่อง เราก็ต้องดู ไม่ล้าสมัยแล้ว บางคนรีบเป็นแต่ไม่กี่เดือนก็ไม่ควรเป็น และหากเป็นไม่ตรงกระทรวงที่เราถนัด ไม่มีผลงาน สมมติเป็นเสร็จแล้วเดี๋ยวก็มีการยุบสภาก็ต้องดูด้วย
ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยไม่ห่วงเพราะเข้าใจดี เมื่อวาน (23 ก.ค.) ก่อนออกมาก็คุยกับครูใหญ่ (นายเนวิน ชิดชอบ) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็สอบถามตนก็ชี้แจงไป ทุกคนเข้าใจดี เพราะตนไม่เคยเรียกร้องพรรคและไม่เคยสร้างปัญหาให้พรรคเดือดร้อน เพียงแต่ตนมีเพื่อนในพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐเยอะ ถ้านับจำนวนที่ตนรู้จักสส.เพื่อไทยมากกว่าภูมิใจไทยด้วยซ้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิพัฒน์' ยังมั่นใจกวาดใต้ โค้งสุดท้ายขน 'อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี' หาเสียง
'พิพัฒน์' รับกังวลโพลสงขลา ปชป.นำ แต่มั่นใจผลงาน-หัวหน้าพรรค ยังคงเป้ากวาดใต้ 31 ที่นั่ง จับตาไฮไลต์ ปราศัยใหญ่โค้งสุดท้าย ขน 'อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี' ขึ้นเวทีหาเสียง
'ปลอดประสพ' กระตุก 'ภท.' คำนึงถึงเรื่องน้ำท่วมใหญ่ เหมือนพรรค 'ดร.เอ้-ดร.เชน' บ้าง
โลกอยู่ในภาวะร้อนขึ้นและรวนหนัก ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนและมีทะเลสองฝั่ง จึงคาดเดาได้ว่า ปัญหาจะเป็น ฝนหนัก น้ำท่วม การเตือนภัย การเผชิญเหตุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วิเวียน จุลมนต์ ยังบลัดพรรคสีฟ้า ในศึกหนักสนามเลือกตั้ง กทม. ประชาธิปัตย์ จะกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความที่สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร" เป็นสนามเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุด มี สส.เขตมากที่สุดคือ 33 คน และมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งร่วมห้าล้านกว่าคน ทำให้หลายพรรคการเมืองต่างต้องการชัยชนะ
รัฐบาลปีม้าหนี'ทุนสีเทา'ไม่พ้น วัดใจ'พลังเงียบ'ชี้ชะตาประเทศ
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า

