3 ก.ย.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท สำหรับผลการลงมติวาระ 2 รายมาตรา ในมาตรา 4 ที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 266 ต่อ 147 เสียงนั้น พบว่า คะแนนเสียงที่เห็นชอบมาจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงมติไปทางเดียวกัน รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เพิ่งเข้าร่วมการเป็นรัฐบาล ก็มีเสียงสส.ลงมติให้ความเห็นชอบมาตรานี้ จำนวน 13 คน จากจำนวนสส.ทั้งหมด 25 คน ในจำนวนนี้มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ ลงมติให้ความเห็นชอบมาตรา 4 เช่นกัน แม้จะแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และนายสรรเพชญ บุญญามณี ที่มีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาลนั้น ไม่พบว่า มีการลงมติในมาตรานี้แต่อย่างใด โดย สส.ประชาธิปัตย์อีกหลายคนที่ไม่มีการลงมติในมาตรา 4 อาทิ นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา น.ส.สุภาพร กำเนิดผล สส.สงขลา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช
พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เพิ่งถูกขับออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีสส. 40 คน พบว่า มีการลงมติมาตรา 4 แตกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่ลงมติเห็นด้วย 14 เสียง ล้วนเป็นสส.กลุ่มร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อาทิ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ สส.กำแพงเพชร นางรัชนี พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด นายบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี เป็นต้น
2.กลุ่มที่ลงมติไม่เห็นด้วยมี 14 คน เป็นสส.กลุ่มพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาทิ นางขวัญเรือน เทียนทอง สส.สระแก้ว นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สส.เพชรบูรณ์ นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรี นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ นายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร นายทวี สุระบาล สส.ตรัง นายคอซีย์ มามุ สส.ปัตตานี เป็นต้น
ขณะที่สส.พลังประชารัฐอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ปรากฏผลการลงคะแนน มีทั้งขั้วของพล.อ.ประวิตร และขั้วร.อ.ธรรมนัส อาทิ พล.อ.ประวิตร ร.อ.ธรรมนัส นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สส.เพชรบูรณ์ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เป็นต้น
ส่วนพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค มีสส. 6 คน ปรากฏว่า ลงคะแนนแตกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มลงมติเห็นชอบ 3 คนได้แก่ นางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร นายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี นายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี ที่มักโหวตสวนมติพรรคมาตลอด
2.กลุ่มลงมติไม่เห็นชอบ 3คนได้แก่ นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ สส.อุบลราชธานี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เพิ่งลงมติเห็นชอบให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
ด้านพรรคเสรีรวมไทยที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ปรากฏว่า นายมังกร ยนต์ตระกูล สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ปรากฏผลการลงคะแนนมาตรา 4
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คึกคัก! แฟนคลับแห่เซลฟี่ 'อภิสิทธิ์' นำปชป. เปิดปฏิบัติการเคาะประตูบ้านย่านประวัติศาสตร์ริมเจ้าพระยา
ฝั่งธนฯ คึกคัก! แฟนคลับ-นักท่องเที่ยวแห่เซลฟี่ ‘อภิสิทธิ์’ พร้อมอวยพรให้เป็นนั่งนายกฯ ม้ามืด หนุน ดร.ปาล์ม สานต่อการเมืองสุจริต ปลุกพลังทุกคน ‘ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอรัปชั่น’
สนามเลือกตั้งภาคกลางเดือดพลั่ก 'ลุงชวน' มาเอง นำทัพสีฟ้าลุย 'นครปฐม-สุพรรณฯ'
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง
'ปชป.' กรีดเลือดฟ้า การเมืองเพื่อประชาชน
หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือ "พรรคประชาธิปัตย์" หลังการคัมแบ็กกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกครั้งของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วิเวียน จุลมนต์ ยังบลัดพรรคสีฟ้า ในศึกหนักสนามเลือกตั้ง กทม. ประชาธิปัตย์ จะกลับมาอีกครั้ง
ด้วยความที่สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร" เป็นสนามเลือกตั้งที่ใหญ่ที่สุด มี สส.เขตมากที่สุดคือ 33 คน และมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งร่วมห้าล้านกว่าคน ทำให้หลายพรรคการเมืองต่างต้องการชัยชนะ

