'พิชัย' เผย 5 ประเด็นสำคัญ เจรจาสหรัฐรีดภาษีไทย

"พิชัย" เผยได้ข้อสรุปสำคัญ 5 ประเด็นนำไปเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกาในเร็วๆนี้ บอก ก.พาณิชย์ ทำการบ้านเรื่องนโยบายการค้าสหรัฐรีดภาษีทั่วโลกมาอย่างน้อย 2 เดือนแล้ว 

8 เมษายน 2568 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมหารือมาตรการรับมือกับนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นานกว่า 40 นาทีว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์มาก่อนหน้านี้ โดยจากนี้ได้ข้อสรุปเรื่องสำคัญ 5 ประเด็นที่จะนำไปใช้เจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งจะเดินทางไปเจรจาได้ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รมว.พาณิชย์ และปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำการบ้านเรื่องนี้มาอย่างน้อย 2 เดือนแล้ว วันนี้จึงมาดูว่าอันไหนเราขาด อันไหนเราเกิน และอันไหนเรามีความสามารถ

นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมเจรจาทางการค้ากับทางสหรัฐฯ นั้น รัฐบาลเตรียมประเด็นต่าง ๆ ที่จะไปหารือรวม 5 ข้อ ดังนี้ ประเด็นที่ 1 การหาโอกาสจากการนำเข้าพืชผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากสหรัฐฯเพิ่มขึ้น เพื่อลดปัญหาการขาดดุลทางการค้า เช่น การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสหรัฐฯ เข้ามาผลิตเป็นอาหารสัตว์ เพื่อแก้ปัญหาหารขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศ และนำเข้าเครื่องในสัตว์มาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าและส่งออก

ประเด็นที่ 2 การผ่อนคลายการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยบริการจัดการด้านภาษีเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค และการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ ที่มีอยู่กว่า 100 รายการ จะดำเนินการตามโควตาที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ประเด็นที่ 3 การแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า ผ่านการลดขั้นตอนที่นอกเหนือจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีกฎระเบียบขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขทั้งหมด

ประเด็นที่ 4 การตรวจสอบคัดกรองสินค้าป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ จากประเทศอื่น ๆ โดยจะมีการออกใบรับรองต้นถิ่นกำเนิดสินค้าให้รอบคอบมากขึ้น เพื่อป้องกันสินค้าที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านให้น้อยที่สุด

และประเด็นที่ 5 การหาโอกาสการลงทุนในสหรัฐฯ เช่น การพิจารณาลงทุนด้านการการขนส่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติของสหรัฐฯ ในอลาสก้า หรือการลงทุนแปรรูปสินค้าเกษตรในสหรัฐฯ

รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า การดำเนินมาตรการทั้งหมดนั้น ประเทศไทยไม่ได้ทำเพราะสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอโหดมาขู่ เพราะกรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่สหรัฐฯ จำเป็นต้องทำเพื่อประเทศของตัวเอง แต่สิ่งที่ไทยต้องทำคือ การเตรียมตัวรองรับ มีสิ่งใดที่ต้องทำ มีขีดความสามารถมากแค่ไหน เพื่อแก้ปัญหา และประเทศไทยต้องได้ประโยชน์ด้วย โดยแนวทางที่เลือกนี้จะไม่ใช่เรื่องการลดภาษี เพราะหากลดภาษีจะทำเสมอเหมือนกันทั้งหมด อยากให้มั่นใจวิธีการแก้ไขปัญหาของประเทศไทย ผ่านการที่เราคิดอยู่เสมอ ผ่านการแก้ปัญหาแบบ Win-Win คือ ดีทั้งสหรัฐฯ และดีทั้งไทย พร้อมถือโอกาสยกระดับการทำงานของไทย และการผลิตของไทยให้เกิดความเชื่อมโยงมากขึ้น

“ส่วนตัวมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็เป็นวิกฤต ก็กลุ้มใจอยู่ แต่ก็มีโอกาสในการแก้ปัญหาด้วย"นายพิชัย ระบุ

เมื่อถามถึงการเจรจา นายพิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะไปพูดคุยกับหลายภาคส่วนของอเมริกา โดยจะได้มีการประสานนัดหมาย เพื่อทำการพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และหน่วยงานอื่นๆ ของสหรัฐ เพื่อนำเอาข้อเสนอของไทยไปเจรจาต่อรอง ซึ่งตอนนี้ขอเวลาอีกระยะหนึ่งก่อน โดยดูโจทย์ต่าง ๆ ให้ละเอียด จากนั้นจึงกำหนดวันไปเจรจาอีกครั้ง เพื่อให้การเจรจาเกิดผลสำเร็จและเห็นผลใน 1-5 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้เน้นย้ำว่า ให้เร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างเต็มที่ และให้ประเทศไทยเกิดประโยชน์มากที่สุดกับการเจรจาครั้งนี้ด้วย ขณะที่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยนั้น ยอมรับว่า หลายประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก และยังไม่สามารถประเมินได้ แต่เบื้องต้นมองว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กต. แถลงเรียกร้องทุกฝ่าย แก้ความขัดแย้งใน 'เวเนซุเอลา' โดยสันติวิธี เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ-กม.ระหว่างปท.

ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาในช่วงที่ผ่านมา และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นั้น

ข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดความจริง หลังการเปิดเผยเอกสารของเอปสไตน์ เริ่มปรากฏ

การเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ ผู้กระทำความผิดทางเพศที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างไม่ครบถ้วน ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากรัฐสภาสหรัฐฯ และเหยื่อของเอปสไตน์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา