'สุรเดช' ลั่น พปชร. พร้อมแล้วเลือกตั้งครั้งหน้า โว 3 นโยบายเรือธง 'เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ- มารดาประชารัฐ-เรียนฟรี' เชื่อโดนใจประชาชนแน่ ย้ำนโยบาย'แจกเบ็ด ไม่แจกปลา' ให้ประชาชนยืนได้ด้วยตัวเอง มั่นใจ 'บิ๊กป้อม' ยังฟิต นำ 'อนุรักษ์นิยมทันสมัย'เดินหน้าประเทศ เผย'ปิดทองหลังพระ'มาตลอด
21 ตุลาคม 2568 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะตนเองที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ในภาคเหนือตอนบนว่า ในการประชุมพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ที่ผ่านมาซึ่งได้เปิดตัวสมาชิกที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์เดียวกันอย่างคึกคัก โดยในที่ประชุมพรรคได้มีการพูดคุยกันถึงการเตรียมการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยพรรคจะต้องเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้สมัครแต่ละจังหวัด ซึ่งตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลภาคเหนือตอนบน ก็เตรียมความพร้อมโดยพยายามคัดเลือกคนที่มีศักยภาพให้มาเป็นผู้สมัคร ที่สำคัญเราต้องไม่ประมาท ดังนั้นในการคัดเลือกผู้สมัคร จะมีคณะกรรมการบริหารของพรรคมาช่วยกันตรวจสอบคุณสมบัติและศักยภาพของผู้สมัครด้วย ว่าบุคคลที่เราจะเลือกนั้นเป็นที่รู้จักและมีเสียงสนับสนุนในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน เพราะการที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชน ก็จะต้องมีความใกล้ชิดกับประชาชนให้มากที่สุด ต้องเจาะลงไปถึงทุกหมู่บ้าน เข้าใจถึงทุกข์ สุขของประชาชนและสามารถช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้ และแน่นอนว่าจะมีการทำโพลในพื้นที่ด้วย
นายสุรเดช กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ของสมาชิกพรรค เราจะเน้นการนำเสนอนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐได้คิดไว้ตั้งแต่การเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะเราเห็นว่าเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและถือเป็นนโยบายเรือธงของพรรคที่ตั้งใจจะทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยมี 3 นโยบายหลักคือ 1. นโยบายเกี่ยวกับเบี้ยผู้สูงอายุ ที่จะแบ่งเป็นแบบขั้นบันไดคืออายุ 60 จะได้เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท อายุ 70 ได้ 4,000 และอายุ 80 ปีขึ้นไปได้ 5,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินเหล่านี้จะสามารถทำให้ผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ก็จะหางานพิเศษ หรืองานเสริมให้กับผู้สูงอายุที่เกษียณไปแล้วด้วยเพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุเกิดความเหงา หรือเบื่อหน่าย ท้อแท้ เป็นการให้กำลังใจและทำให้สุขภาพจิตของผู้สูงอายุดีขึ้น เมื่อสุขภาพจิตดีก็จะทำให้สุขภาพกายดีขึ้นด้วย
นายสุรเดช กล่าวว่าต่อว่า 2.นโยบายมารดาประชารัฐ โดยจะสนับสนุนและจูงใจครอบครัวที่มีบุตรมากๆ เพราะปัจจุบันตามสถิติของประชากรได้มีการวิเคราะห์ว่าประชาชนไทยจะลดน้อยลง เนื่องจากครอบครัวส่วนใหญ่ไม่อยากมีบุตร ซึ่งอาจจะมาจากหลายปัจจัย ดังนั้นจึงจะจูงใจด้วยการให้เงินกับครอบครัวใดที่ตั้งครรภ์ ก็จะช่วยจ่ายให้เดือนละ 3,000 และช่วงที่คลอดบุตรก็จะช่วยค่าทำคลอด 10,000 บาท นอกจากนี้จะช่วยค่านมบุตรให้กับลูกที่เกิดมาอีกเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่อายุ 1-6 ปี เป็นเวลา 6 ปี ส่วนนโยบายที่ 3. คือนโยบายเรียนฟรี ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก เหมือนกับการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่จบปริญญาตรีทั้งหมด ส่วนคนรุ่นเก่าก็จะเปิดโอกาสให้เรียนเพิ่มเติมได้ ถ้าใครอยากจะเรียนต่อ ก็สามารถลงทะเบียนเรียนได้ ซึ่งทั้ง 3 นโยบายหลักนี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ และยืนยันว่าทั้ง 3 นโยบายนี้จะเกิดขึ้นแน่นอนหากพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล และนโยบายเหล่านี้จะไม่กระทบต่องบประมาณแผ่นดินแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าพลเอกประวิตร ได้ความมั่นใจกับสมาชิกพรรคอย่างไรบ้างในการที่จะเดินต่อไปและคาดหวังว่าจะได้สมาชิกเข้ามา 50-60 ที่นั่ง นายสุรเดช กล่าวว่า พลเอกประวิตร เป็นคนที่มีอุดมการณ์ เป็นชายชาติทหารที่ต่อสู้เพื่อปากท้องของประชาชน เป็นห่วงประชาชนและประเทศชาติและเป็นอนุรักษ์นิยมทันสมัย ที่เป็นการร่วมกันของคนทุกเพศทุกวัย ท่านต้องการให้คนไทยมีความสามัคคี ไม่แตกแยก ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เด็กกับผู้ใหญ่สามารถทำงานร่วมกันได้จึงเรียกว่าอนุรักษ์นิยมทันสมัย แม้ว่าท่านจะอายุ 80 แล้ว แต่ยังมีความแข็งแรง ยังฟิตเสมอ เป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐมนตรีมายาวนาน มีผลงานจำนวนมาก เรียกว่าปิดทองหลังพระมาจำนวนมาก ยืนยันว่าเรามีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว เรามีบุคลากรที่พร้อมที่จะเป็นรัฐบาลได้ มีทั้งด็อกเตอร์ อดีตข้าราชการผู้ใหญ่จำนวนมาก พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายแจกเบ็ด ไม่แจกปลา หมายถึงต้องฝึกให้คนสามารถเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง ไม่ใช่มารอเงินซัพพอร์ตจากรัฐบาลอย่างเดียว เราต้องการให้ทุกคนยืนหยัดได้ด้วยตัวเองซึ่งก็คือการแจกเบ็ดไม่แจกปลานั่นเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบนโยบาย 51 พรรค ส่อขัดมาตรา 57 หรือไม่
'เรืองไกร' ร้อง กกต. ตรวจสอบนโยบาย 51 พรรคการเมือง เป็นไปตาม พรป.พรรคการเมือง มาตรา 57 หรือไม่
'ลุงป้อม' ควง 'วัฒนา เซ่งไพเราะ' กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสุดฮอต ร้านน็อต วรฤทธิ์
นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 บางนา-พระโขนง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมรับประทานก๋วยเตี๋ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว "ลูกโต้งชลวัว" บางนา-ตราด ซอย 23 ของ “น็อต” นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ดารา พิธีกรชื่อดัง ซึ่งมีพี่น้องประชาชน เข้ามาขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง
'ตรีนุช' นำ พปชร. ชู 12 นโยบายเรือธง สู้ศึกเลือกตั้ง
'ตรีนุช–กรกสิวัฒน์' นำพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง เปิด 3 เสาหลัก ชู 12 นโยบายเรือธง แก้ปากท้อง–เสริมความมั่นคง ยันทุกนโยบายทำได้จริง
พปชร. ชูนโยบายแก้จน เพิ่มวงเงินบัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เป็น 700 บาทต่อเดือน
พปชร. ชูนโยบาย “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า” เพิ่มวงเงินเป็น 700 บาทต่อเดือน มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
เปิดปาร์ตี้ลิสต์ 'พปชร.' 35 คน 'ภัครธรณ์' เบอร์ 1 แทน 'บิ๊กป้อม'
เปิดบัญชีรายชื่อ 'พลังประชารัฐ' ส่งทั้งหมด 35 คน 'ภัครธรณ์ เทียนไชย' อดีตผวจ.ชลบุรี ขึ้นแท่นเบอร์ 1 แทน 'บิ๊กป้อม' ที่วางมือ
เรื่องขี้ๆหน้าที่เรา ‘เรืองไกร’ นำ พปชร.ชิง 22 เขต กทม.
"เรืองไกร" นำ 22 ขุนพล กทม. สมัครชิงเก้าอี้ เลือกตั้ง 69 ชู สโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” ลั่น กรุงเทพฯ ต้องดีกว่าเดิม พร้อมชนทุกปัญหา ด้าน"ปิติพงษ์"นำ ว่าที่ผู้สมัครหญิงหนึ่งเดียว"ศรัณย์รัชต์" ลงชิงพื้นที่กทม.

