'ภูมิธรรม' เผยแนวโน้มสถานการณ์ไทย-กัมพูชา น่าจะดีขึ้น ต้องใจเย็น รักษาอธิปไตยชาติ

"ภูมิธรรม" ถก สมช. คงมาตรการกับกัมพูชาเช่นเดิม ชี้สถานการณ์ดีขึ้น บอกเหตุรุนแรงภาคใต้นอกเหนือ 3 จว.ชายแดนใต้ ขอสอบก่อน รับกระทบการท่องเที่ยวบ้าง

27 มิถุนายน 2568 - เมื่อเวลา 16.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า มีการทบทวนมาตรการต่างๆ การดูแลปัญหาชายแดน โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา มีมติใช้มาตรการปัจจุบัน ยืนยันว่าเราจะแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายได้รับผลกระทบ และมีความเดือดร้อน เราดำเนินมาตรการสนับสนุนให้มีการเจรจาทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องการปิดด่านยืนยันมาตรการเดิมว่าอยู่ขั้นหนึ่งขั้นสอง คือการจำกัดเวลาการเข้าออกและกำหนดปริมาณคน “สิ่งที่กัมพูชาประกาศก็เป็นเรื่องของเขา เรายืนยันมาตรการว่าเราจริงใจในการจะแก้ไขปัญหา”

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนมาตรการ Seal Stop Safe ขณะนี้ที่ดำเนินการ 4 เดือนแล้ว ให้เร่งดำเนินการประเมินว่ายังคงมีมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดอินเตอร์เน็ตหรือไม่ เพราะตอนนี้ในชายแดนส่วนที่เป็นปัญหาลดน้อยลง แต่ยังมีบางส่วนที่ยังมี ต้องดูว่าจะจัดการยังไง ให้ สมช.คณะเล็ก ไปดำเนินการ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้ นอกเหนือจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้มีการประเมินสถานการณ์ทั้งหมด ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงมองว่ายังไม่มีปัญหาอะไร กำลังดำเนินขั้นตอนการขยายผลและข้อมูลให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร จึงจะสามารถพูดคุยได้ ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเสนอให้ยกเลิกกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาครบรอบ 75 ปี ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาพิจารณาในที่ประชุม สมช.เราคิดว่าตอนนี้ยังอยากให้เป็นมาตรการที่แสดงความจริงใจและชัดเจนว่า เรารักษาจุดยืนพยายามแสวงหาความร่วมมือและการแก้ปัญหาให้ไปอยู่ในจุดที่เคยเป็นเมื่อปี 2567 หากเปลี่ยนแปลงมาตรการใด ๆ และมีผลกระทบ เราก็จะทำไปตามสถานการณ์ เราพร้อมทั้งหมดอยู่แล้ว และอยากให้ความรุนแรงเป็นมาตรการสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียกับประชาชนทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่าสถานการณ์ความรุนแรงจะจบก่อนที่ตนเองเกษียณ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราประเมินสถานการณ์แนวโน้มน่าจะดีขึ้น เราจึงระมัดระวังการใช้มาตรการต่าง ๆ ไม่ให้โหมให้สถานการณ์ลุกลาม ต้องใจเย็น ยืนยันว่าเรารักษาเอกราชอธิปไตยของประเทศและผลประโยชน์ของประเทศ ทุกอย่างดำเนินการตามหลักสากล และให้ประเทศต่าง ๆ ได้รับรู้

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์กัมพูชา เรากำลังดำเนินการเรื่องสแกมเมอร์ สิ่งสำคัญคือเราให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปดูแลและดำเนินการ รวมถึงป้องกันเรื่องสแกมเมอร์ในประเทศไทย

เมื่อถามถึงปัญหาภาคใต้ระเบิดในภาคใต้ ในเหตุการณ์เฉพาะหน้า จะมีการดูแลการท่องเที่ยวอย่างไร เพราะอาจจะกระทบในวงกว้าง นายภูมิธรรม ยอมรับว่ามีกระทบบ้าง เพราะเกิดเหตุการณ์แล้วมีการตีข่าว ส่วนตัวคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ยังดำเนินไปตามกฎเกณฑ์กติกา จึงขอให้ชัดเจนก่อน ไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะจะสร้างความกังวล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชายแดนเริ่มสงบ! ผู้ปกครองแห่พาลูกสมัครสอบโรงเรียนดัง

หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มสงบลง มีกลุ่มชาวบ้านชายแดนบางครอบครัว โดยเฉพาะคนอยู่ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก

ชายแดน เผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งเสี่ยงปะทะเขมร น้ำมันแพง ลูกหลานงดกลับบ้านสงกรานต์

ชาวบ้านชายแดนเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งผวาเขมรจ่อตลบหลังเสี่ยงปะทะรอบสาม ยังได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด โทรมาบอกสงกรานต์งดกลับบ้าน กลัวไม่มีน้ำมันเติมและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ส่งตัว 'พลทหารเป๊ก' รับขาเทียมพระราชทาน ชู 2 นิ้ว กำลังใจเกินร้อย

นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์) พร้อมทีมแพทย์ และบุคลากรโรงพยาบาลสุรินทร์ เตรียมส่งตัวพลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ

โอนครบ! เยียวยาชายแดน 7 จังหวัด 6.9 แสนครัวเรือน 3.3 พันล้านบาท

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เห็นชอบให้จ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

'ภูมิธรรม-เพื่อไทย' ส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ ฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ

นายภูมิธรรม เวชยชัย ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อวานนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน คื

ขาที่ 13! ทหารไทยเหยียบกับระเบิด พื้นที่ช่องระยี

กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.44 น. พื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กำลังพลประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียขาขวา จำนวน 1 นาย