รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ท้ารัฐบาลยกเลิกสัญญาซิโน-ไทย เซ่นปมถนนทรุดหน้ารพ.วชิระ หลังสั่งบอกเลิกสัญญาอิตาเลียนไทย ปมเครนถล่มสีคิ้ว-พระรามสอง ซัดอย่าเลือกปฏิบัติจัดการผู้รับเหมา
17 มกราคม 2569 - นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครสส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งบอกเลิกสัญญาบริษัท อิตาเลียนไทย ใน 2 โครงการใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทั้งที่กรณีสีคิ้วและถนนพระรามสอง ทำให้มีการตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงมาตรฐานที่ลักลั่นและเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ว่า เนื่องจากกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวขนาดใหญ่บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างที่บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ดำเนินการ แต่กลับไม่มีการบังคับใช้มาตรการที่เด็ดขาดเหมือนกัน อีกทั้งท่าทีของนายอนุทินที่ตอบคำถามสื่อมวลชนก็แตกต่างกันเช่นกัน ซึ่งกรณีถนนหลุมยุบเมื่อถูกถามถึง นายอนุทินกลับยิ้มแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ แต่กรณีหลังกลับมีท่าทีแข็งกร้าว ทั้งที่สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อประชาชนเช่นกัน
นายกฤชนนท์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องเลิกสองมาตรฐาน ต้องกล้าบอกเลิกสัญญากับชิโน-ไทย เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ความถูกต้อง วันที่ 2 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา นายอนุทินให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะเร่งรัดจัดการปัญหาโดยด่วนและมั่นใจว่าจะสามารถคืนผิวจราจรได้ภายในวันที่ 9 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา แต่จวบจนถึงปัจจุบันผ่านพ้นมาเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือนแล้ว ถนนเส้นดังกล่าวยังคงไม่เสร็จสมบูรณ์ และประชาชนยังไม่สามารถใช้งานตามปกติได้ ถือเป็นการผิดคำพูดอย่างรุนแรง
“หากรัฐบาลต้องการแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการคุมมาตรฐานงานก่อสร้างตามที่กล่าวอ้าง ก็ควรต้องบังคับใช้กฎหมายและคำสั่งอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกข้าง ไม่ใช่จงใจมอบความยุติธรรมให้เฉพาะพวกเดียวกันเท่านั้น การปล่อยให้โครงการที่สร้างความเสียหายล่าช้ามานานถึง 4 เดือนยังคงดำเนินสัญญาต่อไปได้ ในขณะที่ลงโทษบริษัทอื่นอย่างรวดเร็ว ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์การทำงานแบบสองมาตรฐานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ฉะนั้น จึงขอท้าให้รัฐบาลกล้าใช้อำนาจยกเลิกสัญญากับชิโน-ไทย เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการรักษาความปลอดภัยของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ทางการเมือง” นายกฤชนนท์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่อง“แผนอพยพ”ระลอกแรก รับมือแรงเหวี่ยงจากผล“สงคราม”
ผลกระทบต่อไทยจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอย่างดุเดือดในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่เฉพาะเป้าหมายทางด้านการทหาร แต่แผ่ขยายไปสู่พื้นที่พลเรือน เศรษฐกิจ และศูนย์กลางการท่องเที่ยว
ไทยเฟิสต์!อพยพ300ชีวิต
นายกฯ ถกด่วนติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
ถก‘พลังงาน-พณ.’ตรึงราคา
นายกฯ ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต วันพุธนี้เรียก “พลังงาน-พาณิชย์”
'อนุทิน-ธนนนท์' ร่วมเวียนเทียนวันมาฆบูชา วัดบวรฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
นายกฯ ยันมีน้ำมันสำรองเพียงพอ พรุ่งนี้เรียก 'พลังงาน-พาณิชย์' ถกตรึงราคา
นายกฯ ลั่น "ไทยแลนด์เฟิร์ส" ดูแลคนไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมทุกออฟชั่นนำคนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิตกลับไทย รวมถึงในประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบด้วย เผย ล่าสุดขวัญกำลังใจยังดี ยัน น้ำมันสำรองเพียงพอไม่ถึงขั้นวิกฤต พรุ่งนี้เรียก “พลังงาน - พาณิชย์” หารือตรึงราคา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
'อนุทิน' ยันไม่ได้พูด ไม่นั่งควบ 'กลาโหม'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) บอกว่าจะมีการรับรองสส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 4 มี.ค. ว่า “ท่านพูดแล้วหรอ สาธุ ขอบคุณ” เมื่อถามว่าหลังกกต.รับรองแล้วได้วางไทม์ไลน์ไปจนถึงการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)

