ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดีฮั้ว สว. ศึกสองค่าย ‘สว.น้ำเงิน’ กับ ‘กกต.’ ใครเกมก่อน

“ดร.ณัฏฐ์” ชำแหละปม “คดีฮั้ว สว.” ระหว่าง “สว.น้ำเงิน” หรือ “กกต.” ที่ถูกฟ้องคดีอาญา ใครจะเกมก่อนกัน

26 มกราคม 2569 - สืบเนื่องจาก ศาล รธน.วินิจฉัยยกคำร้องปมนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยและ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.กระทรวงยุติธรรม ส่งผลให้เกิดข้อถกเถียงกันในวงกว้าง คดีฮั้ว สว.ในชั้น กกต. จะไปทิศทางใดนั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า คดีโกงการเลือก สมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 หรือที่เรียกว่า “คดีฮั้ว สว.”  แบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก เป็นการอำนวยความยุติธรรมคดีเลือกตั้งหรือการเลือก โดย กกต.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (2) ที่ให้อำนาจในการสืบสวนและไต่สวนตามความจำเป็นหรือเห็นสมควร โดยอาศัยอำนาจกฎหมายเฉพาะ พรป.กกต.โดยอาศัย ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยคดีที่ กกต.เป็นเจ้าภาพอยู่ระหว่างพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36

ส่วนที่สอง คดีอาญา ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษที่มีทุนทรัพย์เกิน 300 ล้านขึ้นไป ในข้อหา สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน  โดยคดีอยู่ ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยผู้ต้องหาบางส่วนได้สรุปสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว

โดยแต่ละองค์กรใช้กฎหมายคนละฉบับ โดย กกต.ใช้ระบบไต่สวน ส่วนพนักงานสอบสวนคดีพิเศษใช้ระบบกล่าวหา โดยหาก กกต.วินิจฉัยชี้ขาดว่า สว.ที่ถูกกล่าวหากระทำฝ่าฝืน พรป.สว.จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ ส่วนคดีอาญาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นการดำเนินการสอบสวน ตาม ป.วิอาญา ตามกระบวนการยุติธรรมคดีอาญาปกติ

บทบัญญัติ พรป.สว.มาตรา 77 วรรคสอง หากเป็นการกระทำตามมาตรา 77(1) ให้ถือเป็นความผิดฐานฟอกเงินไปในตัว จึงเป็นช่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามามีอำนาจโดยผ่านมติบอร์ดคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ

จนเป็นที่มา สว.กลุ่มหนึ่ง ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยและ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.กระทรวงยุติธรรม แทรกแซงคดีฮั้ว สว.หรือไม่

ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลกระทบต่อคดีฮั้ว สว. ดังนี้

          (1)คดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องดำเนินการสอบสวนต่อไปโดยแจ้งข้อหาเพิ่มและสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการในเขตอำนาจ

          (2) คดีทุจริตการเลือก สว.หรือคดีฮั้ว สว. ในชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องหรือข้อโต้แย้ง จะต้องทำความเห็นและเสนอความเห็นพร้อมสำนวน เสนอต่อที่ประชุมใหญ่ กกต.เพื่อทำความเห็น

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร สาระสำคัญคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพัน คดีที่ กกต.ไต่สวน ใน 2 ประเด็นหลัก กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สืบสวนในทางลับ พบการกระทำความผิดตามคำร้องของผู้ร้อง มีกระทำเกิดขี้น เป็นขบวนการทุจริตให้ได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ตามเลขสืบสวนที่ 151/2567 และแจ้งให้ ประธาน กกต.ทราบ แต่ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กลับมีหนังสือโต้แย้งและสวนทาง สอบถามไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า ได้รับเรื่องแล้วหรือไม่ ตาม พรป.กกต.มาตรา 49 เป็นการบ่งชี้ชัดไปในตัวว่า การเลือก สว.ระดับประเทศเสร็จสิ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 และ พรป.สว.มาตรา 64 กำหนดให้คัดค้านผลภายใน 3 วัน โดยมีผู้ร้องคัดค้านผลการเลือก ระยะเวลาผ่านไปถึง 8 เดือนเศษ เหตุใด กกต.และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ไม่รับเรื่องและมอบหมายให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่แต่งตั้งไว้แล้ว 25 คณะ ทำการสืบสวนและไต่สวน ตาม พรป. กกต.มาตรา 41  ประกอบระเบียบ กกต.ที่เกี่ยวข้อง

อีกประการหนึ่ง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุชัดว่า กระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ชอบด้วยกฎหมาย แสดงชัดแจ้งว่า ผลสรุปคดีของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26ที่วินิจฉัยชี้ขาด ผู้ร่วมกระทำความผิด 292 คน ร่วมกันกระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) เป็นการกระทำที่มีอำนาจ

ส่วนประเด็นที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้ กกต.ในชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย โดย มติ กกต. 4-3 ไม่รับพยานหลักฐานเป็นเส้นเงินเข้ามาในสำนวน นั้น  หากวิเคราะห์ในแง่พยานหลักฐาน กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งให้ กกต.ในชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ย่อมไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป เพราะมีพยานหลักฐานยืนยันเส้นเงินในการโยงผู้กระทำความผิด

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ลงนาม แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 โดยมีระยะเวลาในการพิจารณาสำนวน 90 วัน โดยครบกำหนดในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 แต่ปัจจุบันพบว่า มีการขยายระยะเวลาในการพิจารณาออกไปอีก

คดีฮั้ว สว. ที่ กกต.สืบสวนและไต่สวน ปัจจุบัน ใช้ระยะเวลานาน ถึง 1 ปี 8 เดือนเศษ

ขณะเดียวกัน นายอัครวัฒน์  พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กกต.ทั้ง 7 พ่วงด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.จำเลย ที่ 8 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยศาลรับฟ้องไว้พิจารณา จึงเป็นวิบากกรรมที่ กกต.และนายแสวงฯ จะถูกเชือด เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ กกต.หากพลาดพลั้ง อาจติดคุกได้

คดีฮั้ว สว.เข้มงวดเข้ามาทุกขณะ การขยายระยะเวลาไม่เป็นประโยชน์ต่อ กกต. ต้องติดตามดูว่า ระหว่าง คดีฮั้ว สว. กกต.จะเร่งวินิจฉัยชี้ขาดฝ่าดงไฟ ยึดหลักความถูกต้อง คืนความศรัทธาแก่องค์กรอิสระ ที่ระบุ “โปร่งใส ตรวจสอบได้” หรือว่า ฝ่าย กกต.จะเพลี้ยงพล้ำเสียเอง คดีอาญา ที่ถูกฟ้อง ศาลอาญาจะประทับรับฟ้อง “คดีมีมูล” ทำให้สูญเสียอำนาจ ต้องติดตาม ระหว่าง สว.ที่ถูกกล่าวหากับพวก หรือ กกต.ใครจะเกมก่อนกัน อีกไม่นานเกินรอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติอนุ กกต. 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้องฮั้ว สว. ชี้ 229 ราย ไม่มีมูลความผิด

คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณา สำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สว. ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

'สมชัย' เร่งตั้งกองทุนช่วยเหลือประชาชนสู้คดีป่วนเลือกตั้ง ฟ้องกลับ กกต.

"สมชัย" จ่อร้องกองปราบถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก เตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือ ปชช.ถูกฟ้อง

ดร.ณัฏฐ์ เตือน ปปช. ขยายเวลาฟ้อง 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสี่ยงผิดเสียเอง!

สืบเนื่อง มติ ปปช. จะครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ ปปช.ชี้มูลความผิดกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ครบกำหนดในวันที่ 11 มีนาคม 2569 นี้ โ

ศาลฎีกา พิพากษากลับ ยกฟ้อง กกต. ไม่ต้องชดใช้ 70 ล้าน คดีแจกใบส้ม 'สุรพล'

ที่ศาลจังหวัดฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่ นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยขณะนั้น ได้ยื่นฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งในข้อหาละเมิดจากการปฏิบัติหน้าที่