
18 พ.ค. 2568 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ เรื่อง “ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในสายตาประชาชน” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,104 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2568 พบว่า เรื่องที่อยากให้นายกเทศมนตรีคนใหม่ดำเนินการมากที่สุด คือ ปราบปรามอบายมุข ยาเสพติด ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ร้อยละ 57.25 โดยมองว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งน่าจะทำได้ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ร้อยละ 37.32 ทั้งนี้ ร้อยละ 78.80 เห็นด้วยว่า “บ้านใหญ่” ยังมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งในพื้นที่ เหตุผลสำคัญที่ทำให้บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพล คือ การเข้าถึงประชาชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น งานบุญ งานศพ งานประเพณี ร้อยละ 45.13 เมื่อถามว่าหากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองระดับชาติ จะมีผลต่อการบริหารและพัฒนาพื้นที่หรือไม่ร้อยละ 37.50 ตอบว่า ส่งผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังพอบริหารจัดการภายในพื้นที่ได้
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนว่าประชาชนต้องการผู้นำท้องถิ่นที่สร้างความปลอดภัยและเป็นธรรม โดยเฉพาะการจัดการยาเสพติด อบายมุข และผู้มีอิทธิพล ขณะเดียวกัน “บ้านใหญ่” ยังคงเป็นกลไกอำนาจสำคัญตั้งแต่ระดับเทศบาลถึงระดับชาติ ทำหน้าที่ทั้งเป็นเจ้าของพื้นที่และผู้กำหนดเกม การเมืองในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ฝังรากลึกนี้ เป็นทั้งผลดีต่อการบริหารงานและอาจเป็นทั้งอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนคาดหวังได้ด้วยเช่นกัน
รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งภพ คงฤทธิ์ระจัน รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ความน่าสนใจของผลโพลในครั้งนี้ คือ การเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับเทศบาลที่ผู้ชนะเลือกตั้งล้วนมาจากสังกัดพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่มีอำนาจในการควบคุมระบบการเมืองท้องถิ่นอยู่ก่อน การชนะเลือกตั้งจึงชี้ให้เห็นว่า การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองท้องถิ่นต้องอาศัยอำนาจทางการเมืองในระดับชาติเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนให้การเมืองท้องถิ่นดำเนินต่อไปได้
การได้พรรคการเมืองที่มิได้เป็นฝ่ายบริหารโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความเจริญงอกงามจะเป็นไปได้น้อยมาก อีกทั้งการผูกพันทางวัฒนธรรมการเมืองในระดับท้องถิ่นเป็นเรื่องความผูกพันทางปากท้องกินอยู่และบุญคุณ จึงทำให้ผู้รับสมัครเลือกตั้งที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใหญ่ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่เมื่อพิจารณาจะเห็นว่า การเมืองไทยจึงอยู่ในภาวะถดถอยโดยเฉพาะการเมืองในเขตพื้นที่เฉพาะ มิได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองหน้าใหม่เข้ามามีโอกาสในการเป็นตัวแทนเพื่อนำเสนอแนวทางในการพัฒนาพื้นที่แบบปราศจากการแจกบุญคุณ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน 2 ครม.สไตล์ 'คนละครึ่ง'
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์บทความเรื่อง อนุทิน 2 ครม.สไตล์ “คนละครึ่ง”
คนไทยห่วงสงครามอิหร่าน กระทบราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจไทย
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,394 คน
ดัชนีการเมือง ก.พ.ฟื้น ประชาชนคาดหวังรัฐบาลช่วยแก้เศรษฐกิจ
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,277 คน
ดุสิตโพลชี้ประชาชนไม่พอใจการจัดเลือกตั้ง แถมไม่ค่อยมั่นใจ กกต.
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,231 คน
ประกาศิต 'เสี่ยหนู' สั่งลูกพรรคภูมิใจไทย ห้ามตั้งก๊กแบ่งก๊วน มีมุ้งเดียวคือ 'มุ้งอนุทิน'
"อนุทิน" บอกประชุม ว่าที่ 193 สส. ภท. เรียบร้อยดี สั่งห้ามมีมุ้ง-ก๊วน ต้องรักษาอัตลักษณ์-เอกภาพหนึ่งเดียวคือ"มุ้งอนุทิน" เตือนเคลียร์เรื่องหุ้น-สัมปทาน หวั่นตกม้าตาย- ตายน้ำตื้น ยันเดินหน้าทันทีคนละครึ่งเฟส 2 ส่วนเรื่องตั้งรัฐบาลยังไม่ต่อรองเก้าอี้ รมต. รอตัวเลขสุดท้าย ยันฟังเสียงประชาชนเอาพรรคทุนเทาร่วมหรือไม่
ปิดตำนาน '2 บ้านใหญ่' พท. สูญพันธุ์ 'ปชน.-กธ.' ยึดลำปาง
ปิดตำนาน 2 ตระกูลใหญ่ลำปาง กอดคอสูญพันธุ์ 'ส้ม-เขียว' แบ่งกันคนละครึ่ง ขณะที่ส้มคาใจเปิดประเด็นรณรงค์ขอนับคะแนนเขต2ใหม่หลังพบบัตรเสียกว่า7พันใบและส้มทิ้งห่างกล้าธรรมเพียงสองพันกว่าคะแนน

