
พรรคเพื่อไทยเคยสัญญาว่าจะคลี่คลายปัญหาของคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง จึงไม่ควรมองว่านิรโทษกรรมคดีใดบ้าง แต่ควรมองหลักการว่าหากเราต้องการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ว่าจะโดนด้วยข้อหาอะไร ก็ควรได้รับการนิรโทษกรรม
29 ต.ค.2567- ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่เห็นชอบกับการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยเคยสัญญาว่าจะคลี่คลายปัญหาของคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง จึงไม่ควรมองว่านิรโทษกรรมคดีใดบ้าง แต่ควรมองหลักการว่าหากเราต้องการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ว่าจะโดนด้วยข้อหาอะไร ก็ควรได้รับการนิรโทษกรรม
นายรังสิมันต์กล่าวว่า การดำเนินคดีการเมืองโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องยอมรับว่า บางครั้งก็ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง หรือเพราะสถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้ผู้ชุมนุมพูดเกินเลยไป จึงต้องดูเจตนา แต่คำถามที่ต้องคิดคือ ประเทศเราได้อะไรจากการดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ส่วนตัวมองว่าการนิรโทษกรรมสามารถทำได้ และรัฐบาลนี้ก็ถูกคาดหวังว่า ครั้งหนึ่งรัฐบาลเองก็ถูกจดจำในประวัติศาสตร์ว่าอยู่เคียงข้างประชาชน ต่อสู้เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย ต่อสู้กับชนชั้นนำ หรือผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ในสังคม ทำไมวันนี้เปลี่ยนไปขนาดนั้น
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า แม้กระทั่งนายภูมิธรรมเอง แน่นอนตนเองทราบดีว่าคนเดือนตุลาฯ ก็มีอุดมการณ์ที่หลากหลาย สิ่งที่เคยต่อสู้ในวันนั้นอาจจบลงไปแล้ว แต่คุณมองสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ การชุมนุมปี 2563 การต่อสู้ของภาคประชาชน ไม่เห็นตัวเองในนั้นบ้างเลยหรือ
“ถ้าสมมติว่าผมเป็นคนแบบคุณอ้วน ภูมิธรรม ผมคงรับตัวเองไม่ได้นะ อะไรทำให้การตัดสินใจของท่านในการคลี่คลายความขัดแย้ง ทั้งที่ตัวเองมีโอกาสแล้ว ความจริงคุณภูมิธรรมเคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในสังคม เคยถูกกล่าวหา วันนี้บ้านเมืองของเราต้องการโอกาสที่ 2 เราต้องการการนิรโทษกรรม” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า หลายคนที่มาเป็นนักการเมืองในวันนี้ ไม่สามารถมาเป็นได้ หากไม่ได้รับการนิรโทษกรรมก็ไม่สามารถมายืนตรงนี้ได้ ตนอยากให้เรามองเห็นประโยชน์ว่า นี่คือโอกาสทีประเทสไทยจะได้เริ่มต้นกันใหม่ เชื่อว่านิรโทษกรรมเป็นวิธีการที่น่าจะพอคุยกันได้ และละมุนละม่อมที่สุด จะตั้งเงื่อนไขก็ตั้งกันว่าอะไรคือความเหมาะสม และการนิรโทษกรรมก็ไม่ใช่การยกเลิกกฎหมาย ไม่ใช่การแก้ไข มาตรา 112 และกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยออกมา ก็ไม่ได้รวมไปถึงการนิรโทษกรรม ดังนั้น รัฐบาลสามารถทำได้ และคิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสังคมวันนี้
เมื่อสื่อมวลชนถามว่า นายภูมิธรรมอาจจะได้รับใบสั่งมาหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่อยากไปสรุปว่ามีใบสั่งหรือไม่มี แต่อยากให้มองว่า นี่คือโอกาสที่สังคมไทยจะได้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ วันนี้ท่านได้อยู่ในอำนาจแล้ว อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป มันจะเป็นบาดแผลครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่เฉพาะของสังคมไทย แต่จะเป็นบาดแผลของตัวท่านเองด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เจ๊เจี๊ยบ' โต้ 'ปวิน' ป้อง 'ปิยบุตร' ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็น 'โปลิตบูโร' เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต กรณีกล่าวหา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ว่า
เอ้า…เฉลย! 'ปิยบุตร' เหตุทิ้งส้ม เพราะพรรคเปลี่ยนไป รวมศูนย์เป็นเผด็จการไม่ฟังใคร
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความว่า ในความรับรู้และการค้นคว้าศึกษาของผม ไม่มีทฤษฎีพรรคมวลชนจาก
ภูมิใจไทยยิ่งผยอง! แนะ 'พท.-กธ.-ปชน' ดัดหลัง งดโหวตเลือกนายกฯ คะแนนไม่ถึง 250 เสียง ชื่อ 'อนุทิน' ตก
เทพไท ระบุเมื่อผลการเลือกตั้งสส.ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ1 มีส.ส.จำนวน 193 คนได้รับชัยชนะอย่างท้วมท้น จนทำให้แกนนำพรรคทะนงตัว
'ปชน.' แถลงการณ์บี้รัฐบาล ลุย 3 ภารกิจรับมือเหตุอิหร่าน
พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์เรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน
สัญญาณชัดโพลชี้ไม่อยากให้ ‘กธ.-ปชป.-ปชน.’ ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569

