
11 พ.ย. 2568- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า พรรคเพื่อไทยประกาศจุดยืนตั้งแต่ต้นว่าเป็นฝ่ายค้านในสภา ไม่ใช่ฝ่ายค้านใน MOA การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งทำได้ถ้ามีจำนวนเสียงเพียงพอ
แกนนำพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลยังไม่มีความผิดพลาดร้ายแรง ถ้าคิดเช่นนั้นจะไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไปก็ถือเป็นสิทธิ์ เพราะสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้อง ทั้งคดีฮั้วสว.และเขากระโดง เคยเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคสีส้มมาก่อนแล้ว
ถึงวันนี้มีอีกหลายเรื่อง เช่น การยอมรับว่ามีคนไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา ปัญหาสแกมเมอร์ เจตนาปกปิดการเซ็น MOU แร่แรร์เอิร์ธ ถ้าพรรคประชาชนมั่นใจว่าไม่ใช่ความผิดพลาดร้ายแรงของรัฐบาล ก็สามารถประกาศจุดยืนไม่ร่วมอภิปราย และโหวตไว้วางใจรัฐบาลได้
นายกฯหนูบอกว่าถ้ายื่นอภิปรายก็จะยุบสภา การตัดสินใจแบบนั้นหมายความว่ารัฐบาลหนีการตรวจสอบ ทั้งที่ยังได้รับความไว้วางใจจากพรรคแกนนำฝ่ายค้าน และถ้าเพื่อไทยอภิปรายแล้วทำหน้าที่ไม่เข้าตา ก็จะเป็นความรับผิดชอบของพรรคสีแดงเอง
ส่วนข้ออ้างว่าถ้าอภิปรายก็จะกระทบเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องมองข้อเท็จจริงเป็นหลัก เพราะตั้งแต่เริ่มดีลตั้งรัฐบาล ไม่เคยปรากฏว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพรรคสีน้ำเงิน ให้สมกับที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ MOA
ไม่มีการแสดงเจตจำนงค์ร่วมกันของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนโดยการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ไม่มีการหารือขอรับการสนุบสนุนจากสว. คำอภิปรายตอนพิจารณาวาระแรกของสว.สีน้ำเงินหลายคนแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย การประชุมกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างทุลักทุเล ล่าสุดองค์ประชุมไม่ครบไปต่อไม่ได้ เพราะพรรครัฐบาลและสว.ไม่อยู่ในห้องประชุม
ถ้าเอาจริงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ พิจารณาวาระ 2-3 ให้เสร็จทันก่อนเปิดสมัยประชุมหน้า ไม่ใช่ใช้เป็นเพียงข้ออ้างหรือตัวประกันเพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปราย
เมื่อเรื่องแก้รัฐธรรมนูญสำคัญที่สุดใน MOA เชื่อว่ากรรมาธิการส่วนใหญ่พร้อมเพิ่มวันประชุม เพื่อให้เข้าสภาได้ทันเวลา และถ้าพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังเดินต่อได้ หากรัฐบาลมั่นใจในความบริสุทธิ์ และพรรคประชาชนพร้อมให้ความไว้วางใจเพราะเห็นว่ายังไม่มีเรื่องผิดพลาดร้ายแรง ก็ย่อมผ่านการอภิปรายอยู่จนครบเวลาตามที่ดีลกันไว้ได้ โดยไม่กระทบกับการแก้รัฐธรรมนูญ
ดังนั้น การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นคนละเรื่อง อย่าเอามาอ้างปนกัน และการตัดสินใจอภิปรายหรือไม่ หรือถ้าอภิปรายแล้วพรรคฝ่ายค้านแต่ละพรรคจะลงมติอย่างไร ถือเป็นสิทธิ์ของพรรคนั้น ไม่มีอะไรให้ขัดแย้งกัน ทั้งหมดประชาชนจะใช้วิจารณญาณ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชูวิทย์' ฟาดส้มจนวันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ฟันธง ปชน. ไม่ได้อันดับ 1
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โค้งสุดท้าย "กระแสหรือกระสุน" เหลืออีก 48 ชั่วโมงจะถึง "วันพิพากษา" นักการเมือง ว่าใครจะสอบตก ใครจะได้ก้าวเท้าเข้าสภา หรือใครจะล้มช้าง!
'ยศชนัน' นำทีมเพื่อไทย ลุยฝั่งธน หาเสียงโค้งสุดท้าย
‘ยศชนัน’ นำทัพเพื่อไทยลุยฝั่งธนฯ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนกรุงก่อนปราศรัยใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูแก้หนี้ทั้งระบบ ดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ย้ำ 8 ก.พ. ‘คนไทยต้องไม่จน’
'พท.' ชี้คลิปซื้อเสียงขอนแก่น เขต 9 เหมือนจัดฉาก หนุนสู้กันด้วยนโยบาย
'พท.' ชี้คลิปซื้อเสียงขอนแก่น เขต 9 ดูง่ายเหมือนจัดฉาก ยันต้านทุจริตเลือกตั้ง ชี้ผู้สมัครควรสู้กันด้วยนโยบาย หนุน 30 บาทรักษาทุกโรค
‘แก้วสรร’ แพร่บทความด่วน! วิพากษ์ยับ ‘การเมืองแห่งความเกลียดชัง’
อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง “การเมืองแห่งความเกลียดชัง” มีเนื้อหาดังนี้
นายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ แถลงยึดบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ 20 ล้านมวน
นายกฯอนุทิน ลงพื้นที่หาดใหญ่ แถลงผลปฏิบัติการ "สิงห์ตะปบเหยื่อ" ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ภาคใต้ ยึดของกลางกว่า 20 ล้านมวน มูลค่าค่าปรับทะลุ 1,000 ล้านบาท
“อนุชา” ปราศรัย ช่วย จิรทัศ ไกรเดชา ผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 เบอร์ 6 ขอคะแนนทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปโหวตให้ อ.เชน เป็นนายกฯ
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัย ช่วยนายจิรทัศ ไกรเดชา ผู้สมัคร สส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 5 เบอร์ 6 ที่ ต.บ้านแค และ ต.กุฎี อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา

