'พปชร.' แถลงค้าน 'พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' ห่วงธุรกิจอสังหาฯ ขาดสภาพคล่อง หลังเกิดแผ่นดินไหว จี้ 'รัฐบาล' ออกมาตรการรองรับ แนะพร้อมรับกำแพงภาษีสหรัฐ
03 เม.ย. 2568 - นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.พังงาและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานกรรมการด้านวิชาการพรรคพลังประชารัฐ และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแสดงจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่รัฐบาลเร่งรีบบรรจุวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจรหรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐคัดค้านมาโดยตลอด พร้อมแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบที่ตามมา ในขณะที่ประเทศไทยมีสถานการณ์แผ่นดินไหว โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีความห่วงใยกับสถานการณ์ประเทศที่พายุกำลังตั้งเค้าอีกหลายลูก แต่รัฐบาลยังไม่ได้เตรียมพร้อมรองรับ และล่าสุดปัญหาแผ่นดินไหวก็กระทบเศรษฐกิจมากกว่าที่ควรจะเป็นด้วย
โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เศรษฐกิจมากกว่าที่ควรจะเป็น กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ และกระทบกับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นคอนโด ซึ่งเป็นหลักประกันสินเชื่อที่จะทำให้ลดมูลค่า ตราบใดที่รัฐบาลยังสร้างความเชื่อมั่นมาตรฐานความปลอดภัย และการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยไม่ได้ รวมถึงสร้างระบบเตือนภัยที่ครอบคลุมทั้งคนไทยและต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยวไม่ได้ ย่อมกระทบความท่องเที่ยวของไทย
พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ที่มีระบบแจ้งเตือนเจอเลิร์ท ซึ่งไม่ว่าจะใช้ซิมการ์ดของไทยหรือต่างชาติก็จะได้รับแจ้งเตือนพร้อมกันทุกคนในวินาทีนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้น ขณะที่ประเทศไทยส่งเอสเอ็มเอส 1 ชั่วโมง ได้ไม่ถึง 2 แสนเบอร์ ต้องแจ้งเตือนกี่ชั่วโมงจึงจะแจ้งได้ครบ เรื่องนี้รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณไปแล้วตั้งปี 2566 จำนวน 1,700 ล้านบาท
ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุอีกว่า นอกจากระบบไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทย วันนี้ยังมีความตื่นตระหนกบางตึกยังคงสั่นไหว หากไม่สร้างความเชื่อมั่นกระทบการท่องเที่ยวแน่นอน ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังต้องเฝ้าระวังเรื่องความเสี่ยงของหุ้นกู้บริษัทก่อสร้าง และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจประสบปัญหาการเงินติดขัดได้ กระทรวงการคลังต้องเตรียมมาตรการรองรับ เพราะกระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่แผ่นดินไหวจนถึงการเงิน
ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า นอกจากปัญหาแผ่นดินไหวยังมีปัญหาตามมาในอนาคตที่รัฐบาลยังไม่มีการเตรียมรับมือ คือ สถานการณ์สงครามยูเครน ที่แม้สหรัฐฯ จะมีท่าทีเบาลง แต่ประเทศในยุโรปจะส่งทหารเข้าไปในยูเครน ซึ่งจะทหารขัดแย้งกับรัสเซียโดยตรง และสหรัฐฯ แสดงท่าทีเข้าไปป้องปรามอิหร่านในเรื่องนิวเคลียร์ซึ่งจะทำให้เกิดการปะทะกันในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน
ล่าสุด สหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ ทำให้เสียเปรียบคิดภาษีนำเข้าจากไทย 72 % ซึ่งไม่ถูกต้อง แต่สหรัฐฯ อ้างว่าไทยมีกำแพงภาษีสหรัฐ 72 % สหรัฐฯ คิดครึ่งหนึ่ง คือ 36 % บวกกับภาษีนำเข้า 10 % หากไม่มีการแก้ไขไทยจะต้องเสียภาษี 46 % เป็นเรื่องใหญ่ จึงขอเตือนรัฐบาลให้เตรียมพร้อมซึ่งยังไม่มีความคืบหน้ามีเพียงกระทรวงพาณิชย์ที่มีการประชุมรับมือเมื่อวานนี้ คือ จะเพิ่มการนำเข้าและลดภาษีจากการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งไม่ง่าย เพราะสินค้าบางตัวที่นำเข้าไม่ใช่สินค้าที่เราบริโภคเป็นประจำ สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องทำคือจัดทีมเจรจากับสหรัฐฯ และบริหารค่าเงินบาทให้เสร็จภายใน 1 เดือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SENA โชว์ปี 68 รายได้รวม 5,434 ล้านลุยอัดแคมเปกระตุ้นกำลังซื้อ
SENA โชว์แกร่งปี 68 รายได้รวม 5,434 ล้านบาท โต 49% กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินฯ พุ่ง 93% กางแผนปี 69 โฟกัสจุดแข็ง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ พร้อมเปิดเกมรุกในไตรมาสแรกอัดแคมเปญ ‘เสนาซื้อง่าย’กระตุ้นกำลังซื้อ
หลัง 8 มี.ค.นี้รู้แน่ 'กธ.-ปชป.' เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่
'ภูมิใจไทย' ดึง 'โอกาสใหม่' ร่วมโหวต 'อนุทิน' นั่งนายกฯ ขณะ 'พลังประชารัฐ' เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำเสียงพุ่ง 292 เสียง ส่วน 'กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์' ร่วมด้วยหรือไม่ รอเคาะหลังสัมมนาพรรค 8 มี.ค.นี้
ค่ายน้ำเงินเตรียมเปิดตัว 'พลังประชารัฐ-โอกาสใหม่'
'ภูมิใจไทย' เตรียมเปิดตัว 'โอกาสใหม่' ร่วมรัฐบาลอีก 1 เสียง พร้อมโชว์ตัว 'พลังประชารัฐ' 5 เสียง ทำเสียงหนุนทะลุ 292 เสียง

