โพลชี้สถานการณ์รัฐบาลหลังสงกรานต์ง่อนแง่น เพราะความขัดแย้งในพรรคร่วมฯ

15 เม.ย.2568- หลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของสังคมไทยที่ประชาชนใช้เวลาในการติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น ประเด็นทางการเมืองกลับกลายเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาวะเสถียรภาพของรัฐบาล ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วม และแรงกดดันจากสังคมในหลากหลายมิติ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังสงกรานต์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,102 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน 2568 พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ (เกือบสามในสี่ หรือ 74.2%) มีแนวโน้มคาดหวัง หรืออย่างน้อย “เชื่อว่า” จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงหลังสงกรานต์ ซึ่งสะท้อนภาวะความไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่มีเพียง 25.8% ที่เชื่อว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แสดงให้เห็นถึงความรู้สึก “ไม่แน่นอน” ที่ปกคลุมบรรยากาศทางการเมือง

ที่น่าพิจารณา คือ เมื่อผู้ตอบเลือกได้มากกว่าหนึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสะท้อนว่า ความขัดแย้งภายในรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคร่วม (36.9%) เป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาชนมองว่าอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง รองลงมาคือ แรงปลุกปั่นใกล้ตัวผู้นำ (30.6%) และ กระแสโซเชียล (27.8%) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของประชาชน นอกจากนี้ ประเด็น เศรษฐกิจ (20.5%) และ นโยบายที่ประชาชนไม่พอใจ (14.9%) ก็ถือเป็นแรงกดดันระดับรากฐานที่บั่นทอนความชอบธรรมของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสอบถามถึง ตัวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเกิด การปรับคณะรัฐมนตรี (38.4%) และ ความแตกร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล (37.6%) ซึ่งเป็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่การยุบสภาหรือเลือกตั้งใหม่ แต่สะท้อน “ความไม่พอใจต่อการบริหารงาน” ที่ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อยละ 32.1 เชื่อว่าจะมี การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง และ 27.5% คาดว่าจะมี การยุบสภา ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะพัฒนาไปสู่ “การเปลี่ยนโครงสร้างระดับชาติ” หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ ร้อยละ 25.6 ที่ระบุว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ” นับว่าเป็นส่วนน้อยของผู้ตอบแบบสอบถาม สะท้อนให้เห็นความรู้สึกร่วมของประชาชนส่วนใหญ่ต่อความเปราะบางทางการเมืองในปัจจุบัน

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อน บรรยากาศของความไม่ไว้วางใจทางการเมือง ที่แฝงอยู่ในสังคมไทย ประชาชนส่วนใหญ่มีทัศนะว่ารัฐบาลอาจเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากภายในพรรคร่วมและจากแรง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลัง 8 มี.ค.นี้รู้แน่ 'กธ.-ปชป.' เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

'ภูมิใจไทย' ดึง 'โอกาสใหม่' ร่วมโหวต 'อนุทิน' นั่งนายกฯ ขณะ 'พลังประชารัฐ' เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำเสียงพุ่ง 292 เสียง ส่วน 'กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์' ร่วมด้วยหรือไม่ รอเคาะหลังสัมมนาพรรค 8 มี.ค.นี้

‘อนุทิน’ โต้ปิดดีลตั้งรัฐบาล ชู 193 เสียงตัดสินใจง่าย พวกพ้องอยู่ลำดับท้าย

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปัดกระแสรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล 300 เสียง ย้ำรอ กกต. รับรองผลก่อน ระบุผลการเลือกตั้งที่ออกมาทำให้ตัดสินใจเรื่องสำคัญได้มั่นใจขึ้น พร้อมย้ำพวกพ้องอยู่ลำดับท้าย อ่านความในใจบางพรรคที่ออกมาเคลื่อนไหว

จากสูตรตั้งรัฐบาล 300 เสียง…สู่สูตรล้มรัฐบาลในอนาคต?

การเมืองไทยมีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่ได้ยินกันมาหลายยุคหลายสมัย “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” วันนี้จับมือกัน พรุ่งนี้อาจยืนคนละฟาก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวะและผลประโยชน์ที่ลงตัวหรือไม่ลงตัว หลายสูตรที่เคยถูกม

ภูมิใจไทย จ่อเปิดตัว 4 ว่าที่ สส.ประชาชาติ ร่วมรัฐบาล เว้น 'ทวี สอดส่อง'

ภูมิใจไทย เตรียมเปิดตัว 4 ว่าที่ สส.ประชาชาติ หนุน "อนุทิน" นั่งนายกฯ เว้น "ทวี สอดส่อง" เหตุเข้าหน้าแกนนำสีน้ำเงินไม่ติดจากปมขัดแย้งในอดีต และเตรียมเดินหน้าทำกิจกรรมกับพท.