ปชป. มีมติเอกฉันท์ ‘งดออกเสียง’ โหวตประธานสภาฯ ย้ำจุดยืนฝ่ายค้าน

13 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคเป็นนัดแรก โดยมีวาระสำคัญในการจัดทัพบริหารงานในสภาฯ และกำหนดทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้น
 
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุม สส. มีมติเลือกทีมบริหารชุดใหม่ เพื่อขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ ดังนี้1.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็น ประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์
2.นายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็น รองประธาน สส. (ลำดับที่ 1)
3.นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง เป็น รองประธาน สส. (ลำดับที่ 2)
4.นายพศิน ปิตุเตชะ เป็น เลขานุการที่ประชุม สส.
 
สำหรับประเด็นการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ นายพงศกร ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะ "งดออกเสียง" เนื่องจากปัจจุบันพรรคทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน และไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้
 
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า พรรคจะไม่ส่งคนลงแข่งในตำแหน่งนี้ และเชื่อว่าพรรคคู่แข่งในฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนก็คงจะไม่ส่งแข่งเช่นกัน เนื่องจากตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้นำฝ่ายค้านต้องไม่มีสมาชิกในพรรคดำรงตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาฯ
 
"เราเชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนจะทำตามสิ่งที่เคยประกาศไว้ต่อสาธารณะว่าจะไม่ตั้งรัฐบาลแข่งเมื่อไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ดังนั้นเมื่อไม่มีการส่งคนแข่งและข้อจำกัดทางกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติงดออกเสียงในครั้งนี้" นายพงศกร กล่าว
 
นอกจากเรื่องตัวบุคคลและมติโหวตแล้ว นายพงศกร ระบุว่าที่ประชุมยังมีการพูดคุยถึงญัตติที่พรรคเตรียมเสนอต่อสภาฯ ในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประชุมหารือรายละเอียด และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้งในภายหลัง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' รับไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน

"อนุทิน" รับปิดดีล 291 เสียง ไม่มีกล้าธรรม-ปชป. พ้อไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน อ้างไม่อยากตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง

มองการเปลี่ยนแปลงการปกครองสวีเดน ค.ศ. 1809 : เมืองไทยมีคณะราษฎร สวีเดนมีคณะบุคคล 1809 (1)

สวีเดนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ครั้งแรก ค.ศ. 1718 แต่อยู่ได้ถึง ค.ศ. 1772 ก็มีอันต้องสิ้นสุดลง โดยมีสาเหตุมาจากนักการเมืองเอง ส่งผลให้เกิดการเหวี่ยงตัวกลับไปสู่อำนาจทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ แต่สวีเดนก็ไม่ได้กลับไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์เหมือนในครั้ง